spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 57 ฤกษ์ดีเปิดกิจการ รายรับวันเดียวทะลุถึงยี่สิบก้วน
คราวนี้ โจวเฉิงจื้อก็หมดมุกจะเล่นโดยสิ้นเชิงแล้ว
เขาคงไม่สามารถไปล่วงเกินบุตรสาวทั้งสองของสวีต๋า เพียงเพื่อเถ้าแก่เล็กๆ อย่างหูจงหรอกนะ
ประเด็นสำคัญคือ ต่อให้เขาอยากจะล่วงเกิน ก็ล่วงเกินไม่ไหวหรอก
ตอนนี้โจวเฉิงจื้อจึงเสียหน้าอย่างหนัก
สีหน้าของหลี่จิ่งหลงยิ่งดูไม่ได้กว่า หลังจากเอ่ยขออภัยสวีเมี่ยวอวิ๋นและสวีเมี่ยวจิ่นแล้ว เขาก็พาคุณชายท่านอื่นๆ จากไป
แน่นอนว่า หลี่จิ่งหลงก็ไม่ลืมที่จะจ่ายเงินค่าอาหาร
เขาโยนตั๋วเงินมูลค่าห้าตำลึงเงินลงบนโต๊ะโดยตรง
หากเท่านี้ยังไม่พออีก ก็แสดงว่าร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านเถื่อนฟันราคาลูกค้าจริงๆ แล้วล่ะ
เมื่อออกจากร้านมา หลี่จิ่งหลงก็ทำหน้าเย็นชาพูดกับโจวเฉิงจื้อว่า "พี่โจว วันหน้าอย่าได้วู่วามเช่นนี้อีก! ช่างเสื่อมเสียเกียรติเสียจริง!"
โจวเฉิงจื้อราวกับถูกฟ้าผ่า
สำหรับคุณชายผู้สูงศักดิ์และสง่างามแล้ว คำพูดนี้เรียกได้ว่าเป็นคำตำหนิที่รุนแรงที่สุดแล้ว
โจวเฉิงจื้อรู้สึกเสียใจภายหลังเป็นอย่างยิ่ง รู้อย่างนี้ไม่น่ารับปากช่วยเหลือหูจงเลย
ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า ช่วยก็ไม่ได้ช่วย แถมยังหาเรื่องเดือดร้อนมาใส่ตัวอีก
ครั้งนี้ทำให้หลี่จิ่งหลงต้องเสียหน้า ถึงเวลาหากเกิดพาลโกรธมาลงที่เขาโจวเฉิงจื้อล่ะก็ คงได้แบกรับผลกรรมไม่ไหวแน่
เวลานี้ หลี่จิ่งหลงหันกลับไปมองร้านเจวี๋ยเว่ยเพียวเซียงก่วนแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยว่า "แต่จะว่าไปแล้ว สถานที่แห่งนี้ก็ไม่เลวเลยจริงๆ วันหลังล่ะก็..."
หลี่จิ่งหลงปรายตามองคุณชายท่านอื่นๆ แล้วรีบหยุดคำพูดลงทันที
หลี่จิ่งหลงคิดในใจ...
ในขณะเดียวกัน สวีเมี่ยวอวิ๋นและสวีเมี่ยวจิ่นกำลังสนทนากันเสียงเบาถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่
อันที่จริงตอนที่พวกหลี่จิ่งหลงและบรรดาคุณชายเข้ามาในห้องส่วนตัว พวกนางทั้งสองคนก็ฟังออกแล้วว่าเป็นหลี่จิ่งหลงมา
ทั้งสองฝ่ายต่างก็เป็นบุตรหลานของระดับกั๋วกง ธรรมชาติแล้วย่อมต้องมีการไปมาหาสู่กันอยู่บ้าง
อีกทั้งความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างสวีต๋ากับหลี่เหวินจงก็ดีเยี่ยมมาแต่ไหนแต่ไร การไปมาหาสู่กันก็บ่อยครั้ง
สวีเมี่ยวจิ่นหัวเราะพลางเอ่ยว่า "คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าร้านของเถ้าแก่เฉินเปิดกิจการ จะดึงดูดหลี่จิ่งหลงมาได้ด้วย"
สวีเมี่ยวอวิ๋นส่ายหน้า "น่าจะบังเอิญกระมัง"
"ท่านพี่ ข้ากลับรู้สึกว่าไม่ได้บังเอิญนะ พวกเขาจงใจมาหาเรื่องชัดๆ"
"เอาล่ะๆ อย่าเดาสุ่มไปเรื่อยเลย"
สวีเมี่ยวจิ่นแม้อายุยังน้อย ความหนักแน่นมั่นคงอาจจะไม่เท่าสวีเมี่ยวอวิ๋น แต่อันที่จริงนางก็ฉลาดหลักแหลมมาก
จังหวะนั้นเอง เฉินหยางก็เดินเข้ามา
"คุณหนูทั้งสอง ยังต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่ขอรับ?"
สวีเมี่ยวอวิ๋นโบกมือปัด "ไม่ต้องการแล้วล่ะ พวกเรากินอิ่มมากแล้ว"
สวีเมี่ยวจิ่นอดไม่ได้ที่จะลูบท้องของตัวเอง รู้สึกว่ามันป่องขึ้นมาแล้ว
ต้องยอมรับเลยว่า สถานที่ของเฉินหยางแห่งนี้ ช่างขุนคนให้อุดมสมบูรณ์ได้ดีเหลือเกิน
เฉินหยางให้ลูกจ้างหิ้วน้ำชามาให้อีกหนึ่งกา แล้วรินให้กับหญิงสาวทั้งสองคน
สวีเมี่ยวอวิ๋นปรายตามองเฉินหยางแวบหนึ่ง "เถ้าแก่เฉินไม่เพียงแต่จะทำอาหารเก่ง ทว่ายังเชี่ยวชาญการทำธุรกิจมากอีกด้วย"
"ขอบคุณคุณหนูใหญ่สวีที่เอ่ยชมขอรับ"
เมื่อครู่ตอนที่เฉินหยางรับรองหลี่จิ่งหลง สวีเมี่ยวอวิ๋นและสวีเมี่ยวจิ่นล้วนได้ยินกันหมดแล้ว
ท่าทีที่สงบนิ่งเยือกเย็นไม่ตื่นตระหนกของเฉินหยาง ทำให้หญิงสาวทั้งสองคนประหลาดใจเป็นอย่างมาก
ต้องรู้ก่อนนะว่า เถ้าแก่ทั่วไป หรือแม้แต่เถ้าแก่ใหญ่ของเหลาอาหาร ล้วนปวดหัวที่สุดเมื่อต้องรับมือกับบุตรหลานชนชั้นสูงอย่างหลี่จิ่งหลง
หากรับรองไม่ดีพอ หรือมีข้อผิดพลาดอันใดละก็ อาจจะเจอปัญหาใหญ่ตามมาได้
ทว่าเฉินหยางผู้นี้ กลับเป็นเพียงเถ้าแก่ร้านอาหารเล็กๆ เท่านั้น
ร้านอาหารแห่งนี้ยังเพิ่งจะเปิดกิจการด้วยซ้ำ ไม่มีประสบการณ์อันใดเลย คิดไม่ถึงว่าจะรับมือกับหลี่จิ่งหลงได้อย่างเหมาะสมถึงเพียงนี้
เถ้าแก่เฉิน ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
เวลานี้ สวีเมี่ยวจิ่นเอ่ยขึ้นว่า "เถ้าแก่เฉิน วันหน้าหากเจ้ามีเรื่องอันใดล่ะก็ ไปหาพี่สาวข้าได้เลยนะ นางช่วยเจ้าได้!"
สวีเมี่ยวอวิ๋นปรายตามองน้องสาวแวบหนึ่ง
หมดหนทางกับนางจริงๆ
สาวน้อยคนนี้ช่างรู้จักยืมดอกไม้ถวายพระเสียจริง
สวีเมี่ยวอวิ๋นกระแอมไอเบาๆ "ร้านแห่งนี้ข้าเป็นคนให้เจ้าเช่า หากมีเรื่องอันใด ก็ควรจะมาหาข้าจริงๆ นั่นแหละ"
เฉินหยางค้อมตัวทำความเคารพหญิงสาวทั้งสอง "เช่นนั้นก็ต้องขอขอบคุณคุณหนูทั้งสองไว้ล่วงหน้าแล้วนะขอรับ"
เฉินหยางรู้สึกว่าตนเองมีคนหนุนหลังเพิ่มขึ้นมาอีกสองคนแล้ว
เพียงแต่ว่าคนหนุนหลังเป็นถึงคุณหนูผู้สูงศักดิ์ก็เท่านั้นเอง
แต่นั่นก็ไม่สำคัญหรอก ขอแค่พึ่งพาได้ก็พอแล้ว
หลังจากส่งสวีเมี่ยวอวิ๋นและสวีเมี่ยวจิ่นกลับไป เฉินหยางก็ยุ่งวุ่นวายไปอีกพักใหญ่
วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดกิจการ แต่ลูกค้ากลับเยอะเป็นพิเศษ
แม้กระทั่งเลยช่วงเที่ยงวันไปแล้ว ก็ยังมีคนทยอยเดินทางมาอีกไม่น้อย
เคราะห์ดีที่ไม่ต้องต่อคิวอะไรมากมายแล้ว
เบื้องหน้าของเฉินหยางมีข้อความจากระบบปรากฏกะพริบขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
【ได้รับค่าความมั่งคั่ง 78】
【ได้รับค่าความมั่งคั่ง 101】
【ได้รับค่าความมั่งคั่ง 69】
【ได้รับค่าความมั่งคั่ง 85】
【ได้รับค่าความมั่งคั่ง 80】
......
เหล่านี้ล้วนเป็นจำนวนเงินที่ได้รับมาในแต่ละครั้ง
เฉินหยางมองดูสิ่งเหล่านี้ รู้สึกเบิกบานใจเป็นที่สุด
เมื่อจำนวนเงินเพิ่มขึ้น ค่าความมั่งคั่งของเฉินหยางก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
วันนี้แค่ยอดขายของหอเลิศรสขจรขจายเพียงแห่งเดียว ก็พุ่งไปถึงราวๆ ยี่สิบก้วนแล้ว
เมื่อบวกกับทางฝั่งหอเลิศรสเข้าไปด้วยแล้ว ทั้งวันก็มีรายรับเข้ากระเป๋าถึงยี่สิบห้าก้วนเลยทีเดียว
แน่นอนว่า ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่กำไรสุทธิ อันที่จริงต้นทุนก็ไม่ถือว่าต่ำ น่าจะกินสัดส่วนไปประมาณสี่ส่วน
ทว่าแต่ละวันสามารถทำเงินได้สิบกว่าก้วน นั่นก็นับว่าสุดยอดมากแล้ว
เดือนหนึ่งก็ปาเข้าไปหลายร้อยก้วนแล้ว
ในที่สุดเฉินหยางก็หลุดพ้นจากสภาวะขัดสนเงินทองเสียที
ต้องรู้ก่อนนะว่า การเปิดร้านใหม่ครั้งนี้ เขาใช้จ่ายเงินลงทุนไปไม่น้อยเลยทีเดียว