หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 72 พ่อครัวผู้นี้หน้าตาหล่อเหลาเอาการจริง ๆ !

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 72 พ่อครัวผู้นี้หน้าตาหล่อเหลาเอาการจริง ๆ ! 

 

สีพระพักตร์ของจูเปียวเปลี่ยนเป็นอบอุ่น แดงระเรื่อ เห็นได้ชัดว่าเสวยจนอิ่มเอมพระทัยแล้ว

สวีต๋าย่อมดีใจเป็นอย่างมาก

จูเปียวคือองค์รัชทายาทที่มั่นคงดุจเหล็กกล้า วันข้างหน้าย่อมต้องสืบทอดราชบัลลังก์อย่างแน่นอน

ตระกูลเว่ยกั๋วกงจะสามารถจารึกชื่อเสียงไว้ในราชวงศ์หมิงแห่งนี้ไปอีกนานนับร้อยชั่วอายุคนได้หรือไม่ จูเปียวผู้เป็นว่าที่จักรพรรดิในอนาคตผู้นี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

 

ขุนนางผู้ใหญ่ในราชสำนักแทบทุกคนล้วนกำลังคิดหาวิธีเข้าใกล้จูเปียว เพื่อให้ได้รับความไว้วางพระทัยจากพระองค์

ทว่าสวีต๋ารู้ดีว่า จูเปียวมีคุณสมบัติของกษัตริย์ผู้ปราดเปรื่อง

หากมีจิตใจคิดไม่ซื่อ ก็ไม่มีทางที่จะได้รับความไว้วางพระทัยจากจูเปียวได้

ตอนนี้จูเปียวเสวยได้อย่างเอร็ดอร่อย คาดว่าคงจะสนิทสนมกับสวีต๋ามากขึ้นอีกสักหน่อยแล้ว

นั่นทำให้หูเหวยยงรู้สึกนั่งไม่ติด

 

แม้สวีต๋าจะไม่ใช่คนของกลุ่มขุนนางเจ้อตง ทว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มขุนนางเจ้อตงที่หูเหวยยงสังกัดอยู่ ก็ยังมีความเข้ากันไม่ได้อยู่บ้าง 

หลี่ซ่านฉางและหูเหวยยงต่างก็รู้สึกว่าสวีต๋านั้นมีความสนิทสนมกับหลิวปั๋วเวินและซ่งเหลียนซึ่งเป็นคนของกลุ่มขุนนางเจ้อตงเป็นอย่างมาก

ถึงอย่างไรสำหรับหูเหวยยงแล้ว เว่ยกั๋วกงสวีต๋าก็คือบุคคลอันตราย

 

หูเหวยยงมีแผนการเจ้าเล่ห์มากมาย เขากลอกตาไปมา แล้วเอ่ยว่า “พ่อครัวใหญ่ที่เว่ยกั๋วกงเชิญมาผู้นี้มีฝีมือยอดเยี่ยมจริง ๆ ทว่าก็ยังมีข้อบกพร่องที่ยังไม่สมบูรณ์แบบอยู่บ้าง”

 

สวีต๋าลอบด่าทออยู่ในใจ ทว่าภายนอกกลับนิ่งสงบ ไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกใด ๆ ออกมา

“มีข้อบกพร่องอันใดหรือ ? ขอใต้เท้าหูโปรดชี้แนะด้วย”

 

จูเปียวโบกพระหัตถ์ “ใต้เท้าหูก็อย่าได้จับผิดเรื่องเล็กน้อยเลย”

 

หูเหวยยงรีบกล่าวว่า “องค์รัชทายาท พระองค์ทรงเข้าพระทัยผิดแล้ว ความหมายของกระหม่อมก็คือ ที่นี่ของพวกเรามีกับข้าว มีปิ่ง รสชาติดีมากจริง ๆ ทว่ากลับไม่มีน้ำแกง จึงดูไม่สมบูรณ์แบบอยู่บ้างพ่ะย่ะค่ะ”

 

สวีต๋าร้อง “อ้อ” ออกมาคำหนึ่ง “ความหมายของใต้เท้าหูก็คือ...”

 

หูเหวยยงกล่าวว่า “องค์รัชทายาท พ่อครัวใหญ่ที่กระหม่อมเชิญมาผู้นั้นเชี่ยวชาญการทำน้ำแกงเป็นอย่างมาก มิสู้ให้กระหม่อมเชิญเขามา ทำน้ำแกงรสเลิศให้พวกเราสักถ้วย จะไม่ดีกว่าหรือพ่ะย่ะค่ะ ? ”

จูเปียวเพิ่งจะอ้าพระโอษฐ์เตรียมตรัส กลับทอดพระเนตรเห็นสาวใช้สองคนเดินเข้ามา

สาวใช้สองคนนี้กำลังช่วยกันยกโถใบหนึ่งเข้ามา

 

ไม่สิ นั่นไม่ใช่โถ น่าจะเป็นหม้อดินเผา เป็นหม้อดินเผาใบใหญ่มาก

สิ่งที่ตามหม้อดินเผาใบนั้นมาด้วย ก็คือกลิ่นหอมที่เข้มข้นสายหนึ่ง

สาวใช้ทั้งสองนำหม้อดินเผาใบใหญ่วางลงบนโต๊ะหิน

 

องค์รัชทายาททรงชะงักไปเล็กน้อย “นี่คือ... น้ำแกงรึ ? ”

สวีต๋าเองก็รู้สึกงุนงงสับสนอยู่บ้าง ในหม้อดินเผาส่วนใหญ่แล้วย่อมต้องเป็นน้ำแกงชนิดใดชนิดหนึ่ง

ช่างประหลาดนัก หูเหวยยงเพิ่งจะเอ่ยถึง “น้ำแกง” น้ำแกงก็มาพอดี ราวกับจงใจจะตบหน้าเขาอย่างไรอย่างนั้น

สวีต๋าเพียงแค่เชิญพ่อครัวใหญ่ของหอเลิศรสขจรขจายผู้นั้นมา ทว่าก็ไม่ได้เจาะจงให้เขาทำสิ่งใด

ล้วนเป็นพ่อครัวใหญ่ที่แสดงฝีมือออกมาเองทั้งสิ้น

ดูจากตรงนี้แล้ว พ่อครัวใหญ่ผู้นี้กับเขาสวีต๋าก็ถือว่าเข้าขากันได้ดีทีเดียว

 

สาวใช้คนหนึ่งเปิดฝาหม้อดินเผาใบใหญ่นั้นออก

กลิ่นหอมปริมาณมหาศาลพวยพุ่งออกมาในรวดเดียว ทำเอาทั้งสามคนแทบจะหงายหลัง

แม่เจ้าโว้ย กลิ่นนี้มันหอมเกินไป พิเศษเกินไปแล้ว !

 

จูเปียวเบิกพระเนตรกว้างทอดพระเนตรมองสวีต๋า “นี่คือ...”

 

สวีต๋าก้มหน้าลงมอง ชั่วขณะหนึ่งก็ตอบไม่ถูกเช่นกัน

 

โชคดีที่สาวใช้ช่วยแนะนำสักหน่อย

“พ่อครัวเฉินบอกว่า นี่คือน้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นฟักเขียวเจ้าค่ะ”

 

ทั้งสามคนต่างมองหน้ากันไปมาเลิ่กลั่ก

น้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นฟักเขียว ?

พวกเขาเพิ่งจะเคยได้ยินชื่อน้ำแกงชนิดนี้เป็นครั้งแรก

 

สาวใช้กล่าวอีกว่า “พ่อครัวเฉินยังบอกอีกว่า ฟักเขียวมีสรรพคุณช่วยดับร้อนถอนพิษ ชะลอความแก่ ขับปัสสาวะลดอาการบวม บำรุงปอดสร้างความชุ่มชื้น และลดน้ำหนักกระชับสัดส่วน ส่วนซี่โครงหมูก็อุดมไปด้วยสารอาหาร มีสรรพคุณช่วยบำรุงหยินเสริมหยาง บำรุงไตเสริมเลือด เมื่อนำทั้งสองอย่างมารวมกัน ดื่มเป็นประจำจะสามารถเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง และปรับสมดุลหยินหยางได้เจ้าค่ะ”

 

นับว่าโชคดีที่สาวใช้ผู้นี้จดจำได้อย่างแม่นยำ ถึงขั้นสามารถท่องจำคำพูดของ “พ่อครัวเฉิน” ออกมาได้จนหมดสิ้น คำกล่าวอ้างเหล่านี้ทำเอาทั้งสามคน สวีต๋า จูเปียว และหูเหวยยง ถึงกับฟังจนงุนงงไปเลย

จูเปียวทรงพระสรวลออกมา “ไม่เลว ๆ น้ำแกงหอมมาก อีกทั้งยังมีประโยชน์มากเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็ต้องดื่มให้มากหน่อยแล้ว”

 

สวีต๋าโบกมือใหญ่ ๆ หนึ่งที “ใช่ ๆ ๆ รีบตักน้ำแกงให้องค์รัชทายาทเร็วเข้า ! ”

ทั้งสามคนตักน้ำแกงกันคนละถ้วย

หอมเกินไปจริง ๆ รู้สึกชวนให้ลุ่มหลงมัวเมาเลยทีเดียว

 

เดิมทีพวกเขาก็กินของไปไม่น้อยแล้ว ทว่าตอนนี้มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการลิ้มรสชาติน้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นฟักเขียวของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

แน่นอนว่า ความรู้สึกของหูเหวยยงนั้นค่อนข้างซับซ้อน

รู้สึกอึดอัดขัดใจเป็นอย่างมาก

 

รู้สึกว่าวันนี้ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ถูกสวีต๋ากดหัวเอาไว้ตลอด เป็นความรู้สึกที่ไม่อาจออกแรงต่อกรได้เลยจริง ๆ

หูเหวยยงดื่มน้ำแกงไปหนึ่งคำ ความรู้สึกก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก

อร่อย

 

ทว่ากลับทรมานใจยิ่งนัก !

นี่แหละที่เรียกว่าทั้งเจ็บปวดและมีความสุขไปพร้อมกัน

 

จากนั้น ก็ได้ยินเสียงชื่นชมขององค์รัชทายาทดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“เว่ยกั๋วกง ฟักเขียวนี้... ใช่แล้ว น้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นฟักเขียวนี้ช่างสดชื่นกลมกล่อมเกินไปแล้ว”

“นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีวิธีการทำเช่นนี้ ข้าเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก”

“อร่อย อร่อยจริง ๆ ! เว่ยกั๋วกง ท่านอย่าหัวเราะเยาะล่ะ ! เปิ่นหวังอยากจะดื่มอีกสักถ้วย”

 

สวีต๋าดีใจจนแทบจะเนื้อเต้นอยู่แล้ว

“องค์รัชทายาท พระองค์เสวยได้เต็มที่เลยพ่ะย่ะค่ะ อย่าว่าแต่อีกถ้วยเลย จะอีกกี่ถ้วยก็ย่อมได้พ่ะย่ะค่ะ ! ”

“ใต้เท้าหู ท่านก็ไม่ต้องเกรงใจ เมื่อครู่นี้ท่านเพิ่งจะบอกไปไม่ใช่หรือว่าไม่มีน้ำแกงแล้วไม่สมบูรณ์แบบ ตอนนี้มีแล้ว ท่านก็รีบดื่มให้เยอะหน่อยเถิด ! ”

 

หูเหวยยงฝืนยิ้มออกมา มีความขมขื่นที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยได้

บังเอิญว่าตอนนี้ไม่เพียงแต่จะมีน้ำแกงแล้ว น้ำแกงนี้ยังอร่อยมากอีกด้วย

ตาเฒ่าหูเหวยยงผู้นี้ก็ได้แต่พยักหน้า และก้มหน้าก้มตาดื่มต่อไปเท่านั้น

 

เวลานี้ จูเปียวก็ตรัสขึ้นกะทันหัน “จริงสิ เว่ยกั๋วกง สามารถเชิญพ่อครัวเฉินผู้นี้ออกมาให้ข้ารู้จักสักหน่อยได้หรือไม่”

 

สวีต๋าพยักหน้ารับ แล้วให้สาวใช้ไปจัดการ

อันที่จริงสวีต๋าก็ยังไม่เคยเห็นหน้าพ่อครัวเฉินเช่นกัน คาดว่าก็คงไม่ต่างจากพ่อครัวทั่วไปเท่าใดนัก

ผ่านไปชั่วครู่ พ่อครัวเฉินก็ปรากฏตัวขึ้น

คนผู้นี้ย่อมต้องเป็นเฉินหยางอย่างแน่นอน

เฉินหยางยุ่งอยู่พักหนึ่ง ก็นับว่าเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว

นึกไม่ถึงเลยว่าเว่ยกั๋วกงจะเรียกพบเขา จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง

 

ในขณะเดียวกัน เฉินหยางก็รู้สึกตื่นเต้นมากเช่นกัน

เว่ยกั๋วกงสวีต๋า นั่นคือหนึ่งในบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ต้าหมิงเชียวนะ

เฉินหยางเดินมาถึงหน้าศาลาพักร้อน และค้อมตัวทำความเคารพอย่างนอบน้อม

“ผู้น้อยเฉินหยาง คารวะใต้เท้าทุกท่านขอรับ”

 

ทั้งสามคนพอเห็นเฉินหยาง ก็อดไม่ได้ที่จะประประหลาดใจเป็นอย่างมาก

พ่อครัวที่อายุน้อยถึงเพียงนี้

ไม่ ไม่ใช่แค่อายุน้อยเท่านั้น ทว่ายังหล่อเหลา รูปร่างสูงโปร่ง ท่าทางสง่างามดุจต้นหลิวรับลม เป็นคนหนุ่มที่มีความสามารถและหน้าตาดีเยี่ยม

อีกทั้งเพียงปรายตามองแวบเดียว ก็สามารถดูออกได้ว่า บุคลิกท่าทางของคนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

 

จูเปียวตรัสถามด้วยความสงสัย “เฉินหยาง อาหารไม่กี่อย่างนี้ล้วนมาจากฝีมือของเจ้างั้นรึ ? ”

 

เฉินหยางพยักหน้ารับ “เป็นผู้น้อยทำเองขอรับ”

 

จูเปียวทรงปรบพระหัตถ์ “ดี ไม่เพียงแต่จะมีฝีมือดีเท่านั้น กระทั่งตัวคนก็ยังมีความสามารถหน้าตาหล่อเหลา ช่างทำให้เปิ่นหวังประหลาดใจจริง ๆ ”

 

เปิ่นหวัง ?

เฉินหยางเงยหน้าขึ้นมองคนผู้นั้นแวบหนึ่งโดยไม่แสดงอาการใดๆ

หรือว่า...

นี่คือองค์ชายท่านใดกัน ?

คงจะไม่ใช่จูตี้หรอกนะ ?

ไม่ ไม่ค่อยเหมือนเท่าใดนัก

องค์ชายท่านนี้มีบุคลิกอ่อนโยนละมุนละไม ไม่ค่อยเหมือนคนอย่างจูตี้เท่าใดนัก

 

จังหวะนั้นเอง หูเหวยยงก็กล่าวขึ้นว่า “องค์รัชทายาท ยังคงเป็นเว่ยกั๋วกงที่มีความสามารถ ไม่รู้จริง ๆ ว่าไปหามาจากที่ใด” 

 

เป็นดังคาด นี่คือองค์รัชทายาทจูเปียว !

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.