หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 43 ทำให้จูตี้ผูกใจเจ็บ ไม่ใช่เรื่องดีอันใดเลย

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 43 ทำให้จูตี้ผูกใจเจ็บ ไม่ใช่เรื่องดีอันใดเลย 

 

"อะ... อะไรนะ!? เจ้าว่าอย่างไรนะ!?"

"ร้านนี้ เจ้าเช่าเอาไว้แล้วงั้นรึ!?"

"จะเป็นไปได้อย่างไร? เจ้าพูดล้อเล่นใช่หรือไม่!"

"ข้าจะบอกเจ้าให้นะ เฉินหยาง เจ้าอย่าคิดว่าข้าจะเชื่อคำพูดหลอกลวงของเจ้า! พูดจาโอ้อวดไม่กลัวลมแรงพัดจนลิ้นพันกันหรืออย่างไร!"

 

หูจงยังคงไม่ยอมลดละ ไม่สามารถเชื่อได้ว่าเฉินหยางจะเช่าร้านของจวนเว่ยกั๋วกงได้

อีกอย่าง ร้านที่ดีถึงเพียงนี้ ค่าเช่ารายเดือนจะสูงลิบลิ่วเพียงใดกัน

เขาเฉินหยางจะมีปัญญาจ่ายไหวหรือ!

หวังสื่อผิงยิ่งไม่เชื่อเข้าไปใหญ่

ร้านของเขายังปล่อยเช่าตั้งเจ็ดก้วนแล้ว ร้านของจวนเว่ยกั๋วกงแห่งนี้มีแต่จะสูงกว่า อย่างน้อยก็ต้องสิบก้วนต่อเดือน

 

ชาวบ้านธรรมดาจะมีปัญญาเช่าได้อย่างไรกัน?

พูดตามความเป็นจริง เดือนละสิบก้วน หนึ่งปีก็ร้อยยี่สิบก้วน

ใช้เวลาเพียงแค่สองสามปี กระทั่งสามารถซื้อเรือนหลังเล็กๆ ในนครหนานจิงได้เลยด้วยซ้ำ

อาศัยอยู่ในเรือนของตนเอง มันไม่สุขสบายกว่าหรือ?

 

แน่นอนว่า ร้านนี้ดีเยี่ยมจริงๆ ทิวทัศน์ไร้ที่ติ ทำเลก็พอใช้ได้ สถานที่ก็กว้างขวางสว่างไสว เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การทำธุรกิจอย่างแท้จริง

เวลานี้ เฉินหยางไม่ได้เอ่ยคำใด ทว่ากลับหยิบแม่กุญแจขึ้นมา

เฉินหยางหันกลับไปถามหูเจิ้งเยี่ย "จริงสิ เมื่อก่อนข้าไม่เคยมาที่นี่เลย ถนนสายนี้เรียกว่าอะไรหรือ?"

 

หูเจิ้งเยี่ยได้สติกลับคืนมา จึงตอบว่า "นี่คือถนนเหอตง"

เฉินหยางร้อง "อ้อ" ออกมาคำหนึ่ง และกล่าวขอบคุณ

เขาปิดประตูให้เรียบร้อย จากนั้นก็คล้องแม่กุญแจ แล้วล็อคจนแน่นหนา

 

"ทุกท่าน ข้ามีธุระต้องขอตัวก่อน พวกท่านค่อยๆ คุยกันไปนะ"

พูดจบ เฉินหยางก็เดินส่ายอาดๆ จากไปอย่างผ่าเผย

หูจง หูเจิ้งเยี่ย และหวังสื่อผิงต่างมองหน้ากันไปมาเลิ่กลั่กอยู่กับที่ ไร้คำพูดไปชั่วขณะ

หากพวกเขารู้ว่า เฉินหยางเช่าร้านแห่งนี้มาด้วยค่าเช่าเพียงห้าก้วนต่อเดือน พวกเขาจะต้องเต้นผางด้วยความโมโหอย่างแน่นอน

 

หวังสื่อผิงพลันได้สติกลับคืนมา จึงเอ่ยว่า "ถ้าเช่นนั้น... เถ้าแก่หู พวกเราไปทำสัญญาเช่ากันเถอะ"

หูจงรู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก "ทำสัญญาอะไรกัน วันนี้ไม่ทำแล้ว!"

พูดจบ หูจงก็เดินฟึดฟัดจากไปอย่างฉุนเฉียว

หวังสื่อผิงมองดูจนโง่งมไปเลย

หูจงทำไมถึงบอกจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนเอาดื้อๆ ช่างไร้เหตุผลเกินไปแล้ว

 

หูเจิ้งเยี่ยรีบอธิบายกับหวังสื่อผิงอยู่พักหนึ่ง ถึงเพิ่งจะวิ่งตามบิดาของเขาไป

หูจงผู้นี้เทียวไปเทียวมาหลายรอบแล้ว แต่ก็ไม่ยอมให้คำตอบที่แน่นอนเสียที

ทว่าหูจงก็คงจะเช่าอยู่นั่นแหละ เพียงแต่ต้องเสียเวลาเจรจากันอีกสักรอบ ไม่แน่ว่าค่าเช่าอาจจะต้องลดลงมาอีกสักหน่อย

 

หวังสื่อผิงรู้สึกเสียใจภายหลังเป็นอย่างยิ่ง รู้อย่างนี้ปล่อยให้พี่ชายเฉินคนนั้นเช่าเสียก็ดี

เฉินหยางเช่าร้านดีๆ ได้สำเร็จ จัดการเรื่องใหญ่เรื่องนี้จนลุล่วง อารมณ์จึงผ่อนคลายสบายใจเป็นพิเศษ

