หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 53 หลี่จิ่งหลงมาบุกก่อกวนถึงถิ่นแล้ว

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 53 หลี่จิ่งหลงมาบุกก่อกวนถึงถิ่นแล้ว 

 

เวลานี้ สวีเมี่ยวอวิ๋นและสวีเมี่ยวจิ่นกำลังกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาว กินคู่กับปิ่งต้นหอมพันชั้น มันช่างอร่อยล้ำเลิศเกินบรรยายเสียจริงๆ

แน่นอนว่า กับข้าวผัดอย่างอื่นอีกสองสามอย่างก็มีมาตรฐานที่ดีเยี่ยมเช่นกัน ทว่าสำหรับคุณหนูผู้สูงศักดิ์ทั้งสองท่านนี้แล้ว กลับดูธรรมดาสามัญไปเลย

 

เป็นไปตามคาด ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวที่อยู่ตรงหน้าของทั้งสองคนถูกกินจนหมดเกลี้ยง

อย่าว่าแต่ผักกาดขาวเลย แม้แต่ต้นหอมซอยก็ยังไม่เหลือ

จังหวะนั้นเอง สวีเมี่ยวอวิ๋นก็ค้นพบอะไรบางอย่างเข้า

"เอ๊ะ?"

สวีเมี่ยวจิ่นเอ่ยถาม "เกิดอันใดขึ้นหรือ?"

 

สวีเมี่ยวอวิ๋นหยิบถ้วยชาที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมา พลางกล่าวว่า "ดูนี่สิ"

ที่แท้บนด้านข้างของถ้วยชาใบนั้น ก็มีอักษรจ้วนเขียนเอาไว้หลายตัวว่า หอเลิศรสขจรขจาย (เจวี๋ยเว่ยเพียวเซียง) สวีเมี่ยวจิ่นร้อง "อ้อ" ออกมาคำหนึ่ง "นี่คือชื่อร้านสินะ!"

สวีเมี่ยวอวิ๋นพยักหน้ารับ

 

ด้านบนมีคำว่า "เลิศรส " (เจวี๋ยเว่ย) อยู่สองตัว เห็นได้ชัดว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ

ตอนนี้ร้านอาหารเพิ่งจะเริ่มเปิดกิจการ กระทั่งยังไม่ได้แขวนป้ายร้านเลยด้วยซ้ำ

เดิมทีสวีเมี่ยวอวิ๋นยังนึกว่าเฉินหยางยังคิดชื่อไม่ออก ที่ไหนได้ ไม่เพียงแต่จะมีชื่อร้านแล้ว ทว่ากระทั่งยังสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษอีกด้วย

 

หอเลิศรสขจรขจาย (เจวี๋ยเว่ยเพียวเซียง) ชื่อนี้ดีทีเดียว

อีกทั้งคำว่า "เลิศรส" สองคำนี้ สวีเมี่ยวอวิ๋นก็ยังเป็นคนช่วยคิดให้อีกด้วย

คิดไม่ถึงเลยว่าเฉินหยางจะนำมาใช้ควบคู่กันไปเสียเลย

พอคิดมาถึงตรงนี้ มุมปากของสวีเมี่ยวอวิ๋นก็ยกขึ้นเล็กน้อย วาดเป็นรอยยิ้มโค้งอันงดงาม

สวีเมี่ยวจิ่นเอ่ยถาม "ท่านพี่ ท่านยิ้มโง่งมอันใดอยู่หรือ?"

สวีเมี่ยวอวิ๋นกระแอมไอเบาๆ "ข้ายิ้มที่ใดกัน เจ้าอย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ"

 

ในขณะเดียวกัน ที่ด้านนอกร้านก็มีคุณชายหลายท่านเดินทางมาถึง

พวกเขาสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรา ที่เอวล้วนแขวนเครื่องประดับติดเอาไว้ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ

ความจริงก็เป็นเช่นนั้น พวกเขาล้วนเป็นคุณชายจากตระกูลขุนนางในราชสำนัก มีฐานะสูงส่ง เวลาเดินเหินล้วนมีพายุพัดตาม

 

