spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 64 ค้นพบเมนูอาหารใหม่ มะเขือเทศผัดไข่
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา หอเลิศรสขจรขจายได้ค่อย ๆ เข้าที่เข้าทางแล้ว
ตอนนี้ยอดขายของร้านอาหารแห่งนี้ในแต่ละวัน สามารถคงที่อยู่ระหว่างสิบห้าก้วนถึงสิบแปดก้วนได้แล้ว
อีกทั้งคูปองส่วนลดที่ทำขึ้นมาก่อนหน้านี้ ก็ถูกใช้ไปจนเกือบจะหมดแล้ว
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เหล่าลูกค้าที่แวะเวียนมาในยามนี้ โดยพื้นฐานแล้วล้วนเป็นฐานลูกค้าปกติ ซึ่งถือเป็นการสะท้อนผลลัพธ์ที่แท้จริงที่สุด และก็เป็นเพราะคูปองส่วนลดถูกใช้ไปจนหมดแล้วนี่เอง แม้ว่ายอดขายจะลดลงไปบ้าง ทว่าอัตรากำไรกลับสูงขึ้นกว่าเมื่อก่อนเสียอีก
ดังนั้นเงินที่หามาได้จึงไม่ต่างจากเมื่อก่อนมากนัก
เฉินหยางยังได้ถ่ายทอดฝีมือการทำผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวให้แก่จ้าวต้าเฉียงแล้วด้วย
จ้าวต้าเฉียงตั้งใจศึกษาด้วยความถ่อมตน และเรียนรู้อย่างจริงจังเป็นอย่างมาก
เพียงไม่นานก็สามารถลงมือทำได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว
แต่พูดกันตามความเป็นจริงแล้ว ในด้านของรสสัมผัสและรสชาตินั้น ก็ยังคงไม่อาจนำไปเทียบชั้นกับการที่เฉินหยางลงมือทำด้วยตนเองได้อยู่ดี
ถึงกระนั้น มันก็ยังอร่อยกว่าผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาว หรือผัดผักกาดขาวของร้านอื่น ๆ อีกหลายเท่าตัวนัก
อุดมคติของเฉินหยางก็คือคำสี่คำที่ว่า "พอใช้ได้ก็พอ"
ปกติแล้วผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวที่จ้าวต้าเฉียงผัดออกมานั้น สามารถรับหน้าที่แทนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
หากมีแขกคนสำคัญมาเยือน เฉินหยางถึงจะลงมือทำด้วยตนเอง
เช่นนี้เถ้าแก่อย่างเฉินหยางก็จะได้เป็นอิสระ สามารถไปวุ่นวายกับเรื่องอื่น ๆ ได้บ้าง
ถึงอย่างไรการเป็นเถ้าแก่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องคอยกังวลเกี่ยวกับการบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ
เฉินหยางยังต้องดูแลกิจการถึงสองร้าน ภาระหน้าที่จึงยิ่งหนักอึ้งขึ้นไปอีก ต้องคอยแวะเวียนไปตรวจตราทั้งสองฝั่งอยู่เป็นระยะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น
นอกจากนี้ เฉินหยางยังมีภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่ง
นั่นก็คือการค้นหาเมนูอาหารใหม่ ๆ จากระบบนั่นเอง
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เฉินหยางก็มีความเข้าใจในตัวระบบมากขึ้นเรื่อย ๆ
ดังที่เคยกล่าวไปก่อนหน้านี้ เมื่อโฮสต์อย่างเฉินหยางได้เห็นวัตถุดิบชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นครั้งแรก ก็มีโอกาสที่จะค้นพบเมนูอาหารใหม่
ทว่าหลังจากอัปเกรดแล้ว นอกเหนือจากผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวที่ระบบมอบให้เป็นของขวัญ เฉินหยางก็ยังไม่ได้รับสิ่งอื่นใดอีกเลย
นี่ออกจะดูน่ากระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง
ในฐานะที่เขาเป็นโฮสต์ของระบบ "ยอดกุ๊กมหาเศรษฐี" จะให้ทำเป็นแค่ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาว ปิ่งต้นหอมพันชั้น และปิ่งเนื้อทอดกรอบได้อย่างไร ?
วันนี้ ในที่สุดเฉินหยางก็พอจะมีเวลาว่าง เพื่อไปเดินเล่นที่ตลาดสดสักรอบ สำรวจหาวัตถุดิบใหม่ ๆ ไม่แน่ว่าอาจจะได้เมนูอาหารใหม่มาอีกสักอย่างสองอย่างจริง ๆ
เฉินหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่ายังคงต้องไปที่ตลาดค้าส่งผักและผลไม้ขนาดใหญ่ถึงจะใช้ได้
ในยุคโบราณย่อมยังไม่มีแนวคิดเรื่องตลาดค้าส่งอย่างแน่นอน
ทว่าความหมายของท่าเรือขนส่งสินค้าก็ใกล้เคียงกัน
สินค้าที่นั่นมีความครบครันที่สุด ผักและผลไม้เองก็ไม่มีข้อยกเว้น
บนแม่น้ำฉินหวยมีท่าเรืออยู่หลายแห่ง เป็นจุดศูนย์รวมของเรือบรรทุกสินค้าและเรือพาณิชย์จากทั่วทุกสารทิศทั่วประเทศ หนึ่งในท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดมีนามว่า ท่าเรือตงซิง ตั้งอยู่ทางชานเมืองฝั่งตะวันออกของนครหนานจิง
เฉินหยางจึงเดินทางไปยังท่าเรือตงซิงเพียงลำพัง
เขาเพิ่งจะเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก ต้องเอ่ยปากถามผู้คนไปหลายคนถึงเพิ่งจะหาตำแหน่งที่ตั้งอันแม่นยำพบ
เฉินหยางพอมองดูก็ต้องสะดุ้งตกใจ
ที่นี่ช่างใหญ่โตมากจริง ๆ สมกับที่เป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของนครหนานจิง
สามารถมองเห็นเรือลำใหญ่จำนวนมากจอดเทียบอยู่ที่ท่าเรือ
บ้างก็มาจากทางเหนือ บ้างก็มาจากทางใต้
และก็ไม่รู้ด้วยว่ามีเรือเดินสมุทรหรือไม่
ถนนสายหนึ่งด้านนอกท่าเรือ แทบทั้งหมดล้วนเป็นตลาด
นอกจากผักและผลไม้แล้ว ยังมีสินค้าแปลกใหม่อีกหลากหลายชนิด
ยกตัวอย่างเช่น ขวดแก้ว เครื่องเทศ กระทั่งยังมีของเล่นจำพวกนาฬิกาอีกด้วย
เฉินหยางเกรงว่าตัวเองจะมองจนตาลาย จึงพุ่งเป้าไปที่ผักเป็นหลัก
พอกวาดสายตามองออกไป ผักส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วงนี้เคยพบเห็นมาแล้วทั้งสิ้น จึงไม่กระตุ้นการตอบสนองใด ๆ จากระบบ
หากไม่ใช่เพราะในบรรดาวัตถุดิบเหล่านั้นไม่มีเมนูอาหารใหม่ ก็คงเป็นเพราะเลเวลของเฉินหยางยังไม่สูงพอ
เฉินหยางเดินต่อไปเรื่อย ๆ
ทันใดนั้น ดวงตาของเฉินหยางก็เป็นประกายขึ้นมา
เขามองเห็นสิ่งของแปลกใหม่เข้าแล้ว
มองเห็นที่ด้านหน้าแผงลอยแห่งหนึ่ง มีสิ่งของลักษณะทรงกลมกองเล็ก ๆ วางอยู่
ของเหล่านั้นมีสีแดงอมเขียว
บางลูกก็แดงหน่อย บางลูกก็มีสีเขียวมากกว่า
เฉินหยางรีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาในทันที เขาหยิบขึ้นมาดูหนึ่งลูก
ไม่ผิดแน่ !
ซีหงซื่อ ! (มะเขือเทศ)
หรือควรจะเรียกว่า ฟานเฉีย (มะเขือเทศ)
คิดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถค้นพบของสิ่งนี้ได้ในรัชศกหงอู่แห่งต้าหมิง
ตามที่เฉินหยางรู้มา บันทึกเกี่ยวกับมะเขือเทศทั่วทุกพื้นที่ของหัวเซี่ย ปรากฏขึ้นครั้งแรกในยุคราชวงศ์หมิงอย่างแน่นอน ทว่ามันอยู่ในช่วงรัชศกว่านลี่ต่างหาก
ช่วงเวลาตรงกลางมันห่างกันตั้งมากมายเชียวนะ
มะเขือเทศของสิ่งนี้ถือเป็นของดีเลยล่ะ เป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่คนยุคหลังใช้กันบ่อยที่สุด
อีกทั้งรสชาติยังอร่อยกลมกล่อม สามารถนำไปผัด นำไปยำ หรือกระทั่งนำไปตุ๋นเป็นน้ำแกงก็ยังได้
แม้กระทั่งจะกินดิบ ๆ ก็ยังได้เลย
เฉินหยางจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ ที่ยังอาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียว ที่บ้านก็ปลูกมะเขือเทศเอาไว้ เขาจึงมักจะเด็ดมากินอยู่บ่อย ๆ ปัญหาตามมาแล้ว มะเขือเทศที่อยู่ตรงหน้านี้มาจากที่ใดกัน ?
ถิ่นกำเนิดของมะเขือเทศคือทวีปอเมริกาใต้ ด้วยระดับการเดินเรือในปัจจุบัน กว่าจะมาถึงที่นี่อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาครึ่งปี อย่างช้าก็ปีกว่า พอเทียบท่าก็คงจะเน่าเสียไปจนหมดแล้ว
เฉินหยางพอเอ่ยถาม ก็พลันกระจ่างแจ้งแก่ใจ
มาจากทางใต้นี่เอง
ชาวนาทางฝั่งนั้นเริ่มทำการปลูกในพื้นที่เล็ก ๆ แล้ว
พ่อค้าหาบเร่กล่าวว่า "เจ้านี่พอกินได้อยู่ ตอนนี้มันออกจะเปรี้ยวไปสักหน่อย ทิ้งไว้สักหลายวันค่อยกินก็จะหวานขึ้นมากเลยล่ะ"
เฉินหยางก็พลันกระจ่างแจ้งขึ้นมาอีกครั้ง
ผู้คนในยุคนี้รู้เพียงแค่ว่ามะเขือเทศสามารถกินดิบได้ ทว่าไม่รู้ว่ามันสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบลงกระทะผัดกับข้าวได้
ทันใดนั้น ข้างหูของเฉินหยางก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น
[ค้นพบวัตถุดิบใหม่: มะเขือเทศ]
[ค้นพบเมนูอาหารใหม่: มะเขือเทศผัดไข่]
[โฮสต์สามารถใช้ค่าความมั่งคั่งในการแลกเปลี่ยนได้]