spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 88 เสด็จพี่องค์รัชทายาทช้าก่อน อย่าแย่งกับข้าวข้าสิ!
ทว่าจูเปียวยังคงอดทนได้ จูไป๋แม้จะลูบท้องอยู่เป็นระยะ ทว่าก็ยังพอทนไหวเช่นกัน
อีกทั้งในเวลาต่อมาก็มีลูกจ้างนำผลไม้และขนมหวานมาส่งให้ จึงพอบรรเทาความหิวไปได้บ้าง
ทั้งสองคนดื่มน้ำชาไปพลาง พูดคุยกันไปพลาง
แน่นอนว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าพระเชษฐาองค์รัชทายาทอย่างจูเปียว จูไป๋ก็ไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายนัก
จูเปียวมักจะทดสอบบทเรียนของจูไป๋อยู่บ่อยครั้ง ทำเอาจูไป๋รู้สึกประหม่าตึงเครียดอยู่ไม่น้อย
นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมจูไป๋ถึงชอบตามติดองค์ชายสี่จูตี้มากที่สุด
จูตี้ไม่มีทางมามัวทดสอบเรื่องพวกนี้หรอก เขาสามารถพาพระอนุชาสิบสองผู้นี้ออกไปวิ่งเล่นซุกซนข้างนอกได้ทุกเมื่อ
ผ่านไปอีกชั่วครู่ ในที่สุดอาหารก็ทยอยยกมาเสิร์ฟ
เริ่มจากผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวและปิ่งต้นหอมพันชั้น
ตอนที่นำมาวางลงบนโต๊ะ กลิ่นหอมก็อบอวลไปทั่วทั้งห้องส่วนตัวทันที
จูเปียวมีสีหน้าเบิกบานใจ สีพระพักตร์ของพระองค์ราวกับกำลังจะบอกว่า "ไม่ผิดแน่ รสชาตินี้แหละ"!
จูไป๋เองก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
หอมเกินไปแล้ว!
ท้องยิ่งหิวหนักกว่าเดิมเสียอีก!
จูไป๋อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปากอย่างไม่อาจควบคุมตนเองได้
ทว่าพอก้มหน้าลงมอง นั่นมันคือผัดผักกาดขาวจริงๆ ด้วย! แถมยังเป็นผัดผักกาดขาวถึงสองจาน!
จูไป๋เป็นเพียงเด็กชายวัยแปดเก้าขวบ อีกทั้งยังเป็นถึงองค์ชายสิบสอง เติบโตมากับเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหราและอาหารเลิศรสตั้งแต่ยังเยาว์วัย เขาจะไปมีความคิดอยากกินผักกาดขาวได้อย่างไร
จะให้จูไป๋กินผักกาดขาว สู้ให้กินปิ่งนั่นยังจะดีเสียกว่า
แต่จะว่าไปแล้ว ปิ่งแผ่นนั้นดูไม่เลวเลยนะ สีเหลืองทองอร่าม แถมยังแบ่งเป็นชั้นๆ อีกด้วย สมควรจะอร่อยมากแน่ๆ
จูไป๋ยื่นมือออกไปหยิบ ทว่าจูเปียวกลับตรัสเตือน "นั่นมันร้อนมากนะ ใช้กระดาษซับน้ำมันห่อไว้สักหน่อยสิ"
จูไป๋ถึงเพิ่งจะใช้กระดาษซับน้ำมันห่อปิ่งต้นหอมพันชั้นขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วหยิบมันขึ้นมา
เด็กน้อยทนไม่ไหวอีกต่อไป กัดเข้าไปคำโตในทันที
ความกรอบมัน ต้นหอมซอย ผสมผสานกับน้ำลาย หลอมรวมกลายเป็นรสชาติที่แสนพิเศษ
ที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือรสสัมผัส กรอบนอกนุ่มใน เวลาเคี้ยวก็สัมผัสได้ถึงชั้นแป้งที่ซ้อนทับกันอย่างชัดเจน
"วิเศษยิ่งนัก!"
"หอมมาก กรอบมากเลยพ่ะย่ะค่ะ!"
"เสด็จพี่! ปิ่งนี่อร่อยมากจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ!"
จูเปียวทรงพระสรวลฮ่าๆ แล้วก็ใช้กระดาษซับน้ำมันห่อปิ่งต้นหอมมาหนึ่งชิ้นอย่างคล่องแคล่วเช่นกัน
"เจ้าสิบสอง เจ้าลองชิมผักกาดขาวดูสิ กินปิ่งต้นหอมคู่กับผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาว ยิ่งอร่อยกว่านะ"
จูไป๋ในตอนนี้ยังไม่ค่อยเชื่อเท่าใดนัก ทว่าคำพูดของพระเชษฐาองค์รัชทายาท เขาย่อมต้องเชื่อฟัง
จูไป๋หยิบตะเกียบขึ้นมาด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วคีบผักกาดขาวขึ้นมาหนึ่งชิ้น
มองซ้ายมองขวา มองบนมองล่าง อย่างไรก็ยังคงเป็นใบผักกาดขาวอยู่วันยังค่ำ
ก็แค่พ่อครัวหั่นได้ละเอียดประณีตขึ้นมาหน่อยก็เท่านั้น
ดมดูแล้วก็พอใช้ได้ ทว่ามันจะอร่อยได้จริงๆ หรือ?
