หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 54 เจ้าเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่!? เอาผักกาดขาวผัดมาหลอกลวงพวกเรา

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 54 เจ้าเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่!? เอาผักกาดขาวผัดมาหลอกลวงพวกเรา 

 

เฉินหยางไม่ใช่พวกเด็กหนุ่มเลือดร้อนไร้ประสบการณ์ เขารู้ดีว่าการทำธุรกิจ โดยเฉพาะการเปิดร้านนั้นอาจจะต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้าง

ไม่ว่าจะเป็นยุคโบราณหรือยุคปัจจุบัน ทั้งในและต่างประเทศ ล้วนมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทั้งสิ้น

โดยเฉพาะในนครหนานจิงช่วงต้นราชวงศ์หมิง มีขุนนางอยู่มากมาย ผู้มีอำนาจบารมียิ่งมีมากกว่า และยังมีพระญาติของราชวงศ์ออกมาเดินเตร็ดเตร่ไปมาอยู่บ่อยครั้ง

 

ดังนั้นในการบริหารจัดการร้านอาหาร จำเป็นจะต้องมีความยืดหยุ่น จะกำหนดกฎเกณฑ์ตายตัวจนเกินไปไม่ได้

คนเหล่านี้มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่ารับมือไม่ง่าย

เช่นนั้นก็อย่าไปหาเรื่องดีกว่า

 

เฉินหยางตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ พอพบว่ามีสถานการณ์ ก็รีบเข้ามาจัดการทันที เขาเป็นคนนำทางกลุ่มคนที่ดูเหมือนคุณชายเหล่านี้ขึ้นไปยังชั้นสองด้วยตนเอง

หลี่จิ่งหลงลอบประเมินเฉินหยางอยู่ในใจ พลางคิดสงสัย

ลูกจ้างในร้านนี้หน้าตาไม่เลวเลย รูปร่างสูงโปร่งหล่อเหลา ท่าทางสง่างามผ่าเผย ไม่หยิ่งยโสและไม่อ่อนน้อมจนเกินไป

มิน่าเล่ากิจการของร้านถึงได้ดีนัก

 

พอขึ้นมาถึงชั้นสอง ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าการจัดวางตกแต่งนั้นงดงามประณีต รสนิยมสูงส่งมาก

หลี่จิ่งหลงอยากจะอาละวาด ทว่าชั่วขณะหนึ่งก็หาข้ออ้างไม่ได้

หลี่จิ่งหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้ไม่สบอารมณ์ "รีบจัดหาสถานที่ให้พวกข้าเร็วเข้า เอาห้องที่ดีที่สุด!"

เฉินหยางคลี่ยิ้มบางๆ "ที่จัดเตรียมไว้ให้ทุกท่าน ย่อมต้องเป็นห้องที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน ทุกท่านเชิญทางนี้ขอรับ"

 

อันที่จริงเฉินหยางก็กำลังครุ่นคิดอยู่เช่นกันว่า เจ้าพวกนี้มาจากที่ใดกัน? สรุปแล้วเป็นใครกันแน่?

เฉินหยางเดินนำอยู่ด้านหน้า พวกหลี่จิ่งหลงเดินตามอยู่ด้านหลัง

ไม่นานก็มาถึงห้องส่วนตัว

ห้องส่วนตัวห้องนี้ไม่เลวเลยจริงๆ

พื้นที่กว้างขวาง มีความเป็นส่วนตัวสูง และยังมีหน้าต่างบานใหญ่ที่สามารถมองเห็นแม่น้ำฉินหวยด้านนอกได้อีกด้วย

 

คนเจ็ดแปดคนมาทานอาหารที่นี่ ถือว่าสะดวกสบายทีเดียว ไม่รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย

โต๊ะที่ใช้เป็นโต๊ะกลม รูปแบบค่อนข้างประณีตพิถีพิถัน มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ของราคาถูก

เฉินหยางยิ้มพลางเอ่ยถาม "เป็นอย่างไรบ้างขอรับ? คุณชายทุกท่าน พึงพอใจที่นี่หรือไม่?"

หลายคนมองซ้ายมองขวา มองบนมองล่าง ก็หาข้อบกพร่องใหญ่โตอันใดไม่ได้จริงๆ

 

คุณชายเหล่านี้ก็มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง เมื่อหาข้อบกพร่องไม่ได้ก็จะไม่ดึงดันหาเรื่องจับผิด เพราะหากทำเช่นนั้นจะดูน่ากระอักกระอ่วนใจ และทำให้เสียบารมีของคุณชายได้

เวลานี้ หลี่จิ่งหลงสะบัดแขนเสื้อกว้างคราหนึ่ง แล้วนั่งลง "ไปเรียกเถ้าแก่ของพวกเจ้ามา!"

เฉินหยางค้อมตัวทำความเคารพเขา "ผู้น้อยก็คือเถ้าแก่ของร้านแห่งนี้ขอรับ"

 

หลี่จิ่งหลงเอ่ยเสียงดัง "ดี เช่นนั้นก็แนะนำกับข้าวมาสักสองสามอย่าง คุณชายอย่างข้าจะลองชิมฝีมือของพวกเจ้าดูหน่อย!"

โจวเฉิงจื้อก็รีบเอ่ยสมทบ "ใช่ๆๆ ฝีมือดีหรือไม่ดี พวกเราต้องประเมินดูให้ดีเสียหน่อย!"

เฉินหยางยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เขารู้สึกตัวแล้วว่าคนเหล่านี้อาจจะมาเพื่อหาเรื่อง

 

เฉินหยางแนะนำเมนูเด็ดที่จ้าวต้าเฉียงถนัดอยู่สองสามอย่าง จากนั้นก็เอ่ยถามอีกว่า "คุณชายทุกท่านอยากจะลิ้มลองเมนูขึ้นชื่อของทางร้านเราด้วยหรือไม่ขอรับ?"

"เมนูขึ้นชื่อ? คือสิ่งใดรึ?"

"ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวขอรับ"

 

บรรดาคุณชายต่างเบิกตากว้าง จากนั้นก็หันมองหน้ากันไปมา ไร้คำพูดไปชั่วขณะ

ต่อมา โจวเฉิงจื้อก็ระเบิดอารมณ์ออกมา

"เจ้าหนุ่ม เจ้าเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่!? เอาผัดผักกาดขาวมาหลอกลวงพวกเรา!"

ทว่าเฉินหยางกลับมีสีหน้าราบเรียบดุจสายลมบางเบา ท่าทางสงบนิ่งเยือกเย็น

หลี่จิ่งหลงเองก็เป็นคนมีสายตาเฉียบแหลม มองออกว่าเฉินหยางไม่ได้กำลังพูดล้อเล่น

"น่าสนใจ ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาว ข้าชักอยากจะลองชิมดูเสียแล้วว่าพวกเจ้าจะผัดผักกาดขาวออกมาเป็นเช่นไร ไปยกมาให้ข้าเถอะ!"

 

เฉินหยางเอ่ยถาม "เอาแค่จานเดียวหรือขอรับ?"

หลี่จิ่งหลงเบิกตากว้าง จนด้วยคำพูด

"ผัดผักกาดขาวต้องเอามาสักกี่จานกัน? หรือว่าเจ้าจะให้พวกข้ากินผักกาดขาวคนละจาน?"

เฉินหยางเอ่ยว่า "ย่อมไม่ได้หมายความเช่นนั้นขอรับ ข้าเกรงว่าคุณชายทุกท่านจะทานไม่อิ่มเอาได้ ไม่เป็นไรขอรับ เดี๋ยวข้าจะให้คนยกผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวมาเสิร์ฟให้ทุกท่านก่อนหนึ่งจาน หากไม่พอทาน ก็เรียกข้าได้ตลอดเวลาเลยนะขอรับ"

 

บรรดาคุณชายรวมถึงหลี่จิ่งหลงต่างมองหน้ากันไปมา ไร้คำพูดจะเอื้อนเอ่ย

พวกเขามองดูเฉินหยางราวกับกำลังมองดูคนบ้าอย่างไรอย่างนั้น

ผักกาดขาวนี่ยังจะกลัวกินไม่อิ่มอีกหรือ!?

นี่มันจะพูดจาไร้สาระเกินไปแล้ว!

เดิมทียังอยากจะอาละวาด ตอนนี้กลับถูกเฉินหยางยั่วโมโหจนพูดไม่ออกแล้ว

หากดึงดันอาละวาดไปก็จะดูเสียกิริยา

 

เฉินหยางถอยออกไป

พวกหลี่จิ่งหลงนั่งลง จะหัวเราะก็ไม่ได้ จะโกรธก็ไม่ออก

"เถ้าแก่คนนี้ช่าง... สมองคิดอะไรอยู่? กลัวพวกเราจะกินผักกาดขาวไม่อิ่มงั้นรึ?"

"นั่นน่ะสิ น่าขันจนฟันแทบร่วงเลยทีเดียว!"

"ข้าก็บอกแล้วไง เถ้าแก่คนนี้มันเป็นพ่อค้าหน้าเลือด!"

 

"แต่จะว่าไปแล้ว อายุยังน้อยแค่นี้ ก็เปิดร้านทำธุรกิจแล้ว ก็นับว่าเป็นคนมีความสามารถคนหนึ่ง"

"มีความสามารถหรือไม่น่ะข้าไม่รู้ แต่ฝีปากน่ะคล่องแคล่วนัก"

หลายคนนั่งพูดคุยกันไปมา กลับรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ก็ไม่เลวเลย นั่งแช่ได้สบายๆ

เวลานี้ ลูกจ้างคนหนึ่งก็ยกกาน้ำชาเข้ามาเสิร์ฟ

คุณชายท่านหนึ่งเปิดฝาดูแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยว่า "โย่ว เป็นชาปี้หลัวชุนชั้นดีเสียด้วย ใช้ได้ เถ้าแก่คนนี้ก็ถือว่ารู้จักประเมินสถานการณ์ดี"

 

โจวเฉิงจื้อหัวเราะหึๆ "ก็พ่อค้าหน้าเลือดนี่นา ย่อมต้องเลือกปฏิบัติตามฐานะของผู้คนอยู่แล้ว"

กับข้าวสองสามอย่างทยอยถูกยกมาเสิร์ฟ

ทุกคนลงตะเกียบลองชิมดูคำหนึ่ง

บอกได้แค่ว่าพอใช้ได้ ไม่ถึงกับกินไม่ได้

แต่จะบอกว่าอร่อยเลิศเลอ ก็พูดได้ไม่เต็มปาก

สำหรับคุณชายทั้งหลายนี้ ก็ถือว่าอยู่ในระดับธรรมดาทั่วไปเท่านั้น

 

หลี่จิ่งหลงตั้งใจชิมอาหารทุกจานจนครบ แล้วเอ่ยออกมาสี่คำ

"พอถูไถไปได้"

บรรดาคุณชายต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย

จังหวะนั้นเอง ลูกจ้างก็กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับยกกับข้าวมาเสิร์ฟอีกจาน

"ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวมาแล้วขอรับ ทุกท่านเชิญทานให้อร่อยนะขอรับ"

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.