spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 84 ท่านพี่ เถ้าแก่เฉินก่อเรื่องแปลกๆ อีกแล้ว
สวีเมี่ยวอวิ๋นร้อง "อ้อ" ออกมาคำหนึ่ง ทว่าไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด
เฉินหยางเอ่ยลา แล้วก็เดินออกมาจากรถม้า
เขามักจะรู้สึกอยู่เสมอว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทว่าก็บอกไม่ได้ชัดเจนว่าผิดปกติตรงที่ใด
ช่างเถอะ ไม่คิดแล้ว
ผ่านไปชั่วครู่ บนรถม้าคันหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเขตเมืองชั้นใน
เสี่ยวชุ่ยตกตะลึงแทบแย่
นั่นเป็นเพราะคุณหนูใหญ่ที่มักจะวางตัวหนักแน่นสำรวมมาโดยตลอด ในเวลานี้นึกไม่ถึงว่าจะมีสีหน้าท่าทางที่ดูแปลกประหลาดอยู่บ้าง
เดี๋ยวก็หัวเราะโง่งม เดี๋ยวก็ขมวดคิ้ว เดี๋ยวก็เอามือเท้าคางจมอยู่ในภวังค์ความคิด เดี๋ยวก็เริ่มถอนหายใจออกมาอีกแล้ว คุณหนูใหญ่เป็นอันใดไปกันเนี่ย?
เสี่ยวชุ่ยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "คุณหนูใหญ่ ท่านไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่เจ้าคะ?"
สวีเมี่ยวอวิ๋นได้สติกลับคืนมา ขยับตัวนั่งหลังตรง "ไม่เป็นอันใดนี่นา ข้าเป็นอันใดหรือ?"
เสี่ยวชุ่ยเอ่ยว่า "คุณหนูใหญ่ ท่านมีเรื่องไม่สบายใจหรือเจ้าคะ?"
สวีเมี่ยวอวิ๋นถลึงตาใส่เสี่ยวชุ่ยไปหนึ่งที "ข้ามีเรื่องให้ต้องคิดเยอะแยะไปหมดนั่นแหละ!" เสี่ยวชุ่ยแลบลิ้นออกมา ไม่กล้าพูดอันใดอีก
เวลานี้ สวีเมี่ยวอวิ๋นก็จมเข้าสู่ภวังค์ความคิดอีกครั้ง
วันนี้ เฉินหยางเดินทางมาถึงหอเลิศรสขจรขจายตรงเวลา
ในตอนที่เขากำลังตรวจตราการทำงานในห้องครัวด้านหลัง อ้ายเยว่หลานก็วิ่งเข้ามา
"ท่านพี่ ซิ่วไฉหวังนำของมาส่งให้แล้วเจ้าค่ะ"
เฉินหยางพยักหน้ารับ แล้วเดินออกไป
ซิ่วไฉหวังเป็นซิ่วไฉ และในขณะเดียวกันก็เป็นอาจารย์รับจ้างเขียนหนังสือด้วย
เมื่อหนึ่งถึงสองวันก่อน เฉินหยางได้เขียนใบปลิวโฆษณา กิจกรรม "กินครบรับส่วนลด" ขึ้นมาหนึ่งฉบับ
เมื่อวานเพิ่งจะส่งไปที่บ้านของซิ่วไฉหวัง เพื่อให้เขาช่วยคัดลอกออกมาหนึ่งร้อยแผ่น ประสิทธิภาพการทำงานของซิ่วไฉหวังค่อนข้างสูงมาก เขาคัดลอกจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เฉินหยางตรวจสอบของ ดูแล้วก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก จึงจ่ายเงินให้กับซิ่วไฉหวังไป
หลังจากซิ่วไฉหวังจากไป เฉินหยางก็เรียกกัวซานหลางเข้ามา
"เถ้าแก่ มีเรื่องอันใดหรือขอรับ?"
เฉินหยางตบไปที่กองใบโฆษณาเหล่านั้น แล้วเอ่ยว่า "ให้พวกพี่น้องนำไปตระเวนแปะให้ทั่วเมืองหน่อยสิ"
กัวซานหลางพอได้ฟัง ก็หัวเราะร่า "ได้เลยขอรับ! มอบหมายให้ข้าจัดการได้เลย! จะต้องจัดการให้เรียบร้อยอย่างแน่นอน!" กัวซานหลางเพิ่งจะเตรียมตัวเดินจากไป เฉินหยางก็เรียกเขาเอาไว้ก่อน
"เถ้าแก่ ยังมีเรื่องอันใดอีกหรือขอรับ?"
