spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 81 นอกเหนือจากสวีเมี่ยวอวิ๋น จวนเว่ยกั๋วกงล้วนสั่งอาหารส่งถึงที่
ในเมื่อเฉินหยางได้รับปากสวีเมี่ยวอวิ๋นไว้แล้ว
วันรุ่งขึ้น ณ จวนเว่ยกั๋วกง
วันนี้คือวันที่สวีต๋าจัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ
จวนเว่ยกั๋วกงเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่
ผู้ที่มาเยือนล้วนเป็นบุคคลสำคัญระดับแนวหน้าทั้งสิ้น
มีเฉากั๋วกงหลี่เหวินจง เจิ้งกั๋วกงฉางเม่า ซ่งกั๋วกงเฝิงเซิ่ง และหย่งเจียโหวจูเลี่ยงจู่
กระทั่งยังมีหานกั๋วกงหลี่ซ่านฉางอีกด้วย
แน่นอนว่า สวีต๋าเป็นเจ้ามือเลี้ยงแขก ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะขาดเฉิงอี้ปั๋วหลิวจี หรือ หลิวปั๋วเวิน ไปได้
เดิมทีสวีต๋าคิดว่าหลิวปั๋วเวินจะไม่มา นึกไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะไม่มีคำกล่าวอ้างใดๆ และมาร่วมงานแต่โดยดี
ทุกคนมากันตั้งแต่เช้า จึงนั่งดื่มชาพูดคุยกันในลานเรือน
หลี่เหวินจงเอ่ยขึ้นว่า "หาได้ยากยิ่งที่เว่ยกั๋วกงจะเป็นเจ้าภาพ วันนี้พวกเราต้องดื่มกับเขาสักหลายจอกให้หนำใจเสียแล้ว"
จูเลี่ยงจู่หัวเราะร่วนพลางเอ่ย "แค่ดื่มสองสามจอกคงไม่ได้ พวกเราต้องดื่มให้เมามายไม่เลิกราถึงจะถูก!"
หลิวปั๋วเวินคลี่ยิ้มบางๆ "ทุกท่านเชิญดื่มสุรากันตามสบายเถิด ชายชราอย่างข้าขอเพียงแค่มีของอร่อยให้กินก็พอแล้ว"
ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า ท่านหลิวปั๋วเวินผู้นี้แทบจะไม่ดื่มสุราเลย
หลี่ซ่านฉางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เว่ยกั๋วกง ข้าเองก็ตั้งใจมากินอาหารเช่นกัน เพียงแต่ไม่รู้ว่าที่จวนเว่ยกั๋วกงแห่งนี้จะมีของอร่อยอันใดหรือไม่"
หลี่เหวินจงเลิกคิ้วขึ้น "ท่านกล่าวสิ่งใดกัน ของที่เว่ยกั๋วกงเตรียมไว้ต้องเป็นของป่ารสเลิศ อาหารทะเลชั้นยอดอย่างแน่นอน ไม่มีทางที่จะแย่ไปได้หรอก!"
คนอื่นๆ ก็พากันผสมโรงเห็นด้วย
"นั่นสิ ไม่มีทางแย่อย่างแน่นอน"
หลี่ซ่านฉางลูบเคราตัวเอง หัวเราะร่วนทว่าไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด
หานกั๋วกงหลี่ซ่านฉางนั้นร้ายกาจมากทีเดียว คำพูดล้อเล่นที่ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจ ทว่าความจริงแล้วกลับเป็นการใช้คำพูดเพื่อกดข่มสวีต๋า
ในราชสำนักผู้ที่จะสามารถประชันขันแข่งกับหลี่ซ่านฉางได้นั้นมีเพียงไม่กี่คน สวีต๋าก็คือหนึ่งในนั้น หลิวปั๋วเวินก็ถือเป็นอีกคนหนึ่ง
เวลานี้ สวีต๋าก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเคือง หัวเราะฮ่าๆ พลางกล่าวว่า "ทุกท่าน วันนี้ของป่ารสเลิศ อาหารทะเลชั้นยอดย่อมมีไม่ขาดแน่ แต่ข้าก็อยากจะเชิญทุกท่านให้ลองชิมอาหารแปลกใหม่ดูบ้าง"
ทุกคนพอได้ฟัง ก็เกิดความสนใจขึ้นมา
"อาหารแปลกใหม่หรือ? อาหารอันใดกัน?"
"ใช่แล้ว เว่ยกั๋วกงอย่าได้อมพะนำอีกเลย"
"เว่ยกั๋วกง ท่านลองพูดมาสิ ข้าต้องเคยกินมาแล้วอย่างแน่นอน!"
