หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 45 หญิงแกร่งสวีเมี่ยวอวิ๋น พ่อครัวกวงโถวเฉียง

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 45 หญิงแกร่งสวีเมี่ยวอวิ๋น พ่อครัวกวงโถวเฉียง 

 

เฉินหยางมองดูอยู่ด้านข้าง รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง

ปกติแล้วสองพี่น้องคู่นี้ล้วนใช้ชีวิตสุขสบายสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรากินแต่อาหารเลิศรส อาหารที่กินล้วนแต่เป็นฝีมือของพ่อครัวที่ดีที่สุด

 

ทว่าเพียงแค่ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวจานนี้ กลับทำให้ทั้งสองคนกินจนหลงใหลเคลิบเคลิ้ม นั่นแสดงให้เห็นว่ารสชาติย่อมไม่ธรรมดา หากมีผลลัพธ์เช่นนี้ ตอนเปิดร้านอาหารจะต้องกลายเป็นเมนูเด็ดประจำร้านได้อย่างแน่นอน

 

เวลานี้ สวีเมี่ยวจิ่นลุกขึ้นยืน แล้วเดินมาตรงหน้าเฉินหยาง ทำเอาเขาสะดุ้งตกใจไปเฮือกหนึ่ง

เข้ามาใกล้ขนาดนี้ทำไมกัน?

ทำไมล่ะ?

จะจูบข้างั้นรึ?

 

ล้อเล่นน่า? สวีเมี่ยวจิ่น ตอนนี้เจ้าอายุเท่าไหร่กันเชียว? สิบห้าถึงหรือยัง?

ใครจะไปรู้ว่าเป็นเฉินหยางที่คิดเข้าข้างตัวเองไปเอง

"เถ้าแก่เฉิน ขออีกสักจานได้หรือไม่? ข้ายังกินไม่อิ่มเลย!"

 

เฉินหยางชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ลูบจมูกตัวเอง "แต่ว่าผักกาดขาวหมดแล้วน่ะสิ"

สวีเมี่ยวจิ่นเลิกคิ้วขึ้น "เรื่องง่ายนิดเดียว! เดี๋ยวข้าให้คนไปหาซื้อมาให้!"

สวีเมี่ยวอวิ๋นกระแอมไอเบาๆ "จิ่นเอ๋อร์ อย่าได้วุ่นวาย"

 

ผู้เป็นพี่สาวเอ่ยปากแล้ว สวีเมี่ยวจิ่นถึงยอมกลับไปนั่งที่เดิมอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก

ทว่าสวีเมี่ยวจิ่นยังคงรู้สึกไม่จุใจ จึงหันกลับไปถามว่า "เถ้าแก่เฉิน พรุ่งนี้ทำอีกได้หรือไม่?"

เฉินหยางพยักหน้ารับยิ้มๆ "เดี๋ยวข้าจะไปซื้อผักกาดขาว พรุ่งนี้ขอเพียงคุณหนูทั้งสองแวะมา ข้าจะทำให้กินอย่างแน่นอน"

 

ดวงตาของสวีเมี่ยวจิ่นพลันเป็นประกาย นางดึงมือของสวีเมี่ยวอวิ๋น "ท่านพี่ พรุ่งนี้พวกเรามากันอีกเถอะนะ!"

สวีเมี่ยวอวิ๋นถูกเขย่าแขนจนหมดหนทาง จึงทำได้เพียงรับคำไป

อันที่จริงสวีเมี่ยวอวิ๋นก็อยากจะมาเหมือนกัน เพียงแต่ไม่ได้เอ่ยปากออกมาก็เท่านั้น

 

อีกอย่าง เดิมทีพรุ่งนี้นางมีธุระต้องไปจัดการ ทว่าผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาวจานนี้ช่างทำให้ผู้คนยากจะลืมเลือนจริงๆ หากพรุ่งนี้ไม่ได้มาลิ้มลองอีก คงจะนอนหลับไม่สนิทเป็นแน่

เวลานี้ สวีเมี่ยวอวิ๋นถึงเพิ่งจะนึกถึงธุระสำคัญขึ้นมาได้ จึงจัดการทำสัญญาเช่ากับเฉินหยาง ลงนามประทับตรา ถือว่ามีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

