หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 58 ตกตะลึง! ความคิดแปลกใหม่ของเถ้าแก่มีเยอะเกินไปแล้ว!

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 58 ตกตะลึง! ความคิดแปลกใหม่ของเถ้าแก่มีเยอะเกินไปแล้ว! 

 

แต่จะว่าไปแล้ว หากคูปองส่วนลดถูกใช้จนหมดไป ลูกค้าก็อาจจะไม่ได้เยอะถึงเพียงนี้แล้ว

ทว่าในทางกลับกัน อัตรากำไรของหอเลิศรสขจรขจายก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

อย่างไรเสียมูลค่าส่วนลดของคูปองเหล่านั้นก็ถือว่าไม่ใช่น้อยๆ เลย

 

นอกจากนี้ ทีมพนักงานส่งอาหารของกัวซานหลางก็ยังต้องค่อยๆ ขยายตัวเพิ่มขึ้น จากนั้นก็จะสามารถมารองรับการบริการให้กับหอเลิศรสขจรขจายได้

ร้านอาหารเองก็สามารถจัดส่งอาหารถึงที่ได้เช่นกัน

 

วันรุ่งขึ้น เฉินหยางเดินทางไปที่หอเลิศรสก่อน เพื่อตรวจตราดูการทำงานของอ้ายคุนสักหน่อย

ตอนนี้เฉินหยางทำได้เพียงวิ่งรอกไปมาทั้งสองฝั่ง และยังต้องคอยพะวงกับการทำผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวอีกด้วย

 

ดังนั้น งานทางฝั่งนี้โดยพื้นฐานแล้วจึงทำได้เพียงฝากฝังให้อ้ายคุนเป็นคนจัดการเท่านั้น

ส่วนอ้ายเยว่หลาน เฉินหยางตั้งใจจะปั้นให้นางกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน ตอนนี้นางก็เปรียบเสมือนผู้ช่วยของเฉินหยาง ที่สามารถคอยช่วยจัดการงานของทั้งสองร้านได้

 

ดังนั้นทางฝั่งของอ้ายคุนจึงได้รับสมัครลูกจ้างเพิ่มมาอีกสองคน คนหนึ่งให้เป็นลูกจ้างร้าน ส่วนอีกคนให้คอยขายของและเก็บเงินอยู่ด้านหน้า

ทั้งสองคนนี้ล้วนเป็นคนที่ไว้ใจได้ และยังเป็นกัวซานหลางที่ช่วยหามาให้อีกด้วย

ปัจจุบันยังถือว่าทำได้ดี ไม่พบปัญหาใหญ่อันใด

 

แน่นอนว่า บัญชีในแต่ละวันจะต้องตรวจสอบให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนฉวยโอกาสหาช่องโหว่

ประสบการณ์การทำธุรกิจของเฉินหยางโดยพื้นฐานแล้วมาจากยุคหลัง เขารู้ดีว่าสันดานดิบของมนุษย์คือสิ่งที่ไม่สามารถทดสอบได้มากที่สุด

 

ทว่าเฉินหยางก็ค้นพบเช่นกันว่า คนโบราณเวลาทำงานนั้นมีขอบเขตและหลักการมากกว่าจริงๆ

บางทีอาจจะมีกฎเกณฑ์บางอย่างที่ซ่อนอยู่คอยควบคุมพวกเขาก็เป็นได้

เฉินหยางรีบเดินทางไปยังหอเลิศรสขจรขจายต่อ

วันนี้มีเรื่องราวอีกไม่น้อยที่ต้องจัดการ

 

ป้ายร้านทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เฉินหยางจงใจไปสั่งทำจากช่างไม้ที่ฝีมือดีที่สุดในนครหนานจิงโดยเฉพาะ ซึ่งต้องจ่ายเงินไปในราคาสูงลิ่ว

ผลงานที่ออกมานั้นถือว่าไม่เลวเลยจริงๆ

จากนั้น เฉินหยางก็เข้าไปในห้องครัวด้านหลัง

มองเห็นจ้าวต้าเฉียงกำลังเตรียมวัตถุดิบอยู่กับหลิวซาน

 

เฉินหยางจึงให้จ้าวต้าเฉียงวางงานในมือลง เพื่อมาประชุมกัน

จ้าวต้าเฉียงในเวลานี้ยอมศิโรราบให้กับเฉินหยางอย่างสิ้นเชิงแล้ว

ไม่ใช่เพียงเพราะเฉินหยางมีฐานะเป็นเถ้าแก่เท่านั้น ทว่ายังเป็นเพราะฝีมือที่เฉินหยางได้แสดงให้เห็นเมื่อวานนี้มันน่าทึ่งจนเกินไป

 

เดิมทีจ้าวต้าเฉียงยังรู้สึกว่าผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวเป็นเมนูที่ไม่น่าจะเอาขึ้นโต๊ะรับแขกได้ แต่วันวานกลับขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

เวลาเพียงหนึ่งวัน กระทั่งขายไปได้ถึงเจ็ดแปดสิบจาน

ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเฉินหยางที่ลงมือทำด้วยตัวเอง

ต่อมาจ้าวต้าเฉียงถึงได้ลองชิมดูคำหนึ่ง

ไอหยา รสชาตินั้นเรียกได้ว่าสะกดจ้าวต้าเฉียงเอาไว้ได้อย่างอยู่หมัดเลยทีเดียว

มันช่างหอมอร่อยเกินไปแล้ว!

 

จ้าวต้าเฉียงเป็นพ่อครัวใหญ่มาหลายปี ย่อมรู้ดีว่าวัตถุดิบยิ่งเรียบง่ายก็ยิ่งทำให้ออกมาอร่อยได้ยาก

หากทำออกมาได้ดี ก็ย่อมไม่ด้อยไปกว่าพวกเนื้อไก่ เป็ด ปลา หรือหมูอย่างแน่นอน

ทว่าจ้าวต้าเฉียงไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าผักกาดขาวจะสามารถนำมาผัดได้ถึงระดับนี้ มันอร่อยกว่ากับข้าวส่วนใหญ่ที่จ้าวต้าเฉียงทำ ไม่สิ ต้องบอกว่าอร่อยกว่ากับข้าวทุกอย่างที่เขาทำเสียอีก

กระทั่งสามารถพูดได้เลยว่า มันไม่ได้อยู่บนมาตรฐานระดับเดียวกันเลย

 

แม้ในใจของจ้าวต้าเฉียงจะรู้สึกกังขา ทว่าก็รู้ดีว่าเฉินหยางนั้นมีความสามารถอย่างแท้จริง จึงยอมศิโรราบให้จากก้นบึ้งของหัวใจ

เวลานี้ เฉินหยาง จ้าวต้าเฉียง และอ้ายเยว่หลานนั่งล้อมวงคุยกันอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่ง

เริ่มคุยตั้งแต่เรื่องการจัดซื้อวัตถุดิบ ไปจนถึงเรื่องความสะอาดของร้านอาหาร

 

เฉินหยางยังได้กำหนดกฎระเบียบในการบริหารจัดการขึ้นมา แล้วบอกกล่าวกับจ้าวต้าเฉียงไปรอบหนึ่ง ไว้รอให้ร่างเป็นข้อสรุปอย่างเป็นทางการแล้ว ก็จะประกาศให้ทุกคนในร้านทราบโดยทั่วกัน

ยังมีปัญหาเรื่องการรับสมัครคนอีก

ตอนนี้ลูกจ้างในร้านยังคงไม่เพียงพอ ควรจะรับสมัครเพิ่มอีกสักสองสามคน

 

จ้าวต้าเฉียงและอ้ายเยว่หลานรับฟังอย่างตั้งใจ รู้สึกว่าเฉินหยางนั้นช่างเก่งกาจเหลือเกิน

บางเรื่องพวกเขาก็ไม่เคยแม้แต่จะคิด ทว่าเฉินหยางกลับคิดรอบคอบครอบคลุมไปเสียหมด ละเอียดถี่ถ้วนจนยากจะจินตนาการได้

ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว

จ้าวต้าเฉียงฟังแล้วก็รู้สึกยอมศิโรราบให้อย่างหมดใจจริงๆ

ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ สรุปแล้วเฉินหยางไปพบเจอสิ่งใดมากันแน่?