สวีต๋าโบกมือปัด ทว่าก็ยังคงไม่ยอมบอก
"ดูพวกท่านสิ จะรีบร้อนไปไย? อีกประเดี๋ยวก็รู้เอง"
การที่สวีต๋าจัดงานเลี้ยงต้อนรับในครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการสานความสัมพันธ์กับบรรดาขุนนางใหญ่ในราชสำนักให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
เมื่อหนึ่งถึงสองปีก่อนเขาเอาแต่ออกรบทำศึกอยู่ด้านนอก ต่อสู้กับทหารเป่ยหยวนที่หลงเหลืออยู่อย่างดุเดือด จึงแทบไม่มีโอกาสได้สานสัมพันธ์กับขุนนางเหล่านี้เลย
ตอนนี้สวีต๋าอายุมากแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องหาทางหนีทีไล่เตรียมไว้บ้าง
หากต้องการหาทางออกที่ดี ก็ย่อมขาดการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับบรรดาขุนนางเหล่านี้ไปไม่ได้
ดังนั้น ในบรรดาแขกผู้มีเกียรติที่เชิญมาเหล่านี้ มีบางคนที่สวีต๋าไม่ได้ชอบหน้า ทว่าก็จำใจต้องเชิญมา
กระทั่งรวมถึงหูเหวยยง สวีต๋าก็เชิญมาด้วยเช่นกัน
ทว่าหูเหวยยงอ้างว่ามีภารกิจบ้านเมืองรัดตัว จึงไม่ได้มาร่วมงาน
ไม่เป็นไร หลี่ซ่านฉางและหูเหวยยงสองคนนี้ มาแค่คนเดียวก็พอแล้ว
หลังจากพูดคุยกับคนเหล่านี้อยู่ครู่หนึ่ง สวีต๋าก็เดินไปหาสวีเมี่ยวอวิ๋น
"ลูกพ่อ ได้เวลาพอสมควรแล้ว เจ้าไปหาเสื้อกั๊กสีน้ำเงินเพื่อสั่งอาหารมาส่งเถอะ"
สวีเมี่ยวอวิ๋นรู้สึกหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้
"ท่านพ่อ ทำไมต้องทำเรื่องให้ยุ่งยากถึงเพียงนี้ด้วยเจ้าคะ เชิญเถ้าแก่เฉินมาที่นี่เลยก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ?"
สวีต๋าโบกมือปัด "มันเหมือนกันนั่นแหละ ข้าได้ยินมาว่าสั่งอาหารมาส่งนั้นสะดวกสบายกว่า อีกอย่าง หากเชิญพ่อครัวเฉินมาที่เรือนจริงๆ พ่อครัวเกาจะคิดอย่างไร? เจ้าจะสามารถให้พ่อครัวเฉินมาเป็นหัวหน้าพ่อครัวที่จวนของเราได้หรือ?"
สวีเมี่ยวอวิ๋นชะงักไปเล็กน้อย
จุดนี้นางไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยจริงๆ
หากเชิญเถ้าแก่เฉินมา พ่อครัวเกาจะต้องคิดมากอย่างแน่นอน
พ่อครัวเกาเป็นคนบ้านเดียวกันกับตระกูลสวี กระทั่งยังมีความเกี่ยวดองเป็นญาติกันอยู่บ้าง ทางที่ดีอย่าไปล่วงเกินเขาจะดีกว่า หากเผื่อว่าเขาทิ้งงานแล้วเดินจากไปจริงๆ จะไปหาหัวหน้าพ่อครัวที่เหมาะสมได้จากที่ใดอีก?
เถ้าแก่เฉินจะมาเป็นหัวหน้าพ่อครัวที่จวนงั้นหรือ?
ลองคิดดูก็รู้สึกดีไม่น้อย
น่าเสียดายที่อีกฝ่ายต้องไม่ยอมทำแน่
เขาเป็นถึงเถ้าแก่ จะยอมมาเป็นลูกจ้างได้อย่างไร?
สวีเมี่ยวอวิ๋นและเสี่ยวชุ่ยเดินมุ่งหน้าไปยังประตูจวน
"เสี่ยวชุ่ย ตอนนี้พวกคนที่สวมเสื้อกั๊กสีน้ำเงินหาตัวง่ายหรือไม่?"
เสี่ยวชุ่ยพยักหน้ารับ "คุณหนูใหญ่ หาง่ายมากเจ้าค่ะ ตอนที่ข้าออกไปข้างนอกก็มักจะเห็นพวกเขาอยู่บ่อยๆ แล้วยัง..."
"แล้วยังอะไร?"
"คุณหนูใหญ่ ข้ายังเคยเรียกพวกเขาให้สั่งอาหารมาส่งตั้งหลายครั้งเลยเจ้าค่ะ"
สวีเมี่ยวอวิ๋นถึงกับเบิกตากว้าง "เจ้าก็สั่งอาหารมาส่งด้วยรึ?"
เสี่ยวชุ่ยรีบอธิบายทันที "คุณหนูใหญ่เจ้าคะ สั่งอาหารมาส่งมันสะดวกมากเลยนะเจ้าคะ! อย่างมากที่สุดแค่ครึ่งชั่วยามก็ส่งถึงแล้ว! ไม่ใช่แค่ข้าที่สั่งนะเจ้าคะ ยังมี..."