ลำดับต่อไป ก็คือใช้เวลาสักหน่อย ทำการตกแต่งและปัดกวาดเช็ดถูร้านแห่งนั้นแบบง่ายๆ

แน่นอนว่า ไม่จำเป็นต้องปรับปรุงอะไรครั้งใหญ่ การจัดวางผังของร้านนั้นค่อนข้างเหมาะสมอยู่แล้ว กระทั่งห้องครัวด้านหลังก็มีพร้อมสรรพ

 

ชั้นสองหาฉากกั้นมาตั้งสักหน่อย กั้นเป็นห้องส่วนตัวเพิ่มอีกสักสองสามห้องก็ใช้ได้แล้ว

ทว่าเฉินหยางก็ไม่ได้รีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาจัดการสักหนึ่งเดือนให้เสร็จก็พอ

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เรี่ยวแรงส่วนใหญ่ของเฉินหยางยังคงทุ่มเทให้กับการดูแลร้านหอเลิศรส 

ท้ายที่สุดแล้วที่นี่ก็คือฐานที่มั่นหลักของเขา รายได้ทั้งหมดในตอนนี้ล้วนต้องหามาจากที่นี่

 

วันข้างหน้าจะต้องดูแลร้านถึงสองแห่งแล้ว พูดกันตามตรง สำหรับเฉินหยางแล้ว ความกดดันก็ยังมีอยู่ไม่น้อย

เคราะห์ดีที่กิจการของร้านหอเลิศรสดีขึ้นเรื่อยๆ

รายรับในช่วงหลายวันนี้ล้วนเกินห้าก้วนทั้งสิ้น

รายได้เพียงแค่วันเดียว ก็สามารถจ่ายค่าเช่าร้านที่ถนนเหอตงได้แล้ว

 

ทว่ายังมีอีกปัญหาหนึ่ง ร้านที่ถนนเหอตงหากจะเปิดกิจการ ยังจำเป็นต้องหาพ่อครัวอีกหนึ่งคน

เฉินหยางในยามนี้เชี่ยวชาญอาหารเพียงแค่อย่างเดียว นั่นคือผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาว

ร้านอาหารทั้งร้าน จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะขายแค่อย่างเดียว?

ต่อให้อร่อยแค่ไหน ก็ไม่อาจค้ำจุนธุรกิจเอาไว้ได้

 

ต่อให้วันข้างหน้าเฉินหยางจะสามารถทำอาหารได้หลากหลายเมนูมากขึ้น ร้านอาหารหนึ่งร้านก็ไม่อาจมีเขาเป็นพ่อครัวเพียงคนเดียวได้

เขาเป็นเถ้าแก่ ยังต้องจัดการเรื่องราวอื่นๆ อีกมากมาย ขืนทำทั้งหมดมีหวังเหนื่อยตายพอดี

การคัดเลือกพ่อครัวจะทำลวกๆ ไม่ได้เด็ดขาด ต้องเลือกระดับฝีมือสูงๆ จำเป็นต้องเสาะหาให้ดี

 

เรื่องที่แปลกก็คือ สองวันนี้สวีเมี่ยวอวิ๋นไม่ได้แวะมาเลย

สัญญาเช่าร้านก็ยังไม่ได้เซ็นกันเลยนะ

คงไม่ได้เกิดเรื่องพลิกผันอันใดขึ้นหรอกนะ?

ช่างบังเอิญเสียจริง ในขณะที่เฉินหยางกำลังกังวลอยู่นั้น สวีเมี่ยวอวิ๋นก็มาพอดี

ที่มาไม่ได้มีเพียงนางคนเดียว แต่ยังมีสวีเมี่ยวจิ่นมาด้วย

สองพี่น้องปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน ทำให้ภายในร้านดูสว่างไสวขึ้นมาทันตาเห็น

 

เฉินหยางหัวเราะร่วนพลางหันไปกล่าวกับทั้งสองคน "มีคำกล่าวประโยคหนึ่งว่าอย่างไรนะ..."

สวีเมี่ยวจิ่นเอ่ยถาม "คำอันใดหรือ?"

"แขกผู้มีเกียรติมาเยือนจนร้านสว่างไสว เชิญท่านทั้งสองนั่งลงก่อนเถิด ข้าจะไปรินชามาให้พวกท่าน"

 

สวีเมี่ยวจิ่นร้องโวยวายขึ้นมา "เถ้าแก่เฉิน หาของกินมาให้พวกเราหน่อยสิ หิวจะแย่อยู่แล้ว เจ้าดูพี่สาวข้าสิ สองสามวันนี้ไม่ได้กินปิ่งของเจ้า ผอมลงไปตั้งเยอะ"

สวีเมี่ยวอวิ๋นตีน้องสาวเบาๆ พลางหัวเราะ "อย่าพูดจาเหลวไหล!"

 

เฉินหยางหันกลับไปมองทั้งสองคนแวบหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มออกมา

แม่นางทั้งสองคนนี้ ล้วนแต่เป็นสตรีอันเป็นที่รักของจูตี้ในวันข้างหน้าทั้งสิ้น

ตอนนี้กลับมารวมตัวกันอยู่ในร้านเล็กๆ ของเฉินหยาง ไม่รู้เลยว่าวันข้างหน้าหากจูตี้ล่วงรู้เข้า จะผูกใจเจ็บเขาหรือไม่

 

เฉินหยางพอคิดมาถึงตรงนี้ แผ่นหลังก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมา

การทำให้จูตี้ผูกใจเจ็บ ไม่ใช่เรื่องที่น่าภาคภูมิใจอันใดเลย

เฉินหยางรีบเดินไปทำของกินทันที

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.