spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 40 บังเอิญพบอดีตเถ้าแก่ กิจการของจวนเว่ยกั๋วกง
หวังสื่อผิงเอ่ยว่า "ตอนนี้ยังตกลงกับเจ้าไม่ได้หรอกนะ อีกเดี๋ยวจะมีคนอื่นมาดูอีก"
เฉินหยางชะงักไปเล็กน้อย "เจ้าของบ้าน การเช่าร้านก็ควรจะเหมือนกับการซื้อของ ต้องมีลำดับก่อนหลังไม่ใช่หรือ?"
หวังสื่อผิงโบกมือปัด "เฮ้อ เอาล่ะ หากเจ้ายินยอมจะรอก็รอสักประเดี๋ยว หากคนผู้นั้นไม่เช่า ก็จะให้เจ้าเช่า"
เฉินหยางย่อมมีความรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างเป็นธรรมดา
"หากคนผู้นั้นเช่าล่ะ? ก็คงไม่ถึงคิวข้าแล้วใช่หรือไม่"
หวังสื่อผิงพยักหน้ารับ "ใช่แล้ว ก็เป็นเช่นนั้นแหละ"
เฉินหยางเลิกคิ้วขึ้น ทว่าก็ไม่ได้โต้เถียงอันใดต่อ
คาดว่าคนผู้นั้นที่หวังสื่อผิงเอ่ยถึง คงจะมีเบื้องหลังอะไรบางอย่างเป็นแน่
เรื่องพรรค์นี้ไม่ว่ายุคโบราณหรือปัจจุบัน ไม่ว่าในหรือต่างประเทศ ล้วนมีทั้งสิ้น เฉินหยางเองก็พอเข้าใจได้ ทว่าเมื่อมาเจอกับตัวเองเข้าจริงๆ ก็ยังรู้สึกโกรธเคืองอยู่ดี
ร้านที่ดีเยี่ยมถึงเพียงนี้ หากต้องยอมตัดใจปล่อยไปก็น่าเสียดายจริงๆ
หรือว่าจะรออีกสักหน่อยดี?
ในขณะที่เฉินหยางกำลังขบคิดอยู่นั้น ก็มีคนสองคนเดินเข้ามา
คนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคน ส่วนชายอีกคนหนึ่งดูอายุน้อยกว่า
คาดไม่ถึงเลยว่าเฉินหยางจะรู้จักพวกเขา
ชายวัยกลางคนมีนามว่าหูจง เปิดร้านสุราแห่งหนึ่งอยู่ในเขตนอกเมือง กิจการนับว่าใหญ่โตไม่เบา
ชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่ามีนามว่าหูเจิ้งเยี่ย เป็นบุตรชายคนโตของหูจง
เฉินหยางคนก่อน ซึ่งก็คือเฉินหยางในตอนที่ยังไม่ได้ถูกเฉินหยางจากยุคหลังมาครอบครองร่าง เคยทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่ร้านของหูจงมาก่อน
เฉินหยางจากยุคหลัง เนื่องจากได้หลอมรวมความทรงจำของเฉินหยางในยุคราชวงศ์หมิงมาด้วย ดังนั้นจึงคุ้นเคยกับหูจงและหูเจิ้งเยี่ยเป็นอย่างดี
ในตอนนั้นเฉินหยางมักจะถูกหูจงกดขี่ข่มเหงและใช้จิตวิทยาควบคุมบงการสารพัด ทว่าเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวประทังชีวิต จึงจำใจต้องอดทนเอาไว้
ต่อมาหูจงทำเกินไปจริงๆ เฉินหยางเหลืออดจนทนไม่ไหว ถึงได้ลาออกจากร้านสุราของหูจง แล้วหันมาทำการค้าของตัวเอง
ทว่าหูเจิ้งเยี่ยกลับดีกว่าบิดาของเขาอยู่บ้าง เป็นคนที่มีจิตใจดีทีเดียว ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเฉินหยางก็ถือว่าพอใช้ได้
ก่อนหน้านี้ตอนที่เฉินหยางถูกหูจงทุบตีจนบาดเจ็บ หูเจิ้งเยี่ยยังอุตส่าห์ส่งยามาให้ ทั้งยังหิ้วข้าวของมาเยี่ยมเยียนโดยเฉพาะด้วย
ไม่รู้จริงๆ ว่าหูจงเลี้ยงดูบุตรชายผู้นี้มาได้อย่างไร
หูจงและหูเจิ้งเยี่ยพอเห็นเฉินหยาง ก็ถึงกับชะงักงันไป
จากนั้นหูจงก็หัวเราะร่วนขึ้นมา "ข้าก็นึกว่าผู้ใด ที่แท้ก็เฉินหยางนี่เอง เจ้ามาทำสิ่งใดอยู่ที่นี่หรือ?"
