spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 39 การหาทำเลเปิดเหลาอาหารก็ยากลำบากไม่เบา
ในขณะเดียวกัน ณ จวนเว่ยกั๋วกง
สวีเมี่ยวอวิ๋นสวมเสื้อคลุมตัวนอก แล้วเดินออกจากเรือนไปพร้อมกับเสี่ยวชุ่ย
วันนี้นางจะไปยังเขตนอกเมือง เพื่อจัดการเรื่องจุกจิกบางอย่างของกิจการครอบครัว
จังหวะนั้นเอง ก็บังเอิญพบกับสวีต๋าที่เพิ่งกลับมาพอดี
วันนี้สวีต๋าดูอารมณ์ดีไม่เบา คาดว่าในท้องพระโรงตอนประชุมเช้าคงไม่ได้ถูกจูหยวนจางตำหนิหรือกดดันมาเป็นแน่
สวีต๋าเอ่ยถาม "อวิ๋นเอ๋อร์ นี่จะไปที่ใดกัน?"
สวีเมี่ยวอวิ๋นถอนหายใจยาว ก่อนจะอธิบายเรื่องที่ตนเองต้องไปจัดการให้ฟังรอบหนึ่ง
"ท่านพ่อ อยากจะไปด้วยกันหรือไม่เจ้าคะ?"
สวีต๋าพอได้ยิน ก็ถอยหลังไปหลายก้าวอย่างไม่รู้ตัว โบกมือปัดพลางเอ่ย "ไอ๊หยา ไม่ไปๆ ข้าเพิ่งประชุมเช้าเสร็จ แล้วก็ยังไปปรึกษาเรื่องสำคัญกับเหล่าจู... ไม่สิ กับฝ่าบาทที่ห้องทรงพระอักษรมาตั้งครึ่งค่อนวัน ปวดเศียรเวียนเกล้าไปหมดแล้ว หากยังต้องไปจัดการเรื่องพรรค์นี้อีก สู้ให้ข้าไปสู้รบกับพวกเป่ยหยวนที่ชายแดนเหนือสักหลายๆ ยกเสียยังจะดีกว่า!"
สวีเมี่ยวอวิ๋นเอ่ย "ท่านพ่อ ท่านอายุเท่าใดแล้ว สุขภาพร่างกายก็เป็นเช่นนี้ ยังจะเอาแต่คิดเรื่องเข่นฆ่าสู้รบอยู่อีก"
สวีต๋าเลิกคิ้วขึ้น "ร่างกายของข้ามันเป็นอย่างไรกัน? ก็ยังแข็งแรงดีอยู่นี่นา! ลูกสาวเอ๋ย ข้าจะบอกเจ้าให้นะ เรื่องสู้รบเนี่ย ข้าไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น หวังเป่าเป่าร้ายกาจหรือไม่ล่ะ พอเจอข้ายังต้องเดินอ้อมหนีเลย!"
สวีเมี่ยวอวิ๋นปัดใบไม้ร่วงที่เกาะอยู่บนไหล่ของสวีต๋าออก "เอาล่ะเจ้าค่ะ เลิกคