หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 73 องค์รัชทายาทอยากเสวย ก็สั่งให้คนไปส่งสิ

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 73 องค์รัชทายาทอยากเสวย ก็สั่งให้คนไปส่งสิ 

 

องค์รัชทายาทจูเปียว องค์รัชทายาทพระองค์แรกแห่งต้าหมิง

เฉินหยางมีความประทับใจในตัวพระองค์เป็นอย่างยิ่ง

 

องค์รัชทายาทพระองค์นี้ ไม่ว่าจะเป็นความประพฤติ สติปัญญาความรู้ หรือกระทั่งแนวคิดในการปกครองประเทศ ล้วนสามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้ที่ยอดเยี่ยมมากพระองค์หนึ่งของต้าหมิง

สิ่งเดียวที่ขาดหายไป อาจเป็นเพียงความเด็ดขาดเหี้ยมโหดที่ไม่มากพอเท่านั้น

 

ทว่าถึงกระนั้น นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ล้วนเชื่อมั่นว่า หากจูเปียวสามารถสืบทอดราชบัลลังก์ได้สำเร็จ จะต้องเป็นกษัตริย์ผู้ปราดเปรื่องแห่งต้าหมิงอย่างแน่นอน

น่าเสียดายนัก ที่จูเปียวด่วนสิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังหนุ่ม ไม่ทันได้รอจนถึงวันสืบทอดราชบัลลังก์ก็ด่วนจากไปเสียก่อน

 

ลองคิดดูให้ดี หากจูเปียวไม่สิ้นพระชนม์ จูตี้ก็ใช่ว่าจะมีความคิดก่อกบฏ

ประวัติศาสตร์ทั้งหมดของต้าหมิง ก็คงจะเป็นภาพเหตุการณ์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

เฉินหยางมีความรู้สึกที่ดีต่อองค์รัชทายาทพระองค์นี้อยู่ไม่น้อย

ส่วนจูเปียวนั้น ทรงรู้สึกว่าเฉินหยางผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

 

เมื่อเผชิญหน้ากับเว่ยกั๋วกง กระทั่งเผชิญหน้ากับองค์รัชทายาทอย่างพระองค์ ก็ยังแสดงออกอย่างไม่เย่อหยิ่งและไม่ถ่อมตนจนเกินไป ท่าทีราบเรียบดุจเมฆบางลมเบา

บุคลิกท่าทางที่สงบเยือกเย็นเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปจะมีได้เลย

สวีต๋าย่อมต้องมองเฉินหยางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเช่นกัน

อายุน้อยถึงเพียงนี้ กลับมีความสามารถมากมาย หาได้ยากยิ่งนัก

 

เวลานี้ จูเปียวตรัสว่า “ฟังจากที่เว่ยกั๋วกงบอก ตอนนี้เจ้าเป็นพ่อครัวใหญ่อยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งงั้นรึ ? ”

 

เฉินหยางพยักหน้ารับ “ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ”

 

“เช่นนั้นเปิ่นหวังจะให้โอกาสเจ้าอีกทางหนึ่ง”

 

เฉินหยางชะงักไปเล็กน้อย “โอกาสอีกทางหนึ่งรึพ่ะย่ะค่ะ ? ”

 

จูเปียวทรงพยักพระพักตร์

“เฉินหยาง หากเจ้ายินยอม เจ้าสามารถเข้าไปอยู่ในห้องเครื่องของวังหลวงได้”

สวีต๋าและหูเหวยยงไม่ได้แสดงสีหน้าประหลาดใจอันใดออกมา

 

นี่ก็ถือเป็นเรื่องปกติมาก พ่อครัวที่สามารถทำอาหารรสเลิศในแดนดินได้ถึงระดับนี้ ย่อมมีคุณสมบัติที่จะเข้าไปในห้องเครื่องของวังหลวงได้อยู่แล้ว

ต้องรู้ไว้ว่า ห้องเครื่องของวังหลวงนั้นคือวิหารในความใฝ่ฝันของพ่อครัวทุกคนในต้าหมิง

ไม่เพียงแต่งานน้อย ทว่าค่าตอบแทนยังสูงเป็นพิเศษอีกด้วย

 

หากสามารถเป็นพ่อครัวใหญ่ในห้องเครื่องวังหลวงได้ ก็ยังมีระดับขั้น และถือเป็นขุนนางคนหนึ่งด้วย

