spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 63 ก็เป็นเพราะมันอร่อยเกินไปน่ะสิ
กัวเผิงกล่าวว่า “พี่สะใภ้ ร้านนั้นเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งจริง ๆ พอจะมีวิธีใดบ้างหรือไม่”
เซี่ยชุ่ยเอ๋อมีสีหน้าลำบากใจ “ปล่อยเช่าไปแล้ว ร้านของพวกเขาก็เปิดกิจการแล้วด้วย จะไปไล่พวกเขาไปได้อย่างไรกัน ? ”
กัวเผิงรีบกล่าวทันที “พี่สะใภ้ ข้าก็จะไม่ทำให้พวกท่านต้องลำบากใจหรอก ความเสียหายทั้งหมดข้าจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง”
เซี่ยชุ่ยเอ๋อยังคงลำบากใจเป็นอย่างมาก
“เรื่องนี้... ก็ยังคงต้องดูว่าพวกเขาจะยินยอมหรือไม่”
กัวเผิงลุกขึ้นยืน “โธ่ พี่สะใภ้คนดีของข้า ท่านก็ช่วยหาวิธีสักหน่อยเถิด ! ”
กัวอิงจื่อที่อยู่ด้านข้างก็ช่วยพูดสนับสนุน “ใช่แล้วเจ้าค่ะ ท่านช่วยหาวิธีสักหน่อยเถิด พวกเราถูกใจร้านนั้นจริง ๆ เจ้าค่ะ”
เซี่ยชุ่ยเอ๋อถอนหายใจออกมา
“ข้ารู้ว่าพวกเจ้าถูกใจ แต่พวกเจ้าก็ต้องลองคิดดูด้วย สัญญาเช่าก็เซ็นไปแล้ว ร้านของเขาก็เปิดกิจการแล้วด้วย การจะกลับคำมันไม่ดีหรอกนะ”
กัวเผิงเอ่ยถามขึ้นมา “คนที่เช่าร้านนั้น มีภูมิหลังเป็นมาอย่างไรหรือ ? ”
เซี่ยชุ่ยเอ๋อส่ายหน้า เป็นการบอกใบ้ว่าตนก็ไม่ชัดเจนเช่นกัน
กัวเผิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “ข้าพูดเช่นนี้อาจจะไม่เหมาะสมนัก แต่หากอีกฝ่ายไม่ใช่...”
“ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ใด ก็ไม่อาจบอกว่าจะฉีกสัญญาก็ฉีกสัญญาได้หรอกนะ”
ทุกคนหันขวับไปมอง ก็พบว่าเป็นสวีเมี่ยวอวิ๋นเดินเข้ามานั่นเอง
สวีเมี่ยวอวิ๋นค้อมตัวคารวะกัวเผิง “สวัสดีเจ้าค่ะท่านอากัว”
กัวเผิงพยักหน้ารับ “เมื่อครู่นี้คุณหนูใหญ่สวีหมายความว่าอย่างไรหรือ ? ”
สวีเมี่ยวอวิ๋นกล่าวว่า “ท่านอากัว ร้านแห่งนั้นข้าเป็นคนดูแล และข้าก็เป็นคนปล่อยเช่าให้ผู้อื่น หากจะให้ข้าผิดสัญญาแล้วยึดคืนมา เรื่องนี้ข้าไม่อาจทำได้อย่างเด็ดขาดเจ้าค่ะ”
กัวเผิงเลิกคิ้วขึ้น “ถ้าเช่นนั้นคุณหนูใหญ่สวีปล่อยเช่าให้ผู้ใดไปกันแน่ ? ”
สวีเมี่ยวอวิ๋นเอ่ยตอบ “เมื่อครู่นี้ข้าได้บอกไปแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ใด มีภูมิหลังเช่นไร ล้วนไม่เกี่ยวข้องกันทั้งสิ้นเจ้าค่ะ”
กัวเผิงเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาบ้างแล้ว
สวีเมี่ยวอวิ๋นผู้นี้แม้อายุยังน้อย แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะดื้อรั้นเอาแต่ใจถึงเพียงนี้ ไม่รู้จักการผ่อนปรนเลยแม้แต่น้อย
ต่อให้เว่ยกั๋วกงสวีต๋าอยู่ที่นี่ ก็ยังไม่พูดจาแข็งกระด้างกับกัวเผิงเช่นนี้เลย
อันที่จริงสวีเมี่ยวอวิ๋นรู้จักความหนักเบาเป็นอย่างดี
และก็เป็นเพราะเหตุนี้ นางถึงได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวถึงเพียงนี้
ในเวลานี้จะมีความลังเลใจแม้แต่นิดเดียวไม่ได้ มิเช่นนั้นหากอีกฝ่ายรู้สึกว่ามีช่องโหว่ให้ฉวยโอกาส ก็ย่อมไม่มีทางรามืออย่างแน่นอน
เจ็บปวดรวดเดียว ดีกว่าเจ็บปวดเรื้อรัง
สีหน้าของกัวเผิงเริ่มดูไม่ได้แล้วจริง ๆ
แต่อีกฝ่ายก็มีชื่อเสียงขจรขจาย เป็นถึง 'หนี่จูเซิง'
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าจะสามารถทะเลาะกับนางได้หรือไม่ ต่อให้ทะเลาะกันจริง ๆ ก็ใช่ว่าจะทะเลาะชนะนางได้
“คุณหนูใหญ่สวี พวกเรามาโต้เถียงกันอยู่ที่นี่ก็ไร้ประโยชน์ ข้าว่ายังคงรอให้เว่ยกั๋วกงกลับมาก่อนค่อยว่ากันอีกทีเถิด ! ”
พูดจบ กัวเผิงก็ขยับนั่งตัวตรง ไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก
นี่หมายความว่าจะไม่พูดกับสวีเมี่ยวอวิ๋นแล้ว แต่ต้องการจะปรึกษากับเว่ยกั๋วกงสวีต๋าโดยตรง
เซี่ยชุ่ยเอ๋อพอเห็นว่าบรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด จึงออกโรงกล่าวคำพูดเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์อยู่สองสามประโยค
ถึงอย่างไรกัวเผิงก็เป็นขุนพลใต้บังคับบัญชาของสวีต๋า แม้จะมีความดีความชอบมากมายใหญ่หลวงเพียงใด ทว่าก็ไม่อาจทำเกินเลยไปได้
สวีเมี่ยวอวิ๋นเองก็มีท่าทีสงบนิ่งเยือกเย็น นางนั่งลงและจิบน้ำชา
กัวเผิงลอบตกใจอยู่ในใจ สมกับที่เป็นหนี่จูเซิง
บุคลิกท่าทางเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่สตรีทั่วไปจะสามารถนำมาเปรียบเทียบได้เลย
แค่พูดถึงหลานสาวกัวอิงจื่อ เมื่ออยู่ต่อหน้าสวีเมี่ยวอวิ๋น ถึงขั้นไม่กล้าเอื้อนเอ่ยออกมาเลยแม้แต่ครึ่งประโยค
หากใช้คำพูดของคนในยุคหลัง ต้องบอกว่าออร่าของสวีเมี่ยวอวิ๋นนั้นแข็งแกร่งเกินไปแล้ว
นางเพิ่งจะอายุสิบกว่าปี ไม่เหมือนกับออร่าที่ควรจะมีในวัยนี้เลย
ทว่าอันที่จริงนี่ก็เป็นเรื่องปกติมาก หากเป็นไปตามกระบวนการทางประวัติศาสตร์ สวีเมี่ยวอวิ๋นก็คือพระชายาเอกของจูตี้
การที่จูตี้ก่อกบฏได้สำเร็จในวันข้างหน้า เหตุผลสำคัญประการหนึ่งก็คือได้รับการสนับสนุนจากสวีเมี่ยวอวิ๋นเบื้องหลัง กระทั่งนางยังเป็นกุนซือผู้อยู่เบื้องหลังของจูตี้อีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นสวีเมี่ยวอวิ๋นในวันข้างหน้ายังเป็นถึงฮองเฮาผู้ยิ่งใหญ่ เป็นมารดาแห่งแผ่นดิน ออร่าเช่นนั้นจะไม่แข็งแกร่งได้อย่างไร
ผ่านไปชั่วครู่ ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากด้านนอก
ก้าวเดินสง่างามองอาจดุจมังกรและพยัคฆ์ ฟังดูก็รู้ทันทีว่าเป็นเว่ยกั๋วกงสวีต๋ากลับมาแล้ว
กัวเผิงและกัวอิงจื่อรีบลุกขึ้นยืน
“คารวะเว่ยกั๋วกง”
สวีต๋าเห็นกัวเผิง ก็ชะงักไปเล็กน้อย
“เอ๊ะ พวกเจ้ามาได้อย่างไร ? ”
อันที่จริงสวีต๋าไม่ต้องถาม ก็เดาออกได้
กัวเผิงกล่าวว่า “เว่ยกั๋วกง เรื่องที่พวกเราพูดคุยกันเมื่อคราวก่อน ท่านลองพิจารณาดูอย่างถี่ถ้วนแล้วหรือยังขอรับ”
สวีต๋าถอนหายใจออกมา “พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว”
“ร้านแห่งนั้นสามารถให้ผู้เช่าคนนั้นสละให้พวกเราได้หรือไม่ขอรับ ? ”
สวีเมี่ยวอวิ๋นเพิ่งจะอ้าปากเตรียมเอ่ย ทว่ากลับเห็นสวีต๋าโบกมือปัด
ได้ยินเพียงสวีต๋าพ่นคำสองคำออกมา
“ไม่ได้”
สวีเมี่ยวอวิ๋นชะงักงันไป นึกไม่ถึงเลยว่าบิดาจะปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
นี่นับว่าหาได้ยากยิ่งนัก
ต้องรู้ไว้ว่าสวีต๋าผู้นี้อันที่จริงในกองทัพก็ถือว่าเป็นคนที่ค่อนข้างเข้าข้างคนของตนเองอยู่ไม่น้อย
กัวเผิงพอเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ก็รู้ว่าหมดหวังแล้วจริง ๆ
เขาย่อมไม่อาจบันดาลโทสะใส่เว่ยกั๋วกงได้หรอกกระมัง
ต่อให้จะมีความดีความชอบมากเพียงใด ก็ไม่อาจโง่เขลาถึงขั้นทำเรื่องเช่นนั้นได้ มิเช่นนั้นคงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้อย่างแน่นอน
สวีต๋ากล่าวว่า “นอกจากร้านแห่งนั้น ร้านอื่น ๆ ของบ้านเรา พวกเจ้าเลือกได้ตามสบายเลย ข้าจะหาทางจัดการเรื่องนี้ให้สำเร็จจงได้”
กัวเผิงเอ่ยขอบคุณ ทำได้เพียงพากัวอิงจื่อที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวังจากไป
สวีเมี่ยวอวิ๋นมองดูสวีต๋า “ท่านพ่อ ขอบพระคุณเจ้าค่ะ”
สวีต๋าโบกมือปัด
“เหตุใดท่านถึงได้เปลี่ยนใจหรือเจ้าคะ ? ”
สวีต๋าพึมพำออกมา “ก็เป็นเพราะมันอร่อยเกินไปน่ะสิ”
“เอ๊ะ ? อะไรนะเจ้าคะ ? ”
สวีเมี่ยวอวิ๋นฟังไม่ถนัด
“ไม่มีอะไรหรอก”