spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 85 ท่านพี่ เหตุใดท่านถึงได้ดีต่อเถ้าแก่เฉินถึงเพียงนี้ด้วยเจ้าคะ?
สวีเมี่ยวอวิ๋นก็หมดหนทางทำอันใดได้ จึงปล่อยให้น้องสาวทำตามใจไปก็แล้วกัน
"จิ่นเอ๋อร์ ข้าขอบอกเจ้าไว้ก่อนเลยนะ อย่าไปสร้างความลำบากให้เถ้าแก่เฉินล่ะ"
"รู้แล้วเจ้าค่ะ!"
สวีเมี่ยวจิ่นหันหลัง เพิ่งจะเตรียมตัวจากไป ทว่ากลับหยุดฝีเท้าลงอีกครั้ง
"ไม่ถูกสิ!"
"ไม่ถูกเรื่องอันใด?"
"ท่านพี่ เหตุใดท่านถึงได้คิดเผื่อเถ้าแก่เฉินถึงเพียงนี้ด้วยเจ้าคะ?"
สวีเมี่ยวอวิ๋นหยิบพู่กันขึ้นมา และเริ่มคัดอักษรอีกครั้ง คัดไปพลางเอ่ยไปพลาง "หากข้าไม่คิดเผื่อเถ้าแก่เฉิน เถ้าแก่เฉินก็ทำกิจการต่อไปไม่ได้ แล้วเจ้าจะยังมีของอร่อยให้กินอยู่อีกหรือ?"
สวีเมี่ยวจิ่นพอได้ฟัง ก็เอียงคอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ดูเหมือนว่าก็จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แฮะ"
ในที่สุดสวีเมี่ยวจิ่นก็หันหลังแล้ววิ่งจากไป
กิจกรรมกินครบรับส่วนลดที่เฉินหยางประกาศออกมานี้ ก่อให้เกิดกระแสตอบรับในนครหนานจิงที่ไม่น้อยเลยจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเมืองชั้นนอก มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เคยมาอุดหนุนหอเลิศรสขจรขจาย
อีกทั้งพวกเขายังมีความประทับใจอย่างลึกซึ้งต่ออาหารหลายอย่างในร้านอาหารแห่งนี้
ตอนนี้พอกำลังมีกิจกรรมกินครบรับส่วนลด ลูกค้าประจำเหล่านี้จึงเริ่มหวั่นไหวขึ้นมา
ต้องรู้ไว้ว่า รายได้ของชาวบ้านธรรมดาทั่วไปนั้นไม่สูงนัก การไปกินข้าวที่ร้านอาหารก็ถือว่าค่อนข้างฟุ่มเฟือยแล้ว ทว่า ผู้ร่วมอาชีพเดียวกันบางคนของเฉินหยางกลับไม่ได้คิดเช่นนี้
ยกตัวอย่างเช่นหูจง เถ้าแก่คนเก่าของเฉินหยาง
ดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ หูจงมีบุตรชายคนหนึ่งนามว่า หูเจิ้งเย่
เมื่อเทียบกับหูจงแล้ว ความประพฤติและคุณธรรมของบุตรชายผู้นี้ยังถือว่าค่อนข้างดีอยู่มาก ก่อนหน้านี้เขาก็เคยช่วยเหลือเฉินหยางคนก่อนมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
หูเจิ้งเย่พบใบโฆษณา "กิจกรรมกินครบรับส่วนลด" บนกำแพงริมถนนสายใหญ่
พอมองดูแวบเดียว ก็อดไม่ได้ที่จะหน้าถอดสี
เขารีบลอกใบโฆษณาออก แล้ววิ่งกลับไปยังร้านอาหารของบ้านตนเอง
บังเอิญพอดีที่เถ้าแก่หูจงกำลังตรวจบัญชีอยู่ในร้าน
"ท่านพ่อ ท่านดูนี่สิขอรับ!"
ช่วงนี้หูจงอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ
"หูเจิ้งเย่ เจ้าก็โตป่านนี้แล้ว ควรจะทำตัวให้หนักแน่นสำรวมสักหน่อยนะ"
หูเจิ้งเย่นำใบโฆษณาแผ่นนั้นวางลงตรงหน้าของหูจง "ท่านพ่อ นี่คือสิ่งที่เฉินหยางทำขึ้นมาอีกแล้ว ท่านลองดูสิขอรับ"
"...เฉินหยางรึ?"
