หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 52 ผักกาดขาวของเฉินหยาง ใครเห็นเป็นต้องรัก

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 52 ผักกาดขาวของเฉินหยาง ใครเห็นเป็นต้องรัก 

 

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในวันนี้ เฉินหยางได้เตรียมการมาอย่างเต็มที่

ถึงขั้นจงใจให้กัวซานหลางเรียกตัวพนักงานส่งอาหารครึ่งหนึ่งมาช่วยงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวในร้าน

หากไม่ทำเช่นนี้ มีหวังร้านได้พังพินาศแน่

 

โถงชั้นล่างของร้านนี้สามารถจัดวางโต๊ะได้ถึงยี่สิบกว่าโต๊ะ ชั้นสองส่วนใหญ่เป็นห้องส่วนตัว จำนวนจึงน้อยกว่าหน่อย ราวๆ สิบกว่าโต๊ะ

แต่แค่นี้ก็สามารถรองรับลูกค้าให้เข้ามาทานอาหารในร้านได้รวดเดียวถึงหลักร้อยคนแล้ว

ดังนั้นตามปกติแล้ว การต่อคิวรอหลายร้อยคิวก็ถือว่ายังพอหมุนเวียนได้ทัน

ในทางทฤษฎีแล้ว หากรอนานเกินไป ก็ย่อมมีคนหมดความอดทนและเดินจากไป

อย่างไรเสียคูปองส่วนลดก็มีอายุการใช้งานถึงหนึ่งเดือน วันนี้ไม่ได้กิน พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ก็ยังมาได้

ดังนั้นความกดดันจึงน่าจะค่อยๆ ลดลง

 

แน่นอนว่า ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมแพ้ ดึงดันจะรอต่อไปไม่ยอมไปไหน

ถึงขั้นมีคนงัดคูปองส่วนลดของตัวเองออกมา แล้วเริ่มต่อรองราคากับคนอื่น

"นี่ๆ กับข้าวที่แถมให้เจ้าคือเมนูอันใดนะ? ของข้าคือหมูตงพัวล่ะ"

"โอ้โห ดีจังเลย ข้าชอบกินพอดี เอาอย่างนี้ไหม ของข้าคือไก่ตงอัน พวกเรามาแลกกันเถอะ?"

"ท่านลุงหวัง ท่านยังจะกินอยู่อีกหรือไม่? หากท่านไม่กิน ก็เอาคูปองส่วนลดใบนั้นขายให้ข้าเถอะ ข้าให้สามสิบเหวินเลย!"

 

"ไม่ขายๆ! ของข้าใบนี้ใช้ลดได้ตั้งห้าสิบเหวินเชียวนะ! อีกอย่าง พวกเราตั้งใจจะเอาไว้ใช้เอง ไม่ขายเด็ดขาด!"

ยังมีบางคนเริ่มถกเถียงกันถึงปัญหาเรื่องป้ายหมายเลขคิว

"จริงสิ หากถึงตอนที่เรียกคิวข้า แล้วข้าไม่อยู่จะทำอย่างไรเล่า?"

"เจ้าไม่ได้ยินที่เขาบอกหรืออย่างไร เรียกสามครั้ง หากไม่อยู่ก็ข้ามคิวไปเลย ต้องรอให้กลับมาก่อนถึงจะเรียกคิวให้เป็นกรณีพิเศษ"

 

"โย่ว ถ้างั้นก็ดีเลยสิ ข้ายังสามารถไปเดินเล่นบนถนนได้ ประเดี๋ยวกลับมาก็คงจะถึงคิวข้าพอดี"

เวลานี้ ก็มีบางคนเริ่มตั้งข้อสงสัยถึงรสชาติอาหารของร้านนี้แล้ว

"ร้านนี้สรุปแล้วเป็นอย่างไรกันแน่? จัดงานเสียใหญ่โตเอิกเกริกขนาดนี้ หากรสชาติไม่ได้เรื่อง ก็ถือว่าหลอกลวงผู้คนเกินไปแล้ว"

 

"เฮ้อ ก็แค่ร้านเปิดใหม่ จะไปอร่อยสักแค่ไหนกันเชียว? พอกินได้ก็ถือว่าบุญแล้ว"

"กลัวก็แต่จะกินไม่ได้เลยน่ะสิ รสชาติห่วยแตกจนแทบกลืนไม่ลง"

จังหวะนั้นเอง ลูกค้าหลายคนที่เพิ่งจะทานอาหารในร้านเสร็จ บังเอิญได้ยินบทสนทนาของพวกเขาพอดี จึงรีบเอ่ยแย้งขึ้นมาทันควัน

 

"ห่วยแตกรึ? ข้าจะบอกพวกเจ้าให้นะ รสชาตินั้นดีเยี่ยมไปเลยล่ะ"

"ใช่แล้ว ข้าตัดสินใจแล้วว่า อีกสองสามวันรอให้คนน้อยลงสักหน่อย จะกลับมากินอีกสักมื้อ"

"พวกเจ้าได้กินผักกาดขาวนั่นหรือยัง? โคตรจะอร่อยเลยล่ะ ราวกับเป็นอาหารที่เซียนบนสวรรค์กินกันก็มิปาน!"