"ยังมีอะไรอีก?"
"คุณหนูรอง แล้วก็คุณชายสาม ก็มักจะสั่งบ่อยๆ เจ้าค่ะ..."
คุณหนูรองก็คือสวีเมี่ยวจิ่น คุณชายสามก็คือสวีเจิงโซ่ว
สวีเมี่ยวอวิ๋นเผยสีหน้าโกรธเคืองออกมา "ดีล่ะ เสี่ยวชุ่ย นี่เจ้าตั้งใจจะปิดบังข้าไปถึงเมื่อใดกัน?"
เสี่ยวชุ่ยรีบโบกมือปฏิเสธ "คุณหนูใหญ่ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังท่านนะเจ้าคะ! ก็ท่านไม่เคยถามข้าเลยนี่นา!"
สวีเมี่ยวอวิ๋นรู้สึกอ่อนอกอ่อนใจอย่างบอกไม่ถูก
ตอนนี้จะยังพูดอะไรได้อีกล่ะ ออกไปหาเสื้อกั๊กสีน้ำเงินก่อนก็แล้วกัน
นึกไม่ถึงว่าเสื้อกั๊กสีน้ำเงินแทบจะไม่ต้องไปตามหาให้ลำบากเลย
ทั้งสองคนเพิ่งจะเดินออกจากจวนเว่ยกั๋วกง ก็มองเห็นเสื้อกั๊กสีน้ำเงินสองคนแล้ว
พวกเขาล้วนเป็นพนักงานส่งอาหาร
เสี่ยวชุ่ยเรียกเสื้อกั๊กสีน้ำเงินคนที่อยู่ใกล้ที่สุดเข้ามา จากนั้นก็ส่งรายการอาหารที่เขียนเตรียมไว้ล่วงหน้าให้กับพนักงานส่งอาหาร
พนักงานส่งอาหารพยักหน้ารับ "ทั้งสองท่านโปรดรอสักครู่ ข้าไปรับอาหารแล้วจะรีบนำมาส่งให้ทันทีขอรับ"
มองดูแผ่นหลังของพนักงานส่งอาหารที่วิ่งไกลออกไป สวีเมี่ยวอวิ๋นก็ยิ่งรู้สึกว่าเถ้าแก่เฉินไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
ดูจากทัศนคติและการกระทำของพนักงานส่งอาหารเหล่านี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่าทหารที่ผ่านการฝึกฝนมาเลยแม้แต่น้อย นี่เพิ่งจะผ่านไปนานเท่าใดกัน เฉินหยางก็สร้างกองกำลังเช่นนี้ขึ้นมาได้แล้ว
สวีเมี่ยวอวิ๋นและเสี่ยวชุ่ยเอ่ยบอกองครักษ์ประจำจวนที่อยู่หน้าประตูคำหนึ่ง แล้วก็เดินกลับเข้าไปในจวน
ครั้งนี้เนื่องจากต้องเลี้ยงอาหารแขก ดังนั้นของที่สั่งจึงค่อนข้างมาก
[ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวห้าจาน]
[ปิ่งต้นหอมพันชั้นสิบแผ่น]
[ปิ่งเนื้อทอดกรอบสิบชิ้น]
[น้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นฟักเขียวสามหม้อใหญ่]
ผ่านไปชั่วครู่ ณ หอเลิศรสขจรขจาย
เฉินหยางได้รับกระดาษที่กัวซานหลางส่งมาให้
รู้สึกว่าไม่มีความกดดันเท่าใดนัก
น้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นฟักเขียวออกจะยุ่งยากอยู่สักหน่อย ดังนั้นเขาจึงเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าไม่น้อยแล้ว อีกเดี๋ยวพอยกออกจากเตาก็ใช้ได้เลย
นอกจากนี้ เฉินหยางยังจัดเตรียมอาหารเพิ่มเป็นพิเศษให้กับจวนเว่ยกั๋วกงอีกด้วย
มะเขือเทศผัดไข่ ก็เตรียมไว้ห้าจานเช่นกัน
บวกกับของขวัญปริศนาอีกหนึ่งชิ้น
เฉินหยางจงใจแปะกระดาษแผ่นเล็กๆ ไว้บนกล่องห่อของขวัญชิ้นนั้น เพื่อให้พวกเขาเปิดออกเป็นสิ่งสุดท้าย
ทุกอย่างเตรียมการเสร็จสิ้น
เฉินหยางก็จัดการให้พนักงานส่งอาหารนำไปส่งที่จวนเว่ยกั๋วกง
ของเยอะเกินไป คนเดียวหิ้วไม่ไหว จึงส่งพนักงานส่งอาหารไปอีกคน ให้ทั้งสองคนช่วยกันนำไปส่ง
ดังนั้น ตอนที่สวีเมี่ยวอวิ๋นและเสี่ยวชุ่ยได้รับของ จึงรู้สึกตกใจมากพอสมควร
พวกนางสั่งของไปมากมายขนาดนี้เลยหรือ?