คุณชายที่เป็นผู้นำนั้นไม่ธรรมดาเลย เขาคือหลี่จิ่งหลง คุณชายแห่งตระกูลเฉากั๋วกงหลี่เหวินจงนั่นเอง

หลี่จิ่งหลงมีรูปร่างสูงใหญ่หล่อเหลา สง่างามไม่ธรรมดา แม้แต่จูหยวนจางก็ยังชื่นชมเขาเป็นอย่างมาก ถึงขั้นยกให้เขาเป็นผู้นำของกลุ่มขุนนางรุ่นเยาว์

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ นอกจากบรรดาคุณชายเหล่านั้นแล้ว หลี่จิ่งหลงคือผู้ที่สูงส่งที่สุด

ดังนั้นเขาจึงมีต้นทุนมากพอที่จะทำตัวหยิ่งยโสโอหัง

คุณชายท่านอื่นๆ อีกสองสามคน ธรรมชาติแล้วย่อมต้องตามหลี่จิ่งหลง...

 

หลี่จิ่งหลงขยับพัดในมือไปมา พลางกล่าวว่า "พี่โจว ร้านอาหารที่ท่านพูดถึงก็คือร้านนี้อย่างนั้นหรือ?"

ผู้ที่ถูกเรียกว่าพี่โจว มีชื่อเต็มว่า โจวเฉิงจื้อ บิดาของเขาดำรงตำแหน่งสำคัญอยู่ในสำนักจงซูเซิ่ง

ในยามปกติ โจวเฉิงจื้อก็ถือเป็นบุคคลที่เดินกร่างไปทั่วท้องถนนเช่นกัน

ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่จิ่งหลง เขาก็ต้องเก็บอาการเอาไว้บ้างแล้ว

 

เวลานี้ โจวเฉิงจื้อพยักหน้ารับ "ซื่อจื่อ ที่นี่แหละขอรับ ข้าได้ยินคนเขาพูดกันว่าเถ้าแก่ของร้านนี้ทำธุรกิจแบบไม่ยอมทำตามกฎระเบียบเลยแม้แต่น้อย เป็นพ่อค้าหน้าเลือดตัวยงเลยล่ะขอรับ!"

หลี่จิ่งหลงปรายตามองสถานการณ์ที่หน้าประตูร้านแวบหนึ่ง ยังคงมีคนจำนวนไม่น้อยกำลังรอที่นั่งอยู่

เขาแค่นเสียงเย็นชาออกมาคราหนึ่ง "ไร้เหตุผลสิ้นดี ไป คุณชายอย่างข้าอยากจะดูเสียหน่อย ว่าร้านนี้มันทำธุรกิจหลอกลวงผู้คนอย่างไร!"

 

พูดจบ หลี่จิ่งหลงก็สะบัดแขนเสื้อกว้างคราหนึ่ง แล้วเดินพุ่งตรงเข้าไป

คุณชายท่านอื่นๆ เองก็เดินยืดอกอย่างฮึกเหิม ตามติดอยู่ด้านหลังไปติดๆ

โจวเฉิงจื้อที่อยู่ด้านหลัง อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา

ร้านที่พวกเขากำลังจะไปก็คือร้านอาหารแห่งใหม่ของเฉินหยาง ซึ่งก็คือหอเลิศรสขจรขจายนั่นเอง

 

การที่โจวเฉิงจื้อบอกว่าเฉินหยางไม่ทำตามกฎระเบียบ อันที่จริงเขาก็ฟังมาจากคนอื่นอีกที

เพียงแต่คนผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น เขาคือหูจงนั่นเอง

หูจงเองก็เป็นคนที่มีหูตากว้างไกล ยิ่งไปกว่านั้นเฉินหยางยังเป็นคนในสายอาชีพเดียวกัน ธรรมชาติแล้วย่อมต้องรู้ข่าวการเปิดร้านอาหารแห่งใหม่ของเขาอยู่แล้ว

หูจงยังล่วงรู้ไปถึงเรื่องที่จ้าวต้าเฉียง หลิวซาน และคนอื่นๆ รวมสี่คนวิ่งหนีมาอยู่ฝั่งของเฉินหยางอีกด้วย

