หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 65 เรื่องดี ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้รับน้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นฟักเขียว

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 65 เรื่องดี ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้รับน้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นฟักเขียว 

 

เฉินหยางรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาวูบหนึ่ง

มาแล้วจริง ๆ ด้วย !

ค้นพบเมนูอาหารใหม่แล้ว !

มะเขือเทศผัดไข่ นั่นมันก็คือมะเขือเทศผัดกับไข่ไม่ใช่หรือไง !

นี่คือเมนูอาหารที่ดี ในยุคหลังถือว่าพบเห็นได้บ่อยมาก แทบจะเป็นที่รักของทุกคน

ทว่าในยุคต้าหมิงเวลานี้ กลับไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนเลยแม้แต่น้อย

เวลานี้ เฉินหยางก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบอีกครั้ง

 

[สามารถใช้ค่าความมั่งคั่ง 100,000 หน่วย เพื่อแลกเปลี่ยนเมนูอาหารใหม่ มะเขือเทศผัดไข่]

เฉินหยางมองดูอย่างละเอียด ลองนับเลขศูนย์ที่อยู่ด้านหลัง ก็ถึงกับสะท้านเยือกขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้

แม่เจ้าโว้ย ศูนย์ตั้งห้าตัว !

หนึ่งร้อยก้วน !

ช่างแพงหูฉี่จริง ๆ !

เทียบเท่ากับกำไรสุทธิประมาณสิบวันของร้านทั้งสองแห่งของเฉินหยางเลยทีเดียว

 

สำหรับชาวบ้านธรรมดาในราชวงศ์หมิงแล้ว นั่นยิ่งถือเป็นเงินก้อนโต เวลาผ่านไปหลายปีก็ยังหาเงินหนึ่งร้อยก้วนไม่ได้เลย

แต่ก็นั่นแหละ

ต่อให้แพงแค่ไหนก็ต้องซื้อ

สำหรับพ่อครัวคนหนึ่ง เมนูอาหารใหม่ก็คือชีวิต คือที่พึ่งพิงในการหาเงินและการดำรงชีวิต

ยิ่งไปกว่านั้น มะเขือเทศผัดไข่ยังไม่เหมือนกับเมนูอาหารอื่น ๆ มันคือเมนูอาหารที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนในยุคสมัยนี้

 

แม้จะบอกว่าตัวเฉินหยางเองก็ผัดอาหารจานนี้เป็น ทว่ารสชาติและรสสัมผัสเมื่อเทียบกับของที่แลกมาจากระบบแล้ว มันไม่ได้แตกต่างกันแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ดังนั้นเฉินหยางจึงต้องเอามันมาให้ได้

เฉินหยางเข้าไปในระบบ และตรวจสอบค่าความมั่งคั่ง

 

[ค่าความมั่งคั่ง: 108,750]

ค่าความมั่งคั่งในตอนนี้เกินกว่าหนึ่งร้อยก้วนไปแล้ว

ทว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

หากแลกเปลี่ยนมะเขือเทศผัดไข่มาในตอนนี้ ก็จะเหลือเงินเพียงแค่เก้าก้วนเท่านั้น

 

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแต่ละวันของหอเลิศรสและหอเลิศรสขจรขจายนั้นก็ไม่น้อยเลย

หอเลิศรสนั้นไม่ต้องพูดถึง ค่าใช้จ่ายสำหรับวัตถุดิบไม่เท่าไหร่ ทว่าต้องจ่ายค่าจ้างให้พนักงานส่งอาหาร หากมีคำสั่งซื้อมาก ก็ไม่ใช่จำนวนเงินเล็กน้อยเลย

ส่วนทางฝั่งหอเลิศรสขจรขจายนั้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงกว่ามากทีเดียว

การเปิดร้านอาหารต้องสิ้นเปลืองวัตถุดิบเป็นจำนวนมาก ลูกจ้างเยอะ ค่าจ้างก็ย่อมเยอะตามไปด้วย

ดังนั้นเฉินหยางยังคงต้องระมัดระวังให้มากสักหน่อย มิเช่นนั้นอาจเกิดสถานการณ์เงินทุนหมุนเวียนขาดมือเอาได้

 

“นี่ พี่ชาย สรุปแล้วเจ้าจะซื้อหรือไม่ซื้อกันแน่ ? ”

 

เฉินหยางได้สติกลับคืนมา ที่แท้ก็เป็นพ่อค้าหาบเร่กำลังเร่งเร้านี่เอง

เฉินหยางเอ่ยถาม “มะเขือเทศพวกนี้ มีตลอดเวลาเลยหรือไม่ ? ”

 

พ่อค้าหาบเร่ปรายตามองเฉินหยางแวบหนึ่ง “ตอนนี้คนต้องการมีน้อยเกินไป หนึ่งเดือนถึงจะรับของมาครั้งหนึ่ง หากรับมามากไปมันก็จะเน่าเสียเปล่า ๆ ”

 

เฉินหยางบอกกับพ่อค้าหาบเร่ว่า ไม่ต้องกลัวว่าจะเน่าเสีย ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ประเดี๋ยวก็มีคนต้องการมากขึ้นเอง

พ่อค้าหาบเร่ย่อมรู้สึกกึ่งเชื่อกึ่งสงสัยเป็นธรรมดา

เฉินหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็จัดการเหมามะเขือเทศกองเล็ก ๆ บนแผงลอยนั้นมาจนหมด

จำนวนก็ไม่ถือว่ามากเท่าใดนัก ลูกเล็กบ้างใหญ่บ้างรวมกันมีอยู่ยี่สิบกว่าลูก

 

เฉินหยางจึงหิ้วตะกร้าใบเล็กกลับมาที่หอเลิศรสขจรขจาย

พวกลูกจ้างพอมองดูก็พากันส่ายหน้า ไม่รู้ว่านี่มันคือของไร้ค่าอันใดกัน

ส่วนจ้าวต้าเฉียงนั้นเคยเห็นมะเขือเทศมาก่อน ทว่าก็ค่อนข้างรังเกียจมันอยู่ไม่น้อย รู้สึกว่ามันไม่มีประโยชน์อันใด ทั้งยังคอยถามเฉินหยางอยู่ตลอดว่าจะซื้อมาเยอะแยะทำไมกัน

 

เฉินหยางหัวเราะร่วนพลางกล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วพวกเจ้าก็จะรู้เอง”

รูปลักษณ์ภายนอกของมะเขือเทศในเวลานี้ไม่ได้ดูน่าดึงดูดใจนัก สีเขียวมีเยอะ ส่วนสีแดงมีน้อย เมื่อเทียบกับในยุคหลังแล้วถือว่าห่างชั้นกันไกลลิบลับ

แน่นอนว่า นี่คือธรรมชาติล้วน ๆ ทิ้งไว้สักหลายวันก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง หากกินดิบ ๆ ก็จะยิ่งหอมหวานอร่อย

 

ประมาณสองสามวันให้หลัง เฉินหยางก็สามารถแลกเปลี่ยนเมนูมะเขือเทศผัดไข่จานนี้มาได้แล้ว

จังหวะนั้นเอง เฉินหยางก็เห็นว่าในคลังเก็บของของห้องครัวด้านหลังมีวัตถุดิบเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยเลย

ส่วนใหญ่แล้วคงจะเป็นของที่จ้าวต้าเฉียงต้องการ 

 

ทันใดนั้นเฉินหยางก็พบว่า มีของชิ้นใหญ่เบ้อเริ่มอยู่หลายลูก

เฉินหยางในยามนี้คือโฮสต์ของระบบยอดกุ๊กมหาเศรษฐี เพียงแค่ปรายตามองแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือสิ่งใด

 

[ระดับความสดของฟักเขียว: สูง]

โอ๊ะ ที่นี่ยังมีฟักเขียวอยู่ด้วย

นี่มันของดีเลยนะ

เช่นเดียวกับมะเขือเทศ มันจัดอยู่ในประเภทวัตถุดิบอเนกประสงค์ สามารถนำมาทำอาหารผัดได้ หรือจะนำมาทำน้ำแกงก็ยังได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังบำรุงร่างกายได้ดีมาก และมีสรรพคุณมากมาย

ทันใดนั้น ข้างหูของเฉินหยางก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอีกครั้ง

 

[ค้นพบวัตถุดิบใหม่: ฟักเขียว]

[ค้นพบเมนูอาหารใหม่: น้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นฟักเขียว]

[โฮสต์สามารถใช้ค่าความมั่งคั่งในการแลกเปลี่ยนได้]

 

เฉินหยางชะงักไปเล็กน้อย มีเมนูอาหารใหม่อีกแล้ว

ไม่สิ ควรจะเป็นน้ำแกงต่างหาก

มาค่อนข้างเร็วแฮะ

ถ้าเช่นนั้นการแลกเปลี่ยนน้ำแกงถ้วยนี้ต้องใช้ค่าความมั่งคั่งเท่าใดกัน ?

หากต้องการสูงเกินไป ก็ทำได้เพียงเลื่อนออกไปก่อนเท่านั้น

ไม่นาน ความต้องการค่าความมั่งคั่งก็ถูกคำนวณออกมาแล้ว

 

[สามารถใช้ค่าความมั่งคั่ง 20,000 หน่วย เพื่อแลกเปลี่ยนเมนูอาหารใหม่ น้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นฟักเขียว] 

 

เฉินหยางพอมองดูก็ต้องชะงักงัน

ไม่ได้มองผิดไปจริง ๆ ต้องการเพียงแค่ยี่สิบก้วนเท่านั้น

หากเทียบกับมะเขือเทศผัดไข่แล้วล่ะก็ อย่างนั้นก็ถือว่าถูกกว่าถึงห้าเท่า

ราคานี้ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว สำหรับเฉินหยางแล้วไม่มีความกดดันเลยแม้แต่น้อย

เฉินหยางรีบส่งคำสั่งออกไปในทันที เพื่อร้องขอการแลกเปลี่ยน

 

[ระบบแลกเปลี่ยนเมนูอาหารใหม่เริ่มทำงาน……]

[หักค่าความมั่งคั่ง 20,000 หน่วยสำเร็จ]

[แลกเปลี่ยนเมนูอาหารใหม่สำเร็จ]

[ได้รับเมนูอาหารใหม่ น้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นฟักเขียว]

 

ในหัวของเฉินหยางก็มีกระแสข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาในทันที

นั่นคือวิธีการทำน้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นฟักเขียว

อีกทั้งยังมีสรรพคุณต่าง ๆ ของน้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นฟักเขียว ล้วนถูกถ่ายทอดเข้ามาในหัวของเฉินหยางจนหมดสิ้น

 

ผ่านประสบการณ์มาหลายครั้งแล้ว เฉินหยางก็ยังคงอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ

ระบบยอดกุ๊กมหาเศรษฐีนี่ช่างร้ายกาจเสียจริง เพียงเวลาไม่กี่วินาที ความรู้เหล่านี้ก็ล้วนถูกจดจำไว้จนหมดสิ้นแล้ว 

 

จังหวะนั้นเอง อ้ายเยว่หลานก็เดินเข้ามา

“ท่านพี่ คุณหนูใหญ่สวีมาแล้วเจ้าค่ะ”

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.