"เจ้าหมายถึงผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวใช่หรือไม่ เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีก ข้ายังไม่ได้กินเลยสักคำ โดนเจ้ากวาดซะเกลี้ยงเลย"

"ช่วยไม่ได้นี่นา ขอแค่ได้กินเข้าไปคำเดียวก็อดใจไม่ไหวแล้ว ตะเกียบมันขยับไปคีบเองโดยไม่รู้ตัวเลย"

 

พูดไปพลาง ชายคนนั้นก็หลับตาลง ราวกับกำลังหวนรำลึกถึงรสชาติอันแสนอร่อยของผักกาดขาว

เหล่าลูกค้าที่ยืนรออยู่ด้านนอกต่างพากันฟังจนหน้าเหวอไปตามๆ กัน

มันจะเว่อร์เกินไปหน่อยหรือไม่?

ต่อให้ทำออกมาได้ดีแค่ไหน มันก็ยังเป็นแค่ผักกาดขาวอยู่ดี จะไปอร่อยสักแค่ไหนกันเชียว?

 

ทว่าพอมองดูสีหน้าท่าทางของชายคนนั้นแล้ว ก็ไม่เหมือนกำลังพูดจาโอ้อวดเกินจริงเลย

คนจำนวนไม่น้อยที่เดิมทีกำลังจะเดินจากไป พอได้ยินเช่นนี้ ก็ตัดสินใจรั้งอยู่ต่อ

พวกเขาชักอยากจะลิ้มลองดูเสียแล้วสิ ว่าอาหารของที่นี่จะอร่อยสักแค่ไหนกัน

ด้านนอกร้านพูดคุยกันอย่างออกรส ด้านในร้านยิ่งไม่ต้องพูดถึง ร้อนแรงสุดขีดอย่างแท้จริง

 

มองเห็นเพียงว่าโถงชั้นล่างนั้นถูกจับจองจนไม่มีที่ว่างมาตั้งนานแล้ว

ผู้คนจับกลุ่มรวมตัวกันอยู่ข้างโต๊ะของตนเอง พูดคุย ทานอาหาร และชนจอกเหล้ากันอย่างคึกคัก

กับข้าวที่พวกเขาสั่งนั้นมีหลากหลายเมนูละลานตาไปหมด มีครบทุกสิ่งอย่าง

จ้าวต้าเฉียงสมกับเป็นพ่อครัวใหญ่ผู้มากประสบการณ์จริงๆ เขาสามารถรับมือได้อย่างไร้ที่ติ

อาหารทุกจานที่ทำออกมา อย่างน้อยๆ ก็ล้วนมีรสชาติที่สูงกว่ามาตรฐานทั่วไป

ส่วนเมนูผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวนั้น วันนี้คนสั่งกลับไม่ถือว่าเยอะนัก

มีเหตุผลเพียงข้อเดียวนั่นก็คือ มันแพง

 

กับข้าวเพียงจานเดียวกลับมีราคาสูงถึงยี่สิบเหวิน ซึ่งแพงกว่าร้านอาหารอื่นๆ ถึงหนึ่งเท่าตัว

ต้องเข้าใจนะว่านี่มันก็แค่ผักกาดขาวผัด คงไม่มีผู้คนมากมายนักหรอกที่จะรู้สึกว่ามันอร่อย

ทว่าก็ยังมีบางคนที่ชอบลิ้มลองของแปลกใหม่ แถมในกระเป๋ายังมีเงินหนา จึงเกิดความสงสัยใคร่รู้ว่าเหตุใดผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวจานนี้ถึงได้มีราคาแพงลิบลิ่วเช่นนี้

ด้วยเหตุนี้ ภายในโถงชั้นล่าง จึงมักจะมีเสียงร้องตะโกนด้วยความตกใจดังขึ้นมาเป็นระยะๆ

 

"สวรรค์! นี่ใช่ผักกาดขาวจริงๆ รึ? อร่อยเกินไปแล้ว!"

"พวกเจ้าลองชิมดูเร็วเข้า อร่อยจริงๆ นะ! ไม่ๆๆ พวกเจ้าอย่าเพิ่งชิมเลย เหลือไว้ให้ข้าเถอะ!"

"เจ้าอย่ายุ่งนะ อย่างไรเสียเจ้าก็ไม่ชอบกินผักกาดขาวอยู่แล้ว! ข้ากินเอง!"

 

ส่วนในห้องส่วนตัวบนชั้นสอง โดยทั่วไปแล้วคนที่มาทานอาหารบนนี้มักจะเป็นผู้ที่มีเงินทองเหลือเฟือ

บนนี้มีคนสั่งผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวไม่มากนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย

อีกทั้งคนเหล่านี้พอกินเข้าไปแล้ว ก็เอาแต่กินอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

"ไอหยา! ผักกาดขาวนี่มันช่างอร่อยจริงๆ!"

"สวรรค์! ทำไมถึงหมดแล้วล่ะ? พวกเจ้าใครกินไปเนี่ย?"

"ข้าเพิ่งจะกินผักกาดขาวไปชิ้นเดียวเองนะ ยังไม่ทันรู้รสชาติเลยด้วยซ้ำ!"

"เจ้าอย่าเพิ่งรีบร้อนไปสิ สั่งมาอีกจานก็สิ้นเรื่อง"

"เร็วเข้าๆ! ไปเรียกเสี่ยวเอ้อร์มาที!"

 

ในขณะเดียวกัน ณ ห้องส่วนตัวที่ตั้งอยู่ในทำเลชั้นเลิศห้องหนึ่ง หลังจากหญิงสาวทั้งสองคนได้ยินเสียงเหล่านั้น พวกนางก็หันมาสบตากันแล้วยิ้มออกมา

สมคำร่ำลือจริงๆ ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวฝีมือเถ้าแก่เฉิน ใครเห็นเป็นต้องรักเสียจริงๆ

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.