หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 92 เถ้าแก่เฉินแสนจะสุขสบาย สวีเมี่ยวอวิ๋นกลับเป็นกังวลยิ่งนัก

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 92 เถ้าแก่เฉินแสนจะสุขสบาย สวีเมี่ยวอวิ๋นกลับเป็นกังวลยิ่งนัก

 

ยกตัวอย่างเช่น เฉินหยางกำหนดไว้ว่าทุกๆ หนึ่งร้อยอีแปะ จะลดให้สิบอีแปะ

ร้านอาหารตระกูลหูแห่งนี้ก็ลดให้สิบห้าอีแปะ

เฉินหยางกำหนดไว้ว่าทุกๆ หนึ่งร้อยห้าสิบอีแปะ จะลดให้ยี่สิบอีแปะ

ร้านอาหารตระกูลหูก็ลดให้ยี่สิบห้าอีแปะ

 

เอาเป็นว่า ไม่ว่าจะเป็นขั้นไหน ร้านอาหารตระกูลหูแห่งนี้ก็ล้วนลดราคาให้มากกว่าที่เฉินหยางกำหนดไว้ขั้นละห้าอีแปะเสมอ เห็นได้ชัดว่า อีกฝ่ายจงใจที่จะต่อกรกับหอเลิศรสขจรขจายของเฉินหยาง อีกทั้งยังเป็นจังหวะที่กะจะเล่นงานฝั่งนี้ให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว

 

ถนนเหอตง ร้านอาหารตระกูลหู

ที่แท้ก็เป็นผู้ร่วมอาชีพเดียวกันบนถนนสายนี้นี่เอง

เฉินหยางเดินออกมาจากร้าน กวาดสายตามองออกไป ก็เห็นร้านอาหารแห่งนั้นเข้าจริงๆ

เพิ่งเปิดใหม่ อีกทั้งยังเปิดอยู่ในร้านที่เฉินหยางเคยไปดูและคิดอยากจะเช่าอีกด้วย

 

ร้านแห่งนั้น สมควรจะถูกหูจงเช่าตัดหน้าไปแล้วถึงจะถูก

เท่านี้ก็กระจ่างแจ้งแล้ว เป็นหูจงที่กำลังต่อกรกับเขาอยู่นั่นเอง

เป็นเรื่องปกติมาก ตอนนี้หูจงจะต้องมองเขาขัดหูขัดตาอย่างแน่นอน

หากไม่โค่นเฉินหยางให้ล้มลง หูจงจะสามารถเปิดร้านอยู่ที่นี่อย่างสบายใจได้อย่างไร?

 

แต่จะว่าไปแล้ว หูจงใช้วิธีการเช่นนี้ คิดว่าจะได้ผลจริงๆ หรือ?

จะไม่คิดอะไรง่ายดายเกินไปหน่อยหรือ

อ้ายเยว่หลานยืนอยู่ด้านหลังเฉินหยาง ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล "ท่านพี่ ทำอย่างไรดีเจ้าคะ?"

"ไม่เป็นไร ปล่อยเขาไปเถอะ"

"แต่ว่า พวกเขาจะแย่งกิจการของพวกเราไปจนหมดหรือไม่เจ้าคะ?"

 

เฉินหยางคลี่ยิ้มบางๆ "ถึงเวลานั้นค่อยดูสถานการณ์ก็แล้วกัน รอให้ถูกแย่งไปก่อนค่อยว่ากันเถอะ"

"เอ๊ะ?"

