spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 70 ผักกาดขาวนี้ ช่างไม่เหมือนผักกาดขาวเอาเสียเลย
สวีต๋าหัวเราะร่วนพลางกล่าวว่า “ย่อมได้แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
จูเปียวเป็นถึงองค์รัชทายาท อยากจะพบผู้ใด ก็แค่รับสั่งเพียงประโยคเดียวไม่ใช่หรืออย่างไร
หูเหวยยงกลับกล่าวว่า “องค์รัชทายาท หากพ่อครัวใหญ่ผู้นั้นทำอาหารออกมาได้ไม่เลว การให้เข้าเฝ้าก็ไม่เสียหายอันใดพ่ะย่ะค่ะ”
สวีต๋าปรายตามองหูเหวยยงแวบหนึ่ง
เจ้านี่ ไม่เชื่อจริง ๆ สินะ ว่าฝีมือของพ่อครัวใหญ่ที่เขาสวีต๋าหามาจะสูงส่งเพียงใด
ในแวดวงขุนนาง หูเหวยยงดูเผิน ๆ เหมือนคนไม่มีพิษมีภัย ทว่าอันที่จริงกลับคอยหาวิธีเล่นงานและลดทอนคู่แข่งอยู่ตลอดเวลา
ช่างเหี้ยมโหดนัก
ทว่าคำพูดของหูเหวยยง อันที่จริงก็ไม่ได้มีข้อผิดพลาดอันใด
หากพ่อครัวใหญ่ฝีมือดี ก็สามารถให้เข้าเฝ้าและทำความรู้จักกันสักหน่อย
หากฝีมือไม่ได้เรื่อง เช่นนั้นก็ไม่มีอันใดน่าให้เข้าเฝ้า
จูเปียวย่อมต้องพยักพระพักตร์เห็นด้วย
สวีต๋าโบกมือใหญ่ ๆ หนึ่งที ก็สั่งให้คนนำสุราชั้นดี ผลไม้ และขนมหวานมาเสิร์ฟต้อนรับจนครบถ้วน
องค์รัชทายาทจูเปียวหาโอกาสมาเยือนได้ยากยิ่ง ย่อมต้องต้อนรับขับสู้ให้ดีถึงจะถูก
ทั้งสามคนพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง หูเหวยยงก็กล่าวขึ้นอีกว่า “เว่ยกั๋วกง พ่อครัวใหญ่เพียงคนเดียวจะพอหรือ ? มิสู้ตอนนี้ข้าให้คนมาช่วยดีหรือไม่ ? ”
สวีต๋าโบกมือปัด “พอ ย่อมต้องพออยู่แล้ว ใต้เท้าหูไม่ต้องเปลืองแรงกับเรื่องนี้หรอก เพียงแค่รอลิ้มรสอาหารเลิศรสก็พอ”
หูเหวยยงหัวเราะร่วน
“เว่ยกั๋วกงกล่าวได้ถูกต้อง วันนี้ก็มาลองชิมฝีมือของพ่อครัวใหญ่ผู้นั้นกันเถิด ข้าน่ะอย่างไรก็ได้ ขอเพียงเป็นที่ถูกปากขององค์รัชทายาทก็พอ”
การจะทำให้องค์รัชทายาทพอพระทัยจากใจจริงนั้น อันที่จริงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
แม้ว่าองค์รัชทายาทจะเคยตกระกำลำบากมาก่อน ทว่าปัจจุบันล้วนแตกต่างจากเมื่อก่อนไปนานแล้ว ทรงเคยชินกับการสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์หรูหราและเสวยแต่อาหารเลิศรส
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด ของที่เสวยล้วนเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
แน่นอนว่า องค์รัชทายาททรงมีพระทัยเมตตา ต่อให้อาหารทำออกมาได้ไม่ดีเท่าใดนัก ก็คาดว่าคงไม่ทรงตำหนิ
ขอเพียงรักษาหน้าตากันได้ก็พอแล้ว
ในเวลานี้นั่นเอง กลิ่นหอมสายหนึ่งก็โชยมาจากที่ใดก็ไม่อาจทราบได้
ทุกคนต่างเงียบเสียงไร้คำพูดไปชั่วขณะ
จูเปียวมองซ้ายมองขวา “สิ่งใดกัน ? หอมถึงเพียงนี้”
สีหน้าของหูเหวยยงดูลังเลไม่แน่ใจ
หอมมากจริง ๆ เปรี้ยวอมหวาน หอมเสียจนทำให้ผู้คนเคลิบเคลิ้มหลงใหล
ไม่เพียงเท่านั้น กลิ่นนี้ยังทำให้กระตุ้นความอยากอาหาร จนอดไม่ได้ที่จะอยากกินอะไรสักหน่อย
มีเพียงสวีต๋าที่รู้ดี ว่านี่ก็คือผัดผักกาดขาว...
ไม่สิ มันคือกลิ่นของผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวต่างหาก
สวีต๋าลูบท้องของตัวเอง น้ำลายในปากเริ่มสอแล้ว
เขารู้สึกว่าตัวเองสามารถกินผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวได้อีกตั้งหลายจาน
เวลานี้ สวีต๋าเอ่ยปากขึ้น “องค์รัชทายาท น่าจะเป็นพ่อครัวใหญ่ใกล้จะทำเสร็จแล้ว ไม่ทราบว่าพอได้กลิ่นนี้ ความอยากอาหารของพระองค์ดีขึ้นบ้างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
จูเปียวก็ลูบพระอุทรเช่นกัน “อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย พอได้กลิ่นนี้แล้ว เปิ่นหวังก็รู้สึกหิวขึ้นมาจริง ๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่านี่คืออาหารอันใดกัน ? ”
สวีต๋าเพิ่งจะอ้าปากเตรียมเอ่ย สาวใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามา ในมือประคองถาดเอาไว้
เห็นได้ชัดว่า อาหารถูกยกมาเสิร์ฟแล้ว
สาวใช้นำอาหารจานนั้นวางลงบนโต๊ะหิน
จูเปียวและหูเหวยยงพอมองดู ก็แทบจะตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
“นี่มัน...”