เฉินหยางไม่ได้เอ่ยคำใด ทว่าภายในใจกลับกระจ่างแจ้งแล้ว
ผู้ที่จะมาเช่าร้านแห่งนี้ก็คือหูจงนั่นเอง
เวลานี้ หวังสื่อผิงยิ้มแย้มเดินเข้าไปประสานมือคารวะหูจง "โอ๊ะ พวกท่านรู้จักกันด้วยหรือ"
หูจงปรายตามองเฉินหยางแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "อดีตลูกจ้างในร้านข้าน่ะ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวิ่งมาทำสิ่งใดที่นี่"
หวังสื่อผิงพอได้ฟังก็ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็กวาดสายตามองสำรวจเฉินหยางอยู่หลายครั้ง
"ลูกจ้างในร้านท่านรึ? เถ้าแก่หู ลูกจ้างบ้านท่านได้ดิบได้ดีไม่เลวเลยนี่"
เฉินหยางในยามนี้ได้ผลัดเปลี่ยนรูปโฉมราวกับเกิดใหม่แล้วจริงๆ
วิญญาณก็เปลี่ยนไปแล้ว กลิ่นอายก็เปลี่ยนไปแล้ว กระทั่งเสื้อผ้าบนร่างก็ยังเปลี่ยนไปแล้วด้วย
เสื้อผ้าที่เฉินหยางสวมใส่อยู่ในเวลานี้ แม้จะไม่อาจนับว่าเป็นอาภรณ์หรูหรางดงามอันใด ทว่าก็ไม่ได้แย่เลย เป็นการแต่งกายตามมาตรฐานของคหบดีผู้มั่งคั่ง กระทั่งไม่ได้ด้อยไปกว่าเสื้อผ้าบนร่างของหูจงและหูเจิ้งเยี่ยเลย
ดั่งคำกล่าวที่ว่า ม้าดีย่อมต้องคู่กับอานม้าที่ดี
รูปร่างหน้าตาและกลิ่นอายของเฉินหยางเดิมทีก็โดดเด่นมากอยู่แล้ว เมื่อบวกกับเสื้อผ้าอาภรณ์ชั้นดี ยิ่งทำให้เขาดูหล่อเหลาองอาจผ่าเผย กระทั่งให้ความรู้สึกราวกับต้นหยกต้องลมก็มิปาน
ภายในใจของหูจงย่อมต้องประหลาดใจเป็นอย่างมาก ทว่าเปลือกนอกกลับยังคงสงบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ออกมา
ชายผู้นี้นับว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างแท้จริง
หูจงเอ่ยถาม "ทำไมรึ เจ้านี่ก็อยากจะเช่าร้านนี้ด้วยงั้นหรือ?"
หวังสื่อผิงหัวเราะแหะๆ ขึ้นมา "ใช่แล้ว หากไม่ใช่เพราะพวกเรามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน คงถูกเขาตัดหน้าชิงเช่าไปก่อนแล้ว"
หูจงแค่นเสียงเย็นชา "แค่มันเนี่ยนะ? จะมีปัญญาเช่าไหวรึ?"