แม้อ้ายเยว่หลานจะยังคงรู้สึกกังวลอยู่ภายในใจ ทว่าเมื่อเห็นเฉินหยางมีท่าทีสงบเยือกเย็นถึงเพียงนี้ ก็ค่อยๆ วางใจลง ถึงอย่างไรหากมีเรื่องอันใดเกิดขึ้น ก็ยังมีท่านพี่คอยรับหน้าอยู่ นางอ้ายเยว่หลานไม่จำเป็นต้องกลัวเลยแม้แต่น้อย

 

ในใจของอ้ายเยว่หลาน เฉินหยางผู้เป็นท่านพี่ผู้นี้ได้กลายเป็นเทพเจ้าไปแล้ว

ไม่มีเรื่องใดที่ท่านพี่ของนางแก้ปัญหาไม่ได้ หากมี นั่นก็เป็นเพียงเรื่องที่ต้องเปลืองสมองเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยเท่านั้น

สำหรับการยั่วยุของหูจง เฉินหยางไม่ได้ตั้งใจจะทำสิ่งใดตอบโต้จริงๆ

แต่นี่ก็เป็นเพียงเรื่องชั่วคราวเท่านั้น เขาไม่ใช่เทพเซียนจริงๆ ย่อมไม่รู้ว่าวิธีการที่หูจงงัดออกมาใช้นี้จะได้ผลดีมากน้อยเพียงใด หากพูดกันตามความเป็นจริงแล้ว ก็สมควรจะพอได้ผลอยู่บ้าง

 

ยกตัวอย่างเช่น หัวหน้าพ่อครัวที่หูจงเชิญมา ก็ถือว่ามีฝีมือในระดับหนึ่งจริงๆ หากลูกค้ากินแล้วถูกใจ ย่อมต้องไปช่วยอุดหนุนเป็นธรรมดา ทว่าหากฝีมือของหัวหน้าพ่อครัวอยู่ในระดับทั่วไป ไม่มีของแปลกใหม่ หรือไม่มีจุดเด่นอันใด เช่นนั้นผลลัพธ์ของกิจกรรมกินครบรับส่วนลดพรรณนี้ก็คงจะลดทอนลงไปอย่างมาก เผลอๆ หูจงอาจจะถึงขั้นขาดทุนเอาได้

 

จากความเข้าใจที่เฉินหยางมีต่อหูจง เจ้านี่ไม่มีทางยอมทำธุรกิจที่ขาดทุนอย่างแน่นอน

กระทั่งหูจงก็ไม่อาจทนรับกับผลกำไรที่ลดลงได้ด้วยซ้ำ

ดังนั้นหูจงจะต้องทำเรื่องๆ หนึ่งเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างแน่นอน

เรื่องอันใดน่ะหรือ?

ง่ายมาก ก็คือการขึ้นราคาอาหาร

 

เป็นไปตามที่เฉินหยางคาดการณ์ไว้ ก่อนหน้าที่ร้านอาหารตระกูลหูจะเปิดกิจการเพียงหนึ่งวัน หูเจิ้งเย่ก็พบความผิดปกติเข้าแล้ว ราคาอาหารสูงกว่าร้านอาหารเดิมของตระกูลหูอยู่เล็กน้อย

ยกตัวอย่างเช่น หมูน้ำแดงหนึ่งที่ เมื่อก่อนราคายี่สิบอีแปะ ตอนนี้กลับเป็นยี่สิบห้าอีแปะ

ตีนเป็ดนึ่งข้าวคั่ว ร้านเก่าขายยี่สิบห้าอีแปะ ตอนนี้กลายเป็นสามสิบอีแปะ

ทั้งหมดล้วนถูกปรับราคาขึ้นห้าอีแปะ

 

หูเจิ้งเย่ทนรับเรื่องนี้ไม่ได้ จึงรีบไปหาหูจงทันที

"ท่านพ่อ ทำเช่นนี้ได้อย่างไรขอรับ? การขึ้นราคาเช่นนี้ ลูกค้าต้องไม่มาแน่ๆ!"

หูจงกลับแสดงสีหน้าท่าทางไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

"จะไม่มาได้อย่างไร? ข้าจะบอกพวกเจ้าให้นะ พวกเขาต้องมาแน่! อีกทั้งยังมามากกว่าหนึ่งครั้งด้วย!"

 

หูเจิ้งเย่ร้อนใจอยู่บ้าง "แต่ว่าราคาอาหารของพวกเราแพงกว่าร้านอาหารอื่นๆ นะขอรับ!"