“ผักกาดขาวพ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท นี่ก็คือผักกาดขาว ! ”
สวีต๋าระเบิดเสียงหัวเราะฮ่า ๆ ออกมา “องค์รัชทายาท ไม่ผิดพ่ะย่ะค่ะ นี่ก็คือผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาว รสชาติหอมหวานอร่อยเป็นอย่างยิ่ง สามารถเรียกได้ว่าเป็นอาหารรสเลิศในแดนดินพ่ะย่ะค่ะ”
จูเปียวชะงักไปเล็กน้อย “นี่ก็คืออาหารที่เมื่อครู่เจ้าบอกว่าสามารถทำผักกาดขาวให้ออกมาเป็นอาหารรสเลิศในแดนดินจานนั้นงั้นรึ ? ”
สวีต๋าพยักหน้ารับ
หูเหวยยงหัวเราะร่วน “เว่ยกั๋วกง ผักกาดขาวนี้จะทำให้อร่อยสักแค่ไหน มันจะอร่อยไปได้ถึงไหนกันเชียว ? ”
สวีต๋าก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองอันใด
“องค์รัชทายาท ใต้เท้าหู ไม่ต้องให้ข้าพูดให้มากความ ลองชิมดูก็รู้เองพ่ะย่ะค่ะ”
องค์รัชทายาททรงลงตะเกียบ คีบผักกาดขาวขึ้นมาหนึ่งชิ้น และทอดพระเนตรอย่างละเอียด
“ดมดูแล้วหอมมากจริง ๆ ”
หูเหวยยงอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า คิดในใจว่าเว่ยกั๋วกงสวีต๋าผู้นี้ออกรบทำศึกมาตลอดทั้งปี
ต่อให้ช่วงไม่กี่ปีมานี้ต้าหมิงจะเพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ ก็ยังมักจะออกไปทำสงครามกับเป่ยหยวนอยู่บ่อย ๆ คาดว่าคงจะเคยชินกับการใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก พอเห็นสิ่งใดก็รู้สึกว่าอร่อยไปเสียหมด
ลองคิดดูก็เข้าใจแล้ว
ผัดผักกาดขาว ต่อให้ทำออกมาดีแค่ไหน รสชาติต้นตำรับเพียงใด มันก็ยังคงเป็นผักกาดขาวอยู่วันยังค่ำไม่ใช่หรือ ย่อมไม่มีทางทำรสชาติออกมาได้ดุจอาหารเหลาเลิศรส หรือของป่าหายากและอาหารทะเลได้หรอก
หากทางฝั่งของสวีต๋าไม่ไหว หูเหวยยงก็ตั้งใจว่าตกเย็นจะทูลเชิญองค์รัชทายาทไปยังเหลาอาหารที่เขามักจะคุ้นเคย เพื่อเสวยของป่ารสเลิศให้เต็มที่
องค์รัชทายาทไม่เคยเสวยของเหล่านั้นมาก่อน คาดว่าต่อให้เป็นเพราะเห็นแก่ความแปลกใหม่ ก็คงจะทรงโปรดปรานเช่นกัน
ทันใดนั้น หูเหวยยงก็รู้สึกผิดปกติ หันไปมององค์รัชทายาท ก็ถึงกับสะดุ้งตกใจ
พระเนตรองค์รัชทายาทเป็นประกาย สีพระพักตร์ตื่นเต้น ราวกับได้พบเจอเรื่องราวที่น่าประหลาดใจและน่ายินดีอันใดก็มิปาน
จากนั้น ก็เห็นองค์รัชทายาททรงคีบผักกาดขาวขึ้นมาอีกชิ้น แล้วส่งเข้าพระโอษฐ์
“รสชาตินี้... เว่ยกั๋วกง เป็นผักกาดขาวจริง ๆ แต่ทว่าเปิ่นหวังไม่เคยเสวยผักกาดขาวที่ทำออกมาได้ดีถึงเพียงนี้มาก่อนเลย”
สวีต๋ายังไม่ได้ลงตะเกียบ ทว่าก็มีความอยากอาหารพลุ่งพล่านมาตั้งนานแล้ว แต่กระนั้นก็ยังคงอดทนเอ่ยว่า “องค์รัชทายาท ดังนั้นกระหม่อมถึงได้ชื่นชมอาหารจานนี้อย่างไม่ขาดปากพ่ะย่ะค่ะ”
“สมควรชม ! สมควรชม ! ”
ระหว่างที่กำลังตรัส องค์รัชทายาทก็ทรงคีบผักกาดขาวชิ้นใหญ่ขึ้นมาอีกชิ้น
แม่เจ้าโว้ย ท่าทางเช่นนี้ช่างเหมือนกับกำลังเสวยผักกาดขาวเสียที่ไหน นี่มันเห็นได้ชัดว่ากำลังเสวยอาหารเลิศรสระดับเซียนชัด ๆ
สวีต๋าหันไปกล่าวกับหูเหวยยง “ใต้เท้าหู ท่านก็ลองชิมดูบ้างเถิด”
หูเหวยยงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังคงลงตะเกียบคีบขึ้นมาหนึ่งชิ้น
“อื้ม ! นี่มัน...”
เป็นดังคาด หูเหวยยงเบิกตากว้าง เผยสีหน้าเหลือเชื่อออกมา
ผักกาดขาวนี้ ช่างไม่เหมือนผักกาดขาวเอาเสียเลย !