เฉินหยางเอ่ยว่า "พี่กัว ช่วงนี้เหน็ดเหนื่อยหน่อยนะ"
กัวซานหลางหัวเราะฮ่าๆ "ไม่เหนื่อยหรอกขอรับ เป็นสิ่งที่สมควรทำอยู่แล้ว"
"พี่กัว ตอนนี้ท่านได้รับค่าจ้างหนึ่งร้อยห้าสิบอีแปะมันน้อยเกินไป ข้าจะขึ้นค่าจ้างให้ท่านสักหน่อย" กัวซานหลางชะงักไปเล็กน้อย "ขึ้นค่าจ้างอีกหรือขอรับ? เมื่อเดือนก่อนเพิ่งจะขึ้นไปไม่ใช่หรือขอรับ"
เฉินหยางส่ายหน้า และชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว
"พี่กัว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ค่าจ้างของท่านนับจากนี้ไปคือวันละสามร้อยอีแปะ"
กัวซานหลางถึงกับเบิกตากว้าง
"สา... สามร้อยอีแปะหรือขอรับ?"
"พี่กัวคงต้องรบกวนให้ท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจให้มากหน่อยแล้วล่ะ"
พูดจบ เฉินหยางก็เอามือไพล่หลัง เดินวางมาดจากไป
กัวซานหลางตกตะลึงไปโดยสมบูรณ์
ทุกวันสามร้อยอีแปะ หนึ่งเดือนก็คือเก้าพันอีแปะ!
นั่นก็คือเก้าก้วน! เงินเก้าตำลึงเชียวนะ!
รายได้เช่นนี้ ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปกระทั่งคิดยังไม่กล้าคิดเลย!
กัวซานหลางมองดูแผ่นหลังของเฉินหยาง ซาบซึ้งใจจนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว ลอบตั้งปณิธานในใจว่าจะต้องทุ่มเทความพยายามให้มากขึ้น และตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด
อันที่จริงค่าจ้างที่เฉินหยางมอบให้กัวซานหลางนี้ ก็ไม่ถือว่าเกินจริงแต่อย่างใด
ประการแรก กัวซานหลางเป็นผู้มีความสามารถ งานของเขาค่อนข้างสำคัญ
เขาเทียบเท่ากับผู้อำนวยการแผนกหลักของบริษัทแห่งหนึ่ง จัดเป็นผู้บริหารระดับสูง
การที่ผู้บริหารระดับสูงจะมีเงินเดือนสูงสักหน่อยย่อมถือเป็นเรื่องปกติ
ประการที่สอง ตอนนี้ค่าจ้างที่พนักงานส่งอาหารธรรมดาได้รับในแต่ละวันก็เพิ่มขึ้นไม่น้อยเช่นกัน
คนที่วิ่งงานได้ค่อนข้างดี อย่างเช่นลู่ไจ๋ ในแต่ละวันกระทั่งสามารถรับเงินได้ถึงหนึ่งร้อยอีแปะขึ้นไปแล้ว
วันข้างหน้ากิจการจะต้องดีขึ้นไปอีก ถึงเวลานั้นการจะได้รับเกินหนึ่งร้อยห้าสิบอีแปะก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
หากตอนนี้ไม่ขึ้นค่าจ้างให้กัวซานหลางเพิ่มขึ้นสักหน่อย ถึงเวลานั้นคงจะกระอักกระอ่วนใจแย่
เฉินหยางเชื่อมั่นว่า นี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ขึ้นค่าจ้างให้กัวซานหลางอย่างแน่นอน วันข้างหน้าจะต้องได้ขึ้นให้อีกแน่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เปิดกิจการเหลาอาหารในอนาคต บทบาทของกัวซานหลางก็จะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีก
ทีมพนักงานส่งอาหารที่กัวซานหลางเป็นผู้นำ มีประสิทธิภาพสูงมากจริงๆ
ใบโฆษณาหนึ่งร้อยแผ่น เพียงไม่นานก็ถูกนำไปแปะไว้ทั่วทั้งเมือง
ไม่ว่าจะเป็นเขตเมืองชั้นนอก หรือเขตเมืองชั้นใน ขอเพียงเป็นสถานที่ที่มีผู้คนสัญจรไปมาค่อนข้างมาก ล้วนถูกแปะเอาไว้จนหมด
เฉินหยางเดินทางไปยังลานจัตุรัสเล็กๆ บริเวณประตูเมืองฝั่งใต้ของเขตเมืองชั้นนอกตามปกติ
ที่นี่มีป้ายประกาศตั้งอยู่ เป็นสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านหนาแน่นที่สุดในเขตเมืองชั้นนอก
เป็นดังคาด บนป้ายประกาศได้มีใบโฆษณา กิจกรรม "กินครบรับส่วนลด" แปะเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างพากันมามุงดู และวิพากษ์วิจารณ์พูดคุยกันเซ็งแซ่
"กิจกรรมกินครบรับส่วนลดรึ? นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?"
"หวังเสี่ยวเอ้อ เจ้าอ่านหนังสือออกไม่ใช่หรือ? เจ้าลองตั้งใจดูหน่อยสิ!"
"อ่า ข้าเข้าใจแล้ว! หากไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งนั้น สั่งของไปเท่าใด ก็สามารถจ่ายเงินน้อยลงได้ตามนั้น มันก็เป็นเช่นนี้นี่แหละ"
"ร้านอาหารแห่งใดรึ?"