เหตุใดถึงได้เก่งกาจขึ้นมาถึงเพียงนี้?

ก็มิน่าเล่าตอนนี้ถึงได้เจริญรุ่งเรือง ทำธุรกิจได้ดีถึงเพียงนี้

ช่างเป็นดังคำกล่าวที่ว่า เอาคนมาเปรียบกับคน ก็มีแต่จะโมโหจนตายจริงๆ

 

ส่วนอ้ายเยว่หลานนั้น มองดูสีหน้าของเฉินหยางด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา

สมองของท่านพี่ลูกพี่ลูกน้องคนนี้เติบโตมาอย่างไรกัน? ช่างฉลาดหลักแหลมเกินไปแล้ว

อีกทั้งนี่ไม่ใช่แค่ความฉลาดแกมโกงเล็กๆ น้อยๆ ทว่ามันคือสติปัญญาอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง

สิ่งนี้มีพลังทำลายล้างที่รุนแรงมากสำหรับเด็กสาวอย่างอ้ายเยว่หลาน

 

จังหวะนั้นเอง เฉินหยางก็ทิ้ง "ไพ่ตาย" ออกมาอีกใบ

เฉินหยางกล่าวว่า "พี่จ้าว พวกเราต้องทำรายการอาหารขึ้นมาสักใบแล้วล่ะ"

จ้าวต้าเฉียงชะงักไปเล็กน้อย "รายการอาหาร? มันคือสิ่งใดกัน?"

ในยุคสมัยนี้ ยังไม่มีแนวคิดเรื่องรายการอาหารหรือเมนูอาหาร

ลูกค้าต้องการจะสั่งกับข้าวอันใด โดยพื้นฐานแล้วก็จะเป็นลูกจ้างในร้านที่คอยแนะนำ หรือไม่ก็เป็นลูกค้าประจำที่ตั้งใจสั่งเอง

 

ก็มีร้านอาหารเล็กๆ บางแห่ง ที่จะนำชื่อกับข้าวในร้านมาเขียนไว้บนป้ายไม้ เพื่อให้คนเลือกสั่ง

ทว่าทำเช่นนั้นก็เขียนได้ไม่ครบ กับข้าวอีกหลายอย่างล้วนไม่มีอยู่บนนั้น

ตอนนี้เฉินหยางต้องการจะเปลี่ยนแปลงวิธีการนี้ โดยจะทำรายการอาหารขึ้นมาให้เหมือนกับยุคหลัง

อีกทั้งต้องพยายามใส่รายการอาหารลงไปให้ครบถ้วนที่สุด

เช่นนี้พวกลูกค้าหน้าใหม่ที่แวะมา ก็จะสามารถสั่งอาหารได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสบการณ์ความประทับใจได้อย่างมาก

 

เฉินหยางอธิบายเรื่องราวเหล่านี้ออกไป ทำเอาเจ้าวต้าเฉียงและอ้ายเยว่หลานฟังจนตะลึงงันไปเลยทีเดียว

เมื่อลองขบคิดดูให้ละเอียด วิธีการนี้ก็ดีมากจริงๆ ชวนให้ผู้คนต้องตบโต๊ะร้องชื่นชม

เรื่องนี้ เฉินหยางก็มอบหมายให้อ้ายเยว่หลานและจ้าวต้าเฉียงไปจัดการ

ทำเช่นนี้ก็ถือว่าเหมาะสมกว่า

รวบรวมรายการอาหารที่มีอยู่ทั้งหมดออกมาให้ครบ

 

อ้ายเยว่หลานแม้จะเป็นเด็กผู้หญิง ทว่าก็เคยไปเรียนที่สำนักศึกษา ทั้งยังเป็นคนขยันหมั่นเพียรใฝ่รู้ ดังนั้นนางจึงรู้หนังสือไม่น้อยเลย

จ้าวต้าเฉียงตบหน้าอกตัวเองดังป้าบพลางเอ่ยรับรองว่าไม่มีปัญหา

ส่วนอ้ายเยว่หลานยิ่งตั้งอกตั้งใจจดบันทึกมันเอาไว้

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.