พอได้ยินชื่อนี้ หูจงก็รู้สึกโมโหขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ใบหน้าบิดเบี้ยวไปหมด
การกระทำของเจ้าเด็กนั่นช่างน่าโมโหจนเส้นผมชี้ชันเสียจริง
ดึงตัวหัวหน้าพ่อครัวไปหนึ่งคน ลูกจ้างอีกสามคนของร้านอาหารเขาไป
เป็นเหตุให้เขาต้องปิดร้านไปถึงสองวัน กว่าจะหาลูกจ้างมาจนครบ
หูจงจะกลืนความโกรธแค้นนี้ลงไปได้อย่างไร ในมุมมองของเขา ตัวเขาเองไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย ล้วนเป็นเฉินหยางที่คอยสร้างความวุ่นวายอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น
ดังนั้นหูจงจึงจงใจไปขอความช่วยเหลือจากคุณชายตระกูลขุนนางระดับสูงอย่างโจวเฉิงจื้อ คิดจะหาทางเล่นงานเฉินหยางสักตั้ง
นึกไม่ถึงเลยว่า ทางฝั่งของเฉินหยางจะไม่มีปัญหาอันใดเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
เมื่อมองดูหอเลิศรสขจรขจายที่มีกิจการนับวันยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ
เพียงแค่หนึ่งเดือนสั้นๆ ก็ไม่ด้อยไปกว่าร้านอาหารที่หูจงเปิดมานานนับสิบกว่าปีแล้ว
หูจงโมโหจนแทบทนไม่ไหว
ร้านที่เขาเพิ่งเช่าไว้บนถนนเหอตง ก็คิดอยากจะเปิดเป็นร้านอาหารเช่นกัน ทว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้เปิดกิจการเสียที
นั่นก็เพราะเกรงกลัวว่าถึงเวลาแล้วจะสู้หอเลิศรสขจรขจายไม่ได้ แล้วจะทำให้ผู้คนหัวเราะเยาะเอา
หูจงหยิบใบโฆษณาแผ่นนั้นขึ้นมาดูแวบหนึ่ง ก็ถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความโมโห
"ครบหนึ่งร้อยอีแปะ ลดสิบอีแปะ ครบหนึ่งร้อยห้าสิบอีแปะ ลดยี่สิบอีแปะ เหอะ นี่มันอันใดกัน นี่ยังมีครบสามร้อยอีแปะ ลดห้าสิบอีแปะด้วย..." หูจงโยนใบโฆษณาทิ้งลงบนโต๊ะ แล้วเอ่ยว่า "เจ้าเด็กเฉินหยางผู้นี้ช่างอวดดีเกินไปแล้ว คิดว่าพึ่งพาของพรรณนี้แล้วจะสามารถเรียกลูกค้าได้จริงๆ งั้นรึ?"
หูเจิ้งเย่ชะงักไปเล็กน้อย "ท่านพ่อ ท่านคิดว่าวิธีนี้ไม่ดีงั้นหรือขอรับ?"
"ย่อมต้องไม่ดีอย่างแน่นอน เจ้าลองดูสิ หนึ่งร้อยอีแปะถึงจะลดสิบอีแปะ ลูกค้าที่มากินอาหารในร้านของพวกเราคนหนึ่งจะกินกับข้าวได้สักกี่อีแปะกันเชียว?"
หูเจิ้งเย่ชะงักงันไป
สิ่งที่หูจงพูดมาก็มีเหตุผลอยู่บ้าง
ลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่ร้านอาหาร ส่วนใหญ่แล้วก็มากันแค่หนึ่งหรือสองคน
โดยทั่วไปก็จะสั่งอาหารประมาณสี่สิบหรือห้าสิบอีแปะ
หากเป็นคนที่ใจป้ำสักหน่อย เจ็ดสิบถึงแปดสิบอีแปะก็ถือว่าสุดๆ แล้ว
คนที่สามารถสั่งได้ถึงหนึ่งร้อยอีแปะก็ย่อมมีอยู่บ้างเป็นธรรมดา ยกตัวอย่างเช่นลูกค้าที่รับประทานอาหารในห้องส่วนตัว ทว่านั่นก็ถือว่าเป็นส่วนน้อยเท่านั้น
หูเจิ้งเย่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยว่า "ท่านพ่อ ข้าคิดวิธีหนึ่งออก สามารถปรับลดลงมาสักหน่อย ยกตัวอย่างเช่น แปดสิบอีแปะลดสิบอีแปะ อย่างไรล่ะขอรับ"
หูจงส่ายหน้า "แปดสิบอีแปะลดสิบอีแปะ แล้วพวกเราจะยังทำกำไรได้อีกหรือ?"
นั่นก็จริง หูจงกล่าวได้ถูกต้องแล้ว
หากลดให้มากถึงเพียงนั้น เมื่อหักลบต้นทุน ค่าแรง ค่าเช่าร้าน และต้นทุนอื่นๆ ออกไปแล้ว กำไรที่จะได้ก็จะเหลืออยู่อย่างจำกัดมาก
แน่นอนว่า สามารถจัดโปรโมชั่นครบแปดสิบอีแปะลดห้าอีแปะก็ได้
ทว่าแบบนั้นมันก็ไม่ค่อยดึงดูดใจเท่าใดนัก
หากหูเจิ้งเย่เป็นลูกค้า เขาก็คงจะไม่ยอมวิ่งมารับประทานอาหารที่ร้านเพียงเพื่อประหยัดเงินห้าอีแปะหรอก
ทว่าหูเจิ้งเย่ก็ยังคงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ความคิดของเฉินหยางจะเรียบง่ายถึงเพียงนั้นจริงๆ หรือ?