หวังสื่อผิงยิ้มจนตาหยี ไม่ได้เอ่ยคำใด
หูจงย่อมรู้ดีว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น
เจ้าหนุ่มเฉินหยางนี่ไม่เพียงแต่ออยากจะเช่าร้านนี้ ทว่ายังมีปัญญาเช่าไหวจริงๆ ด้วย
หูจงรู้สึกประหลาดใจอยู่ในใจยิ่งนัก
ค่าเช่าร้านนี้ตั้งเจ็ดก้วนเชียวนะ สำหรับชาวบ้านทั่วไปแล้วนี่ไม่ใช่ตัวเลขจำนวนน้อยๆ เลย
ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นค่าเช่ารายเดือนที่ต้องจ่ายทุกๆ เดือน คนทั่วไปที่ไหนจะแบกรับภาระไหว?
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าหนุ่มเฉินหยางผู้นี้ไปหาเงินมาจากที่ใด
หูเจิ้งเยี่ยเองก็ทอดสายตามองเฉินหยางด้วยสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน
คนผู้นี้เปลี่ยนแปลงไปมากเกินไป จนทำให้ผู้คนแทบจำหน้าไม่ได้เลยทีเดียว
หวังสื่อผิงเอ่ยถาม "เถ้าแก่หู ตกลงท่านจะเช่าร้านนี้หรือไม่? หากท่านไม่เช่า เช่นนั้นข้าก็คงต้องยกให้ลูกจ้างผู้นี้ไปแล้วนะ"
หูจงเลิกคิ้วขึ้น "เช่าสิ ทำไมข้าจะไม่เช่าล่ะ?"
เดิมทีหูจงก็กำลังครุ่นคิดพิจารณาอยู่
แม้ว่าทำเลที่ตั้งและการตกแต่งของร้านนี้จะดีเยี่ยม ทว่าค่าเช่าก็แอบแพงไปสักหน่อยจริงๆ
ตอนนี้กลับพบว่าเฉินหยางต้องการจะเช่า เช่นนั้นก็ลังเลต่อไปไม่ได้แล้ว
หูจงแสยะยิ้มเย็นชาใส่เฉินหยาง "เจ้าอย่าคิดว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจได้ เมื่อก่อนเจ้าเคยเป็นลูกจ้าง วันข้างหน้าเจ้าก็ยังเป็นอยู่วันยังค่ำ ชั่วชีวิตนี้เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอก"
พูดมาถึงตรงนี้ หูจงก็ยังรู้สึกไม่คลายความโกรธแค้น จึงชี้นิ้วไปยังร้านข้างๆ พลางเอ่ย "หากเจ้ามีเงินจริง เจ้าก็ไปเช่าร้านนั้นสิ หากเจ้าเช่าได้ถือว่าเจ้าเก่ง!"
เฉินหยางชะงักไปเล็กน้อย ทอดสายตามองไปยังทิศทางที่นิ้วของหูจงชี้ไป
ฝั่งนั้นมีอาคารหลังเล็กๆ ตั้งอยู่หลังหนึ่งจริงๆ
รูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารนั้นดูโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ยิ่งไปกว่านั้นทำเลที่ตั้งดูจะดียิ่งกว่า ซ้ำพื้นที่ใช้สอยยังกว้างขวางกว่าด้วย
เฉินหยางพึมพำออกมา "ไม่เลวเลยจริงๆ"
พูดจบ เฉินหยางก็เดินตรงเข้าไปทันที
หูจงและหูเจิ้งเยี่ยสบตากัน
"ไอ้หมอนี่มันกล้าไปจริงๆ ด้วย มันคิดว่าตนเองจะเช่าร้านนั้นได้จริงๆ งั้นรึ?"
หูเจิ้งเยี่ยเอ่ยถาม "ท่านพ่อ ร้านนั้นเป็นของบ้านใดหรือขอรับ? เหตุใดถึงเช่าไม่ได้ล่ะ?"
หูจงแสยะยิ้มเย็นชาพลางตอบ "เรื่องนี้เจ้าคงยังไม่รู้สินะ นั่นคือกิจการของจวนเว่ยกั๋วกง คนทั่วไปไม่มีปัญญาเช่าได้หรอก"