ถึงอย่างไรขอเพียงสามารถเข้าไปในห้องเครื่องของวังหลวงได้ สำหรับชาวบ้านตัวเล็ก ๆ แล้ว นั่นก็เท่ากับเป็นการสร้างชื่อเสียงเกียรติยศแก่วงศ์ตระกูลแล้ว

โอกาสเช่นนี้ สมควรจะไม่มีผู้ใดปฏิเสธอย่างแน่นอน

 

พ่อครัวเฉินที่ยังหนุ่มแน่นผู้นี้ ก็สมควรจะไม่เป็นข้อยกเว้นเช่นกัน

หูเหวยยงคิดในใจว่า เจ้าหนุ่มนี่ช่างโชคดีเหมือนเหยียบขี้สุนัขจริง ๆ

สวีต๋าในขณะที่รู้สึกยินดี ก็รู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย

 

วันข้างหน้าหากอยากจะกินผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาว ปิ่งเนื้อทอดกรอบ ปิ่งต้นหอมพันชั้น และยังมีน้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นฟักเขียวที่หอมหวานสดชื่นนั่น คงจะไม่ง่ายดายเช่นนั้นอีกแล้ว

 

ทว่าเฉินหยางกลับส่ายหน้า และค้อมตัวทำความเคารพจูเปียวอย่างจริงจัง “ขอบพระทัยองค์รัชทายาท ทว่าผู้น้อยเกรงว่าคงต้องปฏิเสธความหวังดีขององค์รัชทายาทแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

 

ทั้งสามคนถึงกับชะงักงัน

จูเปียวตรัสถาม “เฉินหยาง เจ้าไม่ยินยอมไปที่ห้องเครื่องของวังหลวงงั้นรึ ? เพราะเหตุใดกัน ? ”

 

เฉินหยางตอบว่า “หลัก ๆ แล้ว เป็นเพราะผู้น้อยเป็นเถ้าแก่ของร้านอาหารแห่งหนึ่ง และยังมีร้านขายของกินอีกแห่งหนึ่ง ผู้น้อยไม่มีวิธีที่จะทิ้งร้านเหล่านี้ไปที่ห้องเครื่องวังหลวงได้จริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ”

 

คำพูดนี้พอได้ฟัง กระทั่งสวีต๋าก็ยังรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

“เจ้าคือเถ้าแก่งั้นรึ ? เจ้าคือเถ้าแก่ของหอเลิศรสขจรขจายงั้นรึ ? ”

 

“เว่ยกั๋วกง ถูกต้องแล้วขอรับ หากข้าไม่ได้อยู่ที่นั่น ร้านทั้งสองแห่งนี้ก็อาจจะไม่สามารถประคับประคองต่อไปได้”

 

จูเปียวทรงเข้าพระทัยอย่างถ่องแท้ และก็สามารถเข้าพระทัยได้เช่นกัน

เฉินหยางไม่ได้เป็นเพียงแค่พ่อครัว ทว่ายังเป็นเถ้าแก่ การที่ไม่อยากทอดทิ้งกิจการที่ตนเองสร้างมากับมือก็ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา

 

ทว่าพอคิดดูอีกที สวีต๋าก็กลับรู้สึกว่าเฉินหยางผู้นี้ค่อนข้างมีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีอยู่ไม่น้อย

เงินที่เขาเปิดร้านหามาได้ด้วยตนเอง ไม่แน่ว่าอาจจะไม่ได้มากไปกว่าเงินที่หาได้จากการไปอยู่ห้องเครื่องวังหลวงด้วยซ้ำ

 

นอกจากนี้ ฝีมือของเฉินหยางดีถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังได้รับความโปรดปรานจากองค์รัชทายาท การจะได้เป็นพ่อครัวใหญ่ย่อมไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน การมีฐานะเป็นขุนนาง ย่อมดีกว่าการเปิดร้านมากนัก

ก็ไม่รู้ว่าเป็นเฉินหยางที่คิดเรื่องนี้ไม่แตกฉาน หรือว่าไม่ได้สนใจในฐานะขุนนางกันแน่

 