"ด้านล่างไม่ได้เขียนบอกไว้หรืออย่างไร หอเลิศรสขจรขจายแห่งถนนเหอตงไงล่ะ"
"อ้อๆ! ร้านอาหารแห่งนั้นนี่เอง! ข้าเคยไปมาแล้ว! อาหารที่นั่นอร่อยมากทีเดียว!"
"ข้าก็เคยไปมาเหมือนกัน โดยเฉพาะผัดผักกาดขาวที่ร้านนั้นทำ ช่างเป็นอาหารรสเลิศในแดนดินจริงๆ!"
"นั่นเรียกว่าผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาว อร่อยจริงๆ นั่นแหละ ครั้งก่อนข้ากินไปตั้งสองจานใหญ่ๆ ก็ยังกินไม่อิ่มจุใจเลย กิจกรรมกินครบรับส่วนลดนี่ไม่เลวเลย ข้าต้องไปเสียแล้ว!"
เฉินหยางพอได้ยินมาถึงตรงนี้ ก็รู้สึกว่ากิจกรรมกินครบรับส่วนลดนี้น่าจะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างงดงาม
ถึงอย่างไรผ่านการดำเนินกิจการมาได้หนึ่งเดือน ตอนนี้หอเลิศรสขจรขจายก็เริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับหนึ่งแล้ว
มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เคยได้ยินชื่อ กระทั่งเคยไปใช้บริการรับประทานอาหารมาแล้ว
อีกทั้งชื่อเสียงแบบปากต่อปากก็ไม่เลวเลยทีเดียว
ดังนั้นหากมีกิจกรรมใดๆ เกิดขึ้น คนเหล่านี้ย่อมต้องตอบสนองเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน
ในขณะเดียวกัน บริเวณใกล้กับประตูเจิ้งหยางของเขตเมืองชั้นใน
ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยกำลังมุงดูใบโฆษณาแผ่นหนึ่ง ชี้ชวนกันดูและวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่เช่นเดียวกัน
บังเอิญพอดีที่มีเด็กสาวคนหนึ่งเดินผ่านมา ซึ่งก็คือสวีเมี่ยวจิ่นนั่นเอง
สวีเมี่ยวจิ่นชื่นชอบการมุงดูเรื่องสนุกสนานเป็นที่สุด จึงชะเง้อคอมองดูใบโฆษณาแผ่นนั้น
พอมองดูแล้ว ก็ต้องหัวเราะร่าด้วยความเบิกบานใจ
สวีเมี่ยวจิ่นจึงมองหาใบโฆษณาบนท้องถนนอีกแผ่นในทันที ลอกมันออกมาจากกำแพง แล้ววิ่งกลับไปยังจวนเว่ยกั๋วกง
เวลานี้ สวีเมี่ยวอวิ๋นกำลังคัดตัวอักษรอยู่ในห้องหนังสือ
นางคัดตัวอักษรไปพลาง ฮัมเพลงเบาๆ ไปพลาง เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ดีไม่น้อย
"ท่านพี่ รีบดูนี่เร็วเข้า!"
เสียงของสวีเมี่ยวจิ่นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
สวีเมี่ยวอวิ๋นไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ เอ่ยว่า "เจ้าอายุเท่าใดแล้ว ยังทำตัวไม่สำรวม ลุกลี้ลุกลนอยู่ได้"
สวีเมี่ยวจิ่นเอ่ยเสียงดัง "เถ้าแก่เฉินก่อเรื่องแปลกๆ อะไรอีกแล้วเจ้าค่ะ!"
พูดไปพลาง สวีเมี่ยวจิ่นก็นำใบโฆษณาแผ่นนั้นวางลงบนโต๊ะ
สวีเมี่ยวอวิ๋นพอมองดู ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
เถ้าแก่เฉินผู้นี้ มักจะชอบก่อเรื่องแปลกๆ อยู่เสมอจริงๆ นั่นแหละ
[ร้านของพวกเราจัดกิจกรรมกินครบรับส่วนลดอย่างยิ่งใหญ่]
[ครบหนึ่งร้อยอีแปะ ลดสิบอีแปะ]
[ครบหนึ่งร้อยห้าสิบอีแปะ ลดยี่สิบอีแปะ]
[ครบสองร้อยอีแปะ ลดสามสิบอีแปะ]
[ครบสามร้อยอีแปะ ลดห้าสิบอีแปะ]
[ระยะเวลากิจกรรมภายในเดือนนี้]
[หอเลิศรสขจรขจาย ถนนเหอตง]
สวีเมี่ยวจิ่นเอ่ยด้วยความตื่นเต้น "ท่านพี่ พวกเราก็ไปกันเถอะ! ข้าก็อยากได้ส่วนลดเหมือนกัน!"
สวีเมี่ยวอวิ๋นกระแอมไอเบาๆ "เจ้าขาดแคลนเงินแค่ไม่กี่สิบอีแปะนั่นหรืออย่างไร?"
"ขาดแคลนสิเจ้าคะ!"