 

เขารู้สึกว่าเป็นเฉินหยางที่แย่งชิงตัวพวกเขาไป ธรรมชาติแล้วย่อมต้องผูกใจเจ็บเป็นธรรมดา

หูจงต้องการจะจัดการสั่งสอนเฉินหยางสักหน่อย เพื่อให้เขารู้ซึ้งถึงความร้ายกาจ

หูจงโลดแล่นอยู่ในวงการอาหารของนครหนานจิงมาหลายปี ย่อมต้องสั่งสมเส้นสายเอาไว้ไม่น้อย โจวเฉิงจื้อผู้นี้ก็คือหนึ่งในนั้น พอเขาได้รับการปรนนิบัติด้วยสุราอาหารและหญิงงามไปสักมื้อ โจวเฉิงจื้อย่อมต้องตอบตกลงช่วยเหลือหูจงอย่างแน่นอน

 

อันที่จริงสำหรับโจวเฉิงจื้อแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ ไม่จำเป็นต้องจงใจทำสิ่งใดให้มากความเลย

เพียงแค่พาหลี่จิ่งหลงมาที่นี่ แล้วกระตุ้นให้เขารู้สึกโกรธเคืองขึ้นมา เถ้าแก่ที่ชื่อเฉินหยางผู้นั้นก็จะต้องซวยอย่างแน่นอน

 

หากจะพูดถึงหลี่จิ่งหลงผู้นี้ เขามีข้อเสียคือชอบทำผลงานใหญ่โตโอ้อวดจริงๆ แต่ทว่านิสัยที่เกลียดชังความชั่วร้ายดั่งศัตรูก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน

นี่ไงล่ะ เจ้าหมอนี่หลงกลเข้าให้แล้วจริงๆ

หลี่จิ่งหลงพาคนเดินเข้าไปในร้าน

ลูกจ้างที่เฝ้าอยู่ด้านนอก ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปขัดขวาง

คนอย่างหลี่จิ่งหลง เกิดมาก็มีรังสีของชนชั้นสูงแผ่ออกมาอยู่แล้ว

บุคคลระดับนี้ หากไปขัดขวางก็เท่ากับรนหาที่ตาย!

 

หลี่จิ่งหลงมองดูโถงชั้นล่าง ล้วนถูกจับจองจนไม่มีที่ว่างให้ก้นได้นั่งลง เขาก็ถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมา

เปิดกิจการวันแรกธุรกิจก็รุ่งเรืองถึงเพียงนี้ ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี สมกับเป็นพ่อค้าหน้าเลือดจริงๆ!

"เสี่ยวเอ้อร์! มานี่! จัดหาที่นั่งให้พวกข้าสักหน่อย!"

 

ลูกจ้างนามว่าหวังเอ้อร์หลางวิ่งเข้ามาหา พร้อมเอ่ยด้วยความลำบากใจว่า "คุณชายท่านนี้ ท่านก็เห็นอยู่แล้ว ไม่มีที่นั่งจริงๆ ขอรับ ไม่สู้ท่านรอสักประเดี๋ยวดีหรือไม่ขอรับ?"

โจวเฉิงจื้อโกรธจัด "ให้เขารอหรือ!? เจ้าบ้าไปแล้วหรือ! รู้หรือไม่ว่าเขาคือใคร?"

จังหวะที่หวังเอ้อร์หลางกำลังรู้สึกลำบากใจอยู่นั้น ก็มีคนผู้หนึ่งเดินเข้ามา

เขาคือเถ้าแก่เฉินหยางนั่นเอง

"ทุกท่าน เชิญด้านบนเถิด"

 

เฉินหยางรู้อยู่ก่อนแล้วว่าจะต้องมีสถานการณ์คล้ายๆ กันนี้เกิดขึ้น ดังนั้นเขาจึงกันห้องส่วนตัวบนชั้นสองเอาไว้ห้องหนึ่ง แล้วก็เป็นไปตามคาด ได้นำมาใช้ประโยชน์จริงๆ ด้วย

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.