หูจงเลิกคิ้วขึ้น "แพงแล้วมันทำไมรึ? เย่เอ๋อร์ เจ้าไม่รู้หรือว่าทำไมราคาอาหารร้านเราถึงได้แพง?"

หากจะบอกว่าหูเจิ้งเย่ไม่เข้าใจ นั่นก็คงเป็นเรื่องโกหก

อันที่จริงเรื่องนี้ก็มีเหตุผลอยู่เช่นกัน

ก็เพราะว่าหัวหน้าพ่อครัวเก่งกาจน่ะสิ

 

หัวหน้าพ่อครัวของร้านอาหารแห่งใหม่ หรือก็คือร้านอาหารตระกูลหู มีนามว่า หลูซิงหวย เป็นพ่อครัวชื่อดังที่เลื่องชื่อลือนามไปทั่วทั้งอิ้งเทียนฝู่

หลูซิงหวยมีความรู้กว้างขวาง เชี่ยวชาญอาหารทั้งทางเหนือและทางใต้ของต้าหมิงทั้งหมด

 

การที่หูจงจะสามารถเชิญหลูซิงหวยมาได้นั้น ต้องใช้ความพยายามอย่างมากจริงๆ ย่อมต้องตกลงให้ค่าจ้างสูงลิ่วเป็นธรรมดา อาหารที่พ่อครัวชื่อดังเป็นคนทำ แน่นอนว่าก็ต้องตั้งราคาให้แพงสักหน่อย มิเช่นนั้นจะสามารถสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าได้อย่างไร แล้วจะสามารถหาเงินมาจ่ายค่าจ้างให้หัวหน้าพ่อครัวได้อย่างไร?

 

แม้หูเจิ้งเย่จะรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่เหมาะสม ทว่าก็ไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาได้ ทำได้เพียงปล่อยให้ท่านพ่อทำตามอำเภอใจไปเท่านั้น

 

วันนี้ ในที่สุดร้านอาหารตระกูลหูก็เปิดกิจการแล้ว

หูจงยอมทุ่มทุนสร้าง จัดงานใหญ่โตเอิกเกริก

เสียงฆ้องกลองดังสนั่นหวั่นไหว เสียงประทัดดังกึกก้อง

 

หูจงถึงขั้นไปจ้างคณะเชิดสิงโตมาแสดงที่หน้าประตูร้านด้วย

อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ลูกไม้นี้ค่อนข้างได้ผลทีเดียว

กระทั่งเฉินหยางที่ยืนดูอยู่ด้านข้าง ก็ยังอดไม่ได้ที่จะถอนใจด้วยความชื่นชม ว่าขิงแก่ย่อมเผ็ดร้อนกว่า

วิธีการนี้อาจจะดูเชยไปสักหน่อย ทว่าไม่ว่ายุคโบราณหรือยุคปัจจุบัน ไม่ว่าในหรือนอกประเทศ ก็ล้วนใช้ได้ผลทั้งนั้น

 

ถึงอย่างไรคนส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นสัตว์ที่ชื่นชอบความครึกครื้น

ประกอบกับการที่ได้เปิดตัวกิจกรรมกินครบรับส่วนลดที่ให้ความคุ้มค่ามากกว่าออกมาก่อนหน้านี้ ร้านอาหารตระกูลหูก็ดึงดูดผู้คนให้มาอุดหนุนได้ไม่น้อยจริงๆ

 

ชั่วขณะหนึ่ง ที่หน้าประตูร้านอาหารตระกูลหูมีผู้คนเบียดเสียดกันอย่างเนืองแน่น ไหล่กระทบไหล่ ช่างครึกครื้นยิ่งนัก ภาพเหตุการณ์เช่นนี้สร้างความกดดันให้กับหอเลิศรสขจรขจายอย่างมหาศาลจริงๆ

อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อกิจการภายในร้านด้วย

ชั่วขณะหนึ่ง พวกลูกจ้างต่างก็วิตกกังวลกันไปหมด

 

กัวซานหลางมาหาเฉินหยางเป็นการส่วนตัว แล้วบอกเล่าความคิดของตนเอง

"เถ้าแก่ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ขอรับ ข้าจะพาคนบางส่วนไปก่อกวนที่นั่นสักหน่อย?"