เวลานี้ จูเปียวทอดพระเนตรเห็นเฉินหยางมีท่าทีแน่วแน่มาก จึงไม่ได้ตรัสยืนกรานอีก

ทว่าจูเปียวกลับทรงพระสรวลขื่นขมพลางตรัสว่า “ดูท่าทาง วันข้างหน้าหากเปิ่นหวังอยากกินของที่เจ้าทำ ยังคงต้องตั้งใจวิ่งมาที่เขตนอกเมืองเพื่อกินเสียแล้ว”

จูเปียวมีฐานะสูงส่งเป็นถึงองค์รัชทายาท ยังไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้ทรงแบ่งเบาภารกิจบ้านเมืองแทนจูหยวนจางไปมากมาย งานยุ่งรัดตัว

 

ต่อให้เป็นเวลาปกติ การจะเสด็จออกจากวังหลวงสักครั้งก็ต้องเสียเวลาและขั้นตอนความยุ่งยากไม่น้อย

ดังนั้นสำหรับจูเปียวแล้ว การวิ่งมาที่เขตนอกเมืองเพื่อกินอาหารในร้าน จึงถือเป็นเรื่องที่ฟุ่มเฟือยเป็นอย่างมาก

 

ทว่าเฉินหยางกลับยิ้มแย้มตอบว่า “องค์รัชทายาท อันที่จริงพระองค์ไม่จำเป็นต้องเสด็จออกจากวังหลวง ก็สามารถเสวยของที่ผู้น้อยทำได้พ่ะย่ะค่ะ”

 

ทุกคนพอได้ฟัง ก็ถึงกับชะงักงันไป

หูเหวยยงปรายตามองเฉินหยางแวบหนึ่ง “องค์รัชทายาทไม่เสด็จออกจากวังหลวง แล้วจะกินของจากร้านเจ้าได้อย่างไร ? หรือว่าเจ้าจะเอาไปส่งงั้นรึ ? ”

เฉินหยางในยามนี้ยังไม่รู้เลยว่าคนที่กำลังพูดอยู่ก็คือหูเหวยยงผู้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ในหน้าประวัติศาสตร์

แน่นอนว่า เขาก็ไม่ได้มีความสนใจที่จะไปข้องแวะกับคนเหล่านี้เช่นกัน

 

เฉินหยางค้อมตัวทำความเคารพอย่างนอบน้อม “ใต้เท้าท่านนี้กล่าวได้ถูกต้องแล้วขอรับ ทว่าถูกเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น”

 

จูเปียวทรงพระสรวล “เช่นนั้นเจ้ารีบพูดมา เปิ่นหวังจะต้องทำอย่างไร ? ”

 

“ความจริงแล้วง่ายดายมากพ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาทสามารถให้คนไปลองตามหาคนที่สวมเสื้อกั๊กสีน้ำเงินในเขตเมืองชั้นในได้พ่ะย่ะค่ะ”

 

“เสื้อกั๊กสีน้ำเงินรึ ? พวกเขาคือคนกลุ่มใดกัน ? ”

 

“พวกเขาเรียกว่าพนักงานส่งอาหารพ่ะย่ะค่ะ เป็นคนที่ทำงานให้กับผู้น้อย คนขององค์รัชทายาทหาพวกเขาพบ ก็บอกพวกเขาว่าพระองค์อยากจะเสวยสิ่งใด พวกเขาก็จะกลับมาบอกผู้น้อย ผู้น้อยก็จะจัดการทำให้เสร็จ จากนั้นก็ให้พนักงานส่งอาหารนำไปส่งที่หน้าประตูวังหลวง องค์รัชทายาทก็จะสามารถลิ้มรสอาหารเลิศรสได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

 

จูเปียวและสวีต๋าสบตากัน เผยสีหน้าเหลือเชื่อออกมา

วิธีการเช่นนี้ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยจริง ๆ

ทันใดนั้นสวีต๋าก็กล่าวขึ้น “องค์รัชทายาท กระหม่อมนึกขึ้นมาได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ ทุกวันที่เดินอยู่บนท้องถนน สามารถมองเห็นคนที่สวมเสื้อกั๊กสีน้ำเงินอยู่บ้างจริง ๆ นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นพนักงานส่ง...”

 

เฉินหยางเอ่ยเตือน “พนักงานส่งอาหารขอรับ”

 

“ใช่ ๆ พนักงานส่งอาหาร”

 

จูเปียวพอได้ฟัง พระเนตรก็เป็นประกายขึ้นมา

ดูท่าทางแล้ว วิธีการนี้สามารถใช้ได้จริง !

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.