 

เฉินหยางค่อนข้างชื่นชมสวีเมี่ยวอวิ๋นอยู่ไม่น้อย นางทำงานได้เฉียบขาดรวดเร็ว เป็นทรงของหญิงแกร่งอย่างแท้จริง ไม่สิ สวีเมี่ยวอวิ๋นในเวลานี้แม้อายุยังน้อย แต่อันที่จริงก็ถือว่าเป็นหญิงแกร่งไปแล้ว

ไม่อย่างนั้นจะสามารถปราบจูตี้ผู้หยิ่งยโสหัวรั้นและไม่เคยทำตามแบบแผนคนนั้นให้อยู่หมัดได้อย่างไร

 

พูดถึงจูตี้ ตอนนี้น่าจะยังไม่ได้หมั้นหมายกับสวีเมี่ยวอวิ๋นหรอกกระมัง

หากหมั้นหมายกันแล้ว สวีเมี่ยวอวิ๋นคงไม่สามารถออกมาเผยโฉมหน้าข้างนอกได้ตามอำเภอใจเช่นนี้แน่

เวลานี้ สวีเมี่ยวอวิ๋นเอ่ยถามขึ้นว่า "เถ้าแก่เฉิน ร้านอาหารจะเปิดกิจการได้เมื่อใดหรือ?"

"ร้านอาหารแห่งใหม่... น่าจะยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง"

 

สวีเมี่ยวอวิ๋นกะพริบตา "หากมีเรื่องอันใดต้องการให้ข้าช่วยเหลือ ก็บอกมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ"

เฉินหยางประสานมือคารวะสวีเมี่ยวอวิ๋น "เช่นนั้นก็ต้องขอขอบคุณคุณหนูใหญ่สวีมาก"

สวีเมี่ยวอวิ๋นและสวีเมี่ยวจิ่นไม่ได้รั้งอยู่นาน พวกนางห่อปิ่งต้นหอมพันชั้นและปิ่งเนื้อกรอบหอมที่เหลือ แล้วก็จากไป

 

เฉินหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ร้านอาหารยังคงต้องรีบเร่งทำเวลาเสียแล้ว

เรื่องการตกแต่งร้านนั้น ถือว่าพูดง่าย

ในยุคโบราณการตามหาช่างไม้ ช่างปูนนั้นง่ายดายมาก โดยเฉพาะในนครหนานจิง แต่ละคนล้วนมีวิชาความรู้ติดตัว ฝีมือไม่มีคำว่าลวกๆ

นำความต้องการไปบอกกล่าวแก่คนเหล่านี้ ส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเขาจัดการก็พอ

 

ตอนนี้เฉินหยางก็เริ่มทำเช่นนี้แล้ว

อีกเพียงไม่กี่วันก็คงจะเสร็จสมบูรณ์

ตอนนี้ต้องรีบหาพ่อครัวฝีมือดีให้ได้โดยเร็วที่สุด ถึงจะใช้ได้

จะไปหาได้อย่างไรกัน?

 

เฉินหยางยังคงตัดสินใจใช้วิธีการบ้านๆ นั่นคือการเขียนป้ายประกาศรับสมัครงาน

ระบุเจาะจงว่าต้องการพ่อครัวหนึ่งตำแหน่ง

เงื่อนไขคือต้องมีประสบการณ์ ระดับฝีมือยอดเยี่ยม

แน่นอนว่าค่าตอบแทนย่อมต้องดีมากอย่างแน่นอน

เช่นนี้ถึงจะสามารถดึงดูดพ่อครัวระดับสูงๆ ได้

 

หลังจากเฉินหยางเขียนเสร็จ ก็สั่งความกับอ้ายคุนและอ้ายเยว่หลานอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเดินออกจากร้านไป

เขาต้องการนำป้ายประกาศรับสมัครงานแผ่นนี้ ไปติดไว้ที่กระดานประกาศบริเวณลานจัตุรัสหน้าประตูเมือง