หากเขามีความสามารถเพียงแค่นี้ ร้านอาหารของเขาจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าได้ถึงเพียงนี้ภายในระยะเวลาสั้นๆ แค่หนึ่งเดือนได้อย่างไร?
หูเจิ้งเย่ตัดสินใจไปดูที่ถนนเหอตงด้วยตนเอง เพื่อดูว่ากิจกรรมกินครบรับส่วนลดของหอเลิศรสขจรขจายนั้นได้ผลจริงหรือไม่?
หูเจิ้งเย่เดินทอดน่องมาตลอดทาง จนมาถึงถนนเหอตง
เขาคาดคะเนว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาอาหาร หอเลิศรสขจรขจายก็ไม่น่าจะมีลูกค้ามาสักเท่าใดนัก
ใครจะรู้ว่าหูเจิ้งเย่ยังไม่ทันเดินไปถึงหน้าประตูร้านอาหารแห่งนั้น ก็ต้องสะดุ้งตกใจ
ที่นั่นมีผู้คนยืนเบียดเสียดกันอยู่เต็มไปหมด และยังต่อคิวกันยาวเหยียดเป็นหางว่าว
ยังมีคนที่สวมเสื้อกั๊กสีน้ำเงินกำลังคอยจัดระเบียบรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่ด้วย
แม่เจ้าโว้ย นี่มันเรื่องอันใดกันเนี่ย!?
คนเหล่านี้วิ่งมากันเร็วถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
อย่าว่าแต่สามร้อยอีแปะเลย พวกเขาสามารถกินได้ถึงหนึ่งร้อยอีแปะจริงๆ รึ?
หูเจิ้งเย่เดินเข้าไปใกล้ๆ สุ่มหาคนผู้หนึ่งเพื่อลองหยั่งเชิงดูสักหน่อย
"พี่ชายท่านนี้ ท่านมาคนเดียวหรือ?"
"เปล่า ข้ามากับท่านอารอง ท่านอาสาม แล้วก็ป้าสะใภ้ใหญ่ด้วย"
หูเจิ้งเย่ถึงกับตกตะลึงไปเลย ไปตามญาติมาเยอะขนาดนี้เลยรึ?
พี่ชายท่านนั้นก็เป็นคนช่างพูด จึงรีบเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมาจนหมดเปลือกทันที
"ข้าจะบอกอะไรเจ้านะ ที่นี่เขาจัดโปรโมชั่นกินครบรับส่วนลด มาน้อยคนย่อมไม่ได้หรอก พวกเราสี่คนแค่สั่งให้ครบหนึ่งร้อยอีแปะ ก็ได้ลดไปสิบอีแปะแล้ว คุ้มค่าจะตายไป!"
"พูดตามความจริงเลยนะ หากจะให้กินอย่างเต็มที่ล่ะก็ ข้าคนเดียวก็สามารถกินกับข้าวได้ถึงห้าสิบอีแปะแล้ว"
หูเจิ้งเย่หน้าถอดสี "เช่นนั้นท่านก็ช่างกินจุจริงๆ"
"นั่นมันแน่อยู่แล้ว ข้าจะบอกให้เจ้ารู้นะ ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวของที่นี่น่ะ ข้าสามารถกินได้ถึงสองจานเลยล่ะ!"
หูเจิ้งเย่แทบจะถลนลูกตาออกมาอยู่แล้ว
ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวงั้นรึ? สามารถกินผัดผักกาดขาวได้ถึงสองจานเลยรึ?
พูดล้อเล่นกันใช่หรือไม่?
ผักกาดขาวมันมีอันใดให้อร่อยนักหนา?
หูเจิ้งเย่ลองสอบถามคนอื่นๆ ดูบ้าง
แม่เจ้าโว้ย ล้วนแต่พาครอบครัวลูกเด็กเล็กแดงมากันทั้งนั้น
บางคนถึงขั้นตั้งใจวิ่งมาที่นี่ เพื่อหาคนที่ไม่รู้จักร่วมโต๊ะด้วย เช่นนี้ทุกคนก็จะได้รับส่วนลดเหมือนกัน
ตอนนี้ก็มีคนจำนวนไม่น้อยกำลังนั่งยองๆ อยู่บนพื้นเพื่อคำนวณตัวเลขกันแล้ว
หูเจิ้งเย่ตกตะลึงไปเลย
นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะมีวิธีการเช่นนี้อยู่ด้วย
หากคนเยอะล่ะก็ อย่าว่าแต่หนึ่งร้อยอีแปะเลย สองร้อยอีแปะ สามร้อยอีแปะ ก็สามารถรวมกันจ่ายได้อย่างแน่นอน!
เฉินหยางคงไม่ได้คำนวณกระทั่งเรื่องพวกนี้เอาไว้ล่วงหน้าแล้วหรอกนะ?
หากเป็นเช่นนั้นก็ช่างร้ายกาจเกินไปแล้ว!