เฉินหยางปรายตามองกัวซานหลางแวบหนึ่ง ย่อมเข้าใจความหมายของเขา

ทว่าเขาก็ปฏิเสธไปอย่างเด็ดขาด

 

"พี่กัว ท่านก็รอคอยอย่างสงบใจเถิด จะไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นหรอก"

กัวซานหลางเชื่อมั่นในตัวเฉินหยางมากที่สุด จึงไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก เพียงแค่คอยดูความคืบหน้าของเรื่องราวต่อไปเท่านั้น

 

วันรุ่งขึ้น เขตเมืองชั้นในแห่งนครหนานจิง ณ จวนเว่ยกั๋วกง

สวีเมี่ยวอวิ๋นกำลังคัดตัวอักษรอยู่ในห้องหนังสือ คัดอย่างตั้งใจเป็นอย่างมาก

เวลานี้ เสี่ยวชุ่ยก็เดินเข้ามา

สวีเมี่ยวอวิ๋นไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา ยังคงคัดตัวอักษรต่อไป ทว่าปากกลับเอ่ยถาม "ทางฝั่งเถ้าแก่เฉินเป็นอย่างไรบ้าง?"

 

เสี่ยวชุ่ยรีบขานตอบ "คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ข้าได้ไปดูสถานที่จริง แล้วก็ลองสืบข่าวดูแล้ว กิจการของหอเลิศรสขจรขจายในช่วงหนึ่งถึงสองวันนี้แย่ลงไปมากเลยเจ้าค่ะ"

"แล้วเถ้าแก่เฉินตั้งใจจะทำอย่างไร?"

เสี่ยวชุ่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวอีกว่า "เถ้าแก่เฉินดูเหมือนว่าจะไม่ตั้งใจทำสิ่งใดเลยเจ้าค่ะ"

สวีเมี่ยวอวิ๋นหยุดมือลง แล้ววางพู่กันลง

"ไม่ทำสิ่งใดเลยรึ? นั่งรอความตายอย่างนั้นหรือ?"

 

"เรื่องนี้... คุณหนูใหญ่ ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกันเจ้าค่ะ เพียงแค่ได้ยินจากลูกจ้างที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเถ้าแก่เฉินบอกมา ว่าเถ้าแก่เฉินมีท่าทีสงบเยือกเย็นมาก ราวกับมั่นใจว่ามีแผนการเตรียมไว้ในใจอยู่แล้วเจ้าค่ะ"

สวีเมี่ยวอวิ๋นเผยสีหน้าครุ่นคิดออกมา

"มีแผนการเตรียมไว้ในใจงั้นรึ? เถ้าแก่เฉินผู้นี้เป็นคนแปลกประหลาดจริงๆ"

"คุณหนูใหญ่เจ้าคะ จะทำอย่างไรดีเจ้าคะ?"

สวีเมี่ยวอวิ๋นขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า "พรุ่งนี้ พวกเราไปดูที่ร้านของเขาสักหน่อยเถอะ"

 

ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของหอเลิศรสขจรขจาย เฉินหยางย่อมไม่รู้หรอกว่ายังมีคนกำลังเป็นห่วงกิจการของเขาอยู่ เฉินหยางกลับแสดงท่าทีสุขสบายไร้กังวลเป็นอย่างมาก เขานั่งอยู่ในห้องส่วนตัวบนชั้นสอง ทอดสายตามองทิวทัศน์ของแม่น้ำฉินหวยไปพลาง จิบน้ำชาไปพลาง

ตามการคาดคะเนของเขา ทางฝั่งร้านอาหารตระกูลหูคงไม่มีทางราบรื่นไร้อุปสรรคอย่างแน่นอน...

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.