แต่เมื่อเห็นพระเชษฐาองค์รัชทายาทเสวยอย่างเอร็ดอร่อย จูไป๋จึงตัดสินใจลองชิมดูสักหน่อย
ใครจะรู้ว่าเพิ่งจะส่งเข้าปาก จูไป๋ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
สวรรค์! ยังไม่ได้เคี้ยวเลย ก็หายไปเสียแล้ว! นี่มันคือละลายในปากอย่างนั้นหรือ!?
ทว่ารสชาติที่เปรี้ยวๆ หวานๆ นั้นยังคงตกค้างอยู่ในปาก
จูไป๋ทนไม่ไหวอีกต่อไป รีบใช้ตะเกียบคีบผักกาดขาวชิ้นใหญ่อีกชิ้นอย่างเงอะงะ แล้วส่งเข้าปาก
อื้ม!
อร่อย!
ยอดเยี่ยมไปเลย!
จูไป๋นึกขึ้นมาได้ว่าในมือซ้ายยังถือปิ่งต้นหอมอะไรนั่นอยู่อีก จึงรีบกัดปิ่งเข้าไปอีกหนึ่งคำ
ผักกาดขาว น้ำผัดผักเปรี้ยวหวาน ผสมผสานกับความกรอบมันหอมกรุ่นของปิ่งต้นหอมที่มีรสสัมผัสเป็นชั้นๆ นึกไม่ถึงว่าจะหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
จูไป๋รู้สึกว่าน้ำลายของตนเองหลั่งออกมามากกว่าเดิม เคี้ยวได้อย่างเพลิดเพลินยิ่งนัก!
จูไป๋กินปิ่งต้นหอมสลับกับผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวไปทีละคำ เพียงไม่นานก็จัดการปิ่งหนึ่งชิ้นจนหมดเกลี้ยง
พอมองดูอีกที ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวจานนั้นก็ถูกเขากินไปเสียตั้งมากมายแล้ว!
จูไป๋รู้สึกเกรงใจขึ้นมาอยู่บ้าง
มัวแต่ห่วงกินเอง สมควรจะให้เสด็จพี่ได้กินก่อนสิ
พอหันขวับไปมอง จูไป๋ก็ถึงกับโง่งมไปเลย
มองเห็นเพียงจูเปียวกำลังเสวยผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวอีกจานหนึ่งอย่างเอร็ดอร่อย อีกทั้งอาหารจานนั้นยังถูกจัดการไปกว่าครึ่งแล้วด้วย!
ท่านแม่!
เสด็จพี่องค์รัชทายาทเหตุใดถึงได้เสวยรวดเร็วถึงเพียงนี้!?
เมื่อก่อนไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาก่อนเลย!
จู่ๆ จูไป๋ก็เกิดความคิดแปลกประหลาดขึ้นมา
อีกประเดี๋ยวหากเสด็จพี่จูเปียวเสวยจานของตัวเองจนหมดแล้ว คงจะไม่มาแย่งจานของเขาหรอกนะ
จูไป๋ตกใจจนเหงื่อเย็นแตกพลั่ก รีบใช้กระดาษซับน้ำมันห่อปิ่งต้นหอมขึ้นมาอีกชิ้น แล้วเริ่มตั้งหน้าตั้งตาจัดการผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวในจานของตนเองอย่างใจจดใจจ่อ
จูไป๋กินไปพลาง เอ่ยไปพลาง "เสด็จพี่ โชคดีที่ท่านสั่งมาสองจาน มิเช่นนั้นคงไม่พอรับประทานจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ!"
จังหวะนั้นเอง ลูกจ้างที่ทำหน้าที่ยกอาหารก็เดินเข้ามาอีกครั้ง
จูไป๋เงยหน้าขึ้นมอง ก็ถึงกับชะงักงันไป
เป็นอาหารสองจานที่หน้าตาเหมือนกันทุกประการอีกแล้ว พอนำมาวางลงบนโต๊ะ สีแดงสลับเหลือง ดูงดงามสะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง
พระเนตรของจูเปียวเป็นประกายขึ้นมา "นี่ก็คือมะเขือเทศผัดไข่สินะ!"
ลูกจ้างผู้นั้นขานตอบ "ใช่แล้วเจ้าค่ะ มะเขือเทศผัดไข่สองจาน! นายท่านทั้งสองโชคดีมากเลยนะเจ้าคะ นี่คือสองจานสุดท้ายแล้ว"
จูไป๋ชะงักไปเล็กน้อย "ทำไมล่ะ? มีคนสั่งซื้อ เหตุใดถึงไม่ขายแล้วล่ะ?"
"คุณชายท่านนี้คงไม่รู้ มะเขือเทศเป็นของที่หาซื้อได้ยากมาก ครั้งหนึ่งสามารถหามาได้เพียงไม่กี่สิบลูก จึงทำได้ไม่มากนักเจ้าค่ะ"
จูไป๋ถึงเพิ่งจะกระจ่างแจ้งแก่ใจ เมื่อครู่นี้ลูกจ้างสตรีผู้นั้นก็บอกแล้วนี่นา ว่ามะเขือเทศนี่เอามาจากทวีปอเมริกาใต้อะไรนั่น
"นายท่านทั้งสองเชิญรับประทานให้อร่อยนะเจ้าคะ"
ลูกจ้างถอยหลังเดินออกไป
จูไป๋ทอดพระเนตรมองมะเขือเทศผัดไข่จานนั้น รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
ของสีเหลืองนั่นสมควรจะเป็นไข่ไก่ ส่วนของสีแดงก็คือมะเขือเทศ
ของสองอย่างนี้นำมาผัดคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังมีน้ำขลุกขลิกอยู่บ้าง ผสมรวมกันแล้วดูพิลึกพิลั่นยิ่งนัก
ในขณะที่จูไป๋กำลังพิจารณามองอยู่นั้น พระเชษฐาองค์รัชทายาทก็เริ่มลงมือแล้ว
ลงตะเกียบไปครั้งเดียว ก็คีบทั้งมะเขือเทศและไข่ไก่ขึ้นมาพร้อมกัน
จูไป๋ถึงกับมองจนโง่งมไปชั่วขณะ
เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าทักษะการใช้ตะเกียบของพระเชษฐาองค์รัชทายาทจะยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้!
เห็นเพียงจูเปียวนำสิ่งที่คีบอยู่ในตะเกียบส่งเข้าพระโอษฐ์ จากนั้นก็เผยสีหน้าเคลิบเคลิ้มหลงใหลออกมา
ราวกับว่าสิ่งที่เสวยอยู่นั้นไม่ใช่มะเขือเทศผัดไข่ ทว่ากลับเป็นลูกท้อสวรรค์ในสวนของหวังหมู่เหนียงเหนียงก็มิปาน
มันอร่อยถึงเพียงนี้จริงๆ รึ!?
ต่อให้อร่อยแค่ไหน ก็สมควรจะไม่อร่อยไปกว่าผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวหรอกกระมัง?
จูไป๋คิดเช่นนั้น จึงใช้ตะเกียบไปคีบมะเขือเทศผัดไข่ดูบ้าง
เลียนแบบท่าทางของพระเชษฐาองค์รัชทายาท จูไป๋คีบมะเขือเทศและไข่ผัดขึ้นมาอย่างเงอะงะ แล้วส่งเข้าปากไปพร้อมกัน
โยว!
นี่ นี่มันรสชาติอันใดกัน!?
มีความหวานอยู่บ้าง ทว่าก็ไม่ได้หวานมากนัก อีกทั้งยังแฝงรสเปรี้ยวอยู่นิดๆ ด้วย!
จากนั้นก็เป็นรสชาติของไข่ผัดที่ไม่เหมือนทั่วไป ซึ่งผสมผสานเข้ากับรสชาติเปรี้ยวอมหวานนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สวรรค์! รสชาติบ้าบอนี่!
มีเหตุผลเช่นนี้ด้วยหรือ!
เหตุใดถึงได้อร่อยถึงเพียงนี้!
จูไป๋หลับตาลง รู้สึกว่าตัวเองกำลังลุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว
นึกไม่ถึงเลยว่าเพิ่งจะได้กินของอร่อยขนาดนี้เอาป่านนี้ ราวกับว่าแปดเก้าปีมานี้เขาใช้ชีวิตมาเสียเปล่าจริงๆ!
มะเขือเทศผัดไข่!
เปิ่นหวังจะจดจำเอาไว้!
กลับไปต้องไปลองสอบถามหัวหน้าพ่อครัวใหญ่ในห้องเครื่องวังหลวงดูสักหน่อย ว่าเหตุใดถึงทำมะเขือเทศผัดไข่ออกมาไม่ได้!
จูไป๋คิดเช่นนั้น พอได้สติกลับคืนมา ก็หันไปมองพระเชษฐาองค์รัชทายาท
จูไป๋ถึงกับวิญญาณหลุดลอย
มองเห็นเพียงมะเขือเทศผัดไข่และผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวจานที่อยู่ตรงหน้าของจูเปียว ล้วนถูกเสวยจนหมดเกลี้ยงแล้ว!
ไม่เหลือแม้กระทั่งเศษใบผักสักนิดเดียว
ที่เกินจริงยิ่งกว่านั้นก็คือ สายตาของพระเชษฐาองค์รัชทายาทเอาแต่จ้องมองอาหารจานที่อยู่ตรงหน้าของจูไป๋อย่างไม่วางตา
จูไป๋รีบเอ่ยถาม "เสด็จพี่ ท่านเสวยอิ่มแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
"ยังไม่อิ่มหรอก"