เฉินหยางเดินผ่านถนนย่านตลาดที่จอแจ มาถึงถนนกว่างฟา

บนถนนสายนี้มีร้านอาหารและร้านเหล้าอยู่มากมาย

 

เฉินหยางกลับนึกขึ้นมาได้ว่า เฉินหยางคนก่อนหน้าก็เคยทำงานอยู่ที่นี่

เถ้าแก่ในตอนนั้นก็คือหูจงนั่นเอง

จะว่าไปแล้ว ร้านเหล้าของหูจงนั้นทำได้ไม่เลวเลยจริงๆ กิจการค่อนข้างดีทีเดียว

อย่างไรเสียพ่อครัวที่หูจงหามาก็ถือว่าเก่งกาจพอตัว

น่าอิจฉาเสียจริง

 

ทันใดนั้น เฉินหยางก็ชะงักไป

พอเขาเงยหน้าขึ้น ก็บังเอิญเห็นชายหัวล้านคนหนึ่งกำลังเดินมาทางนี้พอดี

ชายหัวล้านผู้นี้มีนามว่า จ้าวต้าเฉียง เขาคือพ่อครัวของร้านเหล้าที่หูจงเปิดอยู่นั่นเอง

จ้าวต้าเฉียงมีรูปร่างเตี้ยม้อต้อ อ้วนท้วนสมบูรณ์ ดูเผินๆ เหมือนคนอายุสี่สิบกว่าปี แต่อันที่จริงเพิ่งจะสามสิบต้นๆ เท่านั้น

 

ไม่มีทางเลือก ก็คนมันหน้าแก่นี่นา

จ้าวต้าเฉียงกำลังทำหน้าถมึงทึงฮึดฮัด ไม่รู้ว่ากำลังโกรธเคืองใครมา

เฉินหยางรีบเดินเข้าไปทักทาย "อ้าว พี่เฉียง ท่านกำลังจะไปที่ใดหรือ?"

ทั้งเป็นคนหัวล้าน อีกทั้งยังชื่อจ้าวต้าเฉียง

เฉินหยางอยากจะเรียกเขาว่า 'กวงโถวเฉียง' (พี่เฉียงหัวล้าน) เสียเหลือเกิน

อดกลั้นอยู่นาน ทว่าสุดท้ายก็กลั้นเอาไว้ได้

 

จ้าวต้าเฉียงพอเห็นเฉินหยาง ก็ฝืนยิ้มออกมา "น้องเฉินนี่เอง ไม่ได้พบกันเสียนานเลยนะ"

เฉินหยางใจเต้นตึกตัก รีบเอ่ยขึ้นว่า "พี่เฉียง พวกเราหาสถานที่นั่งพักกันสักประเดี๋ยวดีหรือไม่?"

จ้าวต้าเฉียงเอ่ยตอบ "ได้สิ!"

ทั้งสองคนจึงสุ่มหาร้านชาข้างทางเพื่อนั่งลง

เฉินหยางก็ไม่รีรอ สั่งชาเหมาเจียนชั้นดีมาหนึ่งกา

จ้าวต้าเฉียงหัวเราะร่วน "โอ๊ะ น้องเฉิน นี่เจ้าร่ำรวยขึ้นมาแล้วรึ? แต่งเนื้อแต่งตัวดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาเชียว"

 

เฉินหยางคลี่ยิ้มบางๆ "ก็ไม่มีอะไรหรอก เปิดร้านเล็กๆ กิจการก็พอไปวัดไปวาได้"

ตอนที่เฉินหยางทำงานอยู่ที่นั่น จ้าวต้าเฉียงดีต่อเขามาก คอยดูแลเอาใจใส่อยู่ไม่น้อย

เฉินหยางรินน้ำชาให้จ้าวต้าเฉียง พลางเอ่ยถาม "พี่เฉียง เกิดอันใดขึ้นหรือ? ผู้ใดทำให้ท่านอารมณ์เสียกัน?"

จ้าวต้าเฉียงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "จะเป็นใครได้อีกล่ะ? ก็หูจงน่ะสิ!"

 

พอจ้าวต้าเฉียงเอ่ยถึงหูจง ความโกรธก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับความไม่เป็นธรรมมาอย่างหนัก

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.