หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 71 ของที่พ่อครัวใหญ่ผู้นี้ทำล้วนเป็นอาหารเลิศรสทั้งสิ้น

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 71 ของที่พ่อครัวใหญ่ผู้นี้ทำล้วนเป็นอาหารเลิศรสทั้งสิ้น 

 

หูเหวยยงยังคงรู้สึกว่าพ่อครัวใหญ่ที่สวีต๋าหามานั้นไม่เอาไหน นึกไม่ถึงเลยว่าจะถูกตบหน้าฉาดใหญ่เข้าอย่างจัง ประเด็นสำคัญก็คือหูเหวยยงรู้สึกจริง ๆ ว่าผัดผักกาดขาวจานนี้อร่อย

หากไม่ใช่เพราะองค์รัชทายาทประทับอยู่ที่นี่ หูเหวยยงก็อาจจะยึดอาหารทั้งจานนี้ไว้กินคนเดียวแล้ว

ที่สำคัญคือองค์รัชทายาทก็ทรงโปรดปรานเช่นกัน เพิ่งจะตรัสไปได้ไม่กี่ประโยค ก็ทรงลงตะเกียบคีบไปแล้วหลายครั้ง

 

เสวยไปได้สักพัก องค์รัชทายาทถึงเพิ่งจะทรงสังเกตเห็นว่าสวีต๋ายังไม่ได้ลงตะเกียบเลย

พระองค์ตรัสด้วยความเกรงพระทัยเล็กน้อยว่า “เว่ยกั๋วกง ท่านอย่าเอาแต่มองสิ ท่านก็กินด้วยเถิด”

สวีต๋าถึงเพิ่งจะเริ่มลงตะเกียบ

 

ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวจานนี้เป็นจานขนาดใหญ่พิเศษ ปริมาณที่ใส่มานั้นราวกับใส่กะละมังก็มิปาน

หากกล่าวตามปกติแล้ว สามคนย่อมกินพออย่างแน่นอน

ทว่านี่ผ่านไปเพียงไม่นาน อาหารกว่าครึ่งจานก็ตกถึงท้องไปแล้ว

เป็นจังหวะที่บอกได้เลยว่าไม่พออย่างแน่นอน

องค์รัชทายาททอดพระเนตรมองสวีต๋า ฝ่ายหลังก็เข้าใจความหมายในทันที จึงรีบเรียกสาวใช้เข้ามา

 

“ไปบอกห้องครัวสักหน่อย ให้ยกผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวเข้ามาอีกหนึ่งจาน เอาจานใหญ่ ๆ เลยนะ”

สาวใช้ขานรับคำหนึ่ง แล้วก็รีบรุดจากไป

ทั้งสามคนก็เริ่มก้มหน้าก้มตากินกันต่อไป

เพียงชั่วพริบตาเดียว ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวจานใหญ่ก็ถูกจัดการจนหมดเกลี้ยง

แม้แต่เศษผักกาดขาวสักชิ้นก็ยังหาไม่เจอ

ก้นจานเหลือเพียงแค่น้ำผัดผักเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

องค์รัชทายาททรงจ้องมองน้ำผัดผักนั้นจนเหม่อลอย

 

สวีต๋ารู้สึกกังวลอยู่บ้าง กลัวว่าองค์รัชทายาทจะทรงยกจานขึ้นมาซดน้ำผัดผักจนหมดเกลี้ยงในรวดเดียว

เรื่องพรรณนี้ สวีต๋าเคยทำมาแล้วจริง ๆ

โชคดีที่องค์รัชทายาททรงอดกลั้นเอาไว้ได้

 

องค์รัชทายาททรงถอนพระปัสสาสะพลางตรัสว่า “พูดกันตามตรง เปิ่นหวังไม่ได้กินของอร่อยถึงเพียงนี้มานานมากแล้ว เสียมารยาทไปบ้างแล้วจริง ๆ ”

 

สวีต๋าโบกมือปัด “องค์รัชทายาทเสวยได้อร่อยมากเท่าใด กระหม่อมก็ยิ่งดีใจพ่ะย่ะค่ะ”

 

องค์รัชทายาทตรัสว่า “เปิ่นหวังเคยได้ยินมาว่าพ่อครัวที่เก่งกาจที่สุด สามารถนำวัตถุดิบที่เรียบง่ายที่สุดมาทำให้อร่อยเป็นพิเศษได้ แต่ข้าก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะอร่อยได้ถึงระดับนี้”

 

สวีต๋าพยักหน้ารับ รู้สึกเห็นด้วยอย่างลึกซึ้ง

“เมื่อก่อนกระหม่อมก็ไม่เชื่อว่าจะมีผู้ใดทำผักกาดขาวให้อร่อยได้ถึงเพียงนี้ ทว่าตอนนี้กลับไม่เชื่อก็ไม่ได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

 

องค์รัชทายาททรงพระสรวลออกมา

“เปิ่นหวังจำได้ว่าสิ่งที่เว่ยกั๋วกงโปรดปรานที่สุดก็คือห่านตุ๋น กินอย่างอื่นล้วนไม่อร่อย”

 

สวีต๋าส่ายหน้าฝืนยิ้ม “บุตรีคนโตของบ้านกระหม่อมไม่ยอมให้กินแล้วพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้เดือนหนึ่งยังไม่ได้กินเลยสักครั้ง”

 

“โชคดีที่มีผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวนี้ ก็สามารถช่วยคลายความอยากลงได้บ้างพ่ะย่ะค่ะ”

“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะองค์รัชทายาท มิปิดบังพระองค์ ตอนนี้กระหม่อมไม่อยากกินห่านตุ๋นแล้ว ได้กินผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวนี่ก็พอแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

 

หูเหวยยงที่อยู่ด้านข้างฟังจนงุนงงไปหมด ถึงขั้นสอดคำพูดไม่ขึ้นเลยทีเดียว

แบบนี้จะไปได้ที่ไหนกัน !

หูเหวยยงกลอกตาไปมา รีบกล่าวทันทีว่า “เว่ยกั๋วกง ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวนี้ถึงจะอร่อย แต่ว่าวันนี้มีเพียงอาหารจานนี้อย่างเดียวหรือ ? ”

สวีต๋าชะงักไปเล็กน้อย ไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะตอบกลับอย่างไรดี

จังหวะนั้นเอง สาวใช้สองคนก็เดินเข้ามา

 

สาวใช้คนหนึ่งยกผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวขึ้นมาเสิร์ฟ

แม่เจ้าโว้ย จานใหญ่พูนเต็มจานเลยทีเดียว

ส่วนสาวใช้อีกคนหนึ่งกลับยกอาหารประเภทแป้งมาเสิร์ฟหนึ่งจาน

 

นั่นคือแผ่นแป้งที่ถูกตัดเป็นชิ้นสามเหลี่ยมหลายชิ้น ผิวด้านนอกเป็นสีเหลืองทองอร่าม แผ่นบาง ๆ และดูเหมือนจะแบ่งเป็นหลายชั้นอีกด้วย

สวีต๋าถึงกับชะงักงันไป นี่คือปิ่งอะไรกัน ? เขาไม่เคยรับประทานมาก่อนเลย

ตอนที่เขาอยู่ที่หอเลิศรสขจรขจาย สิ่งที่เขาสั่งมาโดยตลอดก็คือปิ่งเนื้อทอดกรอบ

เหตุใดพ่อครัวใหญ่ผู้นั้นถึงไม่ทำปิ่งเนื้อ ทว่ากลับทำปิ่งชนิดนี้มา ?

 

สาวใช้คนนั้นกล่าวว่า “พ่อครัวเฉินบอกว่า นี่คือปิ่งต้นหอมพันชั้น ทำมาเพื่อให้ทุกท่านได้ลองชิมเป็นพิเศษเจ้าค่ะ”

 

“อ้อ ปิ่งต้นหอมพันชั้น เช่นนั้นองค์รัชทายาท ใต้เท้าหู พวกเรามาลองชิมดูกันเถิด”

สวีต๋ายังคงรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง หวังเพียงว่าปิ่งต้นหอมนี้จะอร่อยก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว

องค์รัชทายาทยังคงลืมผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวไม่ลง รีบเสวยไปหนึ่งคำ ถึงเพิ่งจะใช้กระดาษซับน้ำมันห่อปิ่งต้นหอมพันชั้นขึ้นมาหนึ่งชิ้น

 

หูเหวยยงก็หยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้นเช่นกัน พิจารณามองอย่างละเอียด แล้วเอ่ยว่า “ดูแล้วค่อนข้างอมน้ำมันเลยนะ”

 

“กร้วม ! ”

องค์รัชทายาททรงกัดไปหนึ่งคำ

ลำดับต่อมา พระเนตรของพระองค์ก็เบิกกว้างขึ้น ทรงชี้ไปที่ปิ่งต้นหอม พลางตรัสเสียงดังว่า “อร่อย ! ใต้เท้าหู ! ท่านรีบกินเร็วเข้า ! อร่อยจริง ๆ ! ”

 

หูเหวยยงปรายตามององค์รัชทายาทแวบหนึ่ง คิดในใจว่านี่คงเสียสติไปแล้วกระมัง ?

นี่มันก็แค่แผ่นแป้งทอดไม่ใช่หรือ ก็แค่ใส่น้ำมันเยอะไปหน่อยเท่านั้นเอง

หูเหวยยงกัดไปหนึ่งคำ เคี้ยวไปสองที ก็ถึงกับตกตะลึง

สวรรค์ !

 

ปิ่งต้นหอมนี้ช่างอร่อยเสียจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้จริง ๆ

กรอบนอกนุ่มใน เวลาเคี้ยวก็สัมผัสได้ถึงชั้นแป้งเป็นชั้น ๆ

 

องค์รัชทายาทยังคงทรงถอนพระปัสสาสะด้วยความชื่นชมอยู่ที่นั่น

“วิเศษยิ่ง ! ปิ่งชนิดนี้ช่างวิเศษยิ่งนัก ! ”

 

หูเหวยยงถึงกับพูดอะไรไม่ออกแล้ว

ปิ่งชนิดนี้อร่อยมากจริง ๆ เมื่อก่อนไม่เคยกินปิ่งแบบนี้มาก่อนเลย !

ช่างน่าประหลาดใจจริง ๆ !

หูเหวยยงมักจะเข้าออกเหลาอาหารใหญ่ ๆ อยู่เป็นประจำ อาหารแต่ละท้องถิ่น อาหารประเภทแป้งล้วนเคยกินมาหมดแล้ว

 

เหตุใดถึงยังมีของกินที่ยังไม่เคยกินแบบนี้อยู่อีก ?

ประเด็นสำคัญคือมันยังอร่อยถึงเพียงนี้อีกด้วย

 

จู่ ๆ องค์รัชทายาทก็ตรัสขึ้นว่า “พูดไปแล้ว ห้องเครื่องของวังหลวงก็ไม่สามารถทำปิ่งชนิดนี้ออกมาได้หรอกนะ ! ”

 

สวีต๋าเองก็กินปิ่งต้นหอมเช่นกัน พลันรู้สึกเหมือนได้ค้นพบทวีปใหม่อีกครั้ง

หอเลิศรสขจรขจายไปหาพ่อครัวมาจากที่ใดกัน ?

ช่างร้ายกาจเกินไปแล้ว !

ของที่ทำออกมาแต่ละอย่างล้วนเป็นอาหารเลิศรสทั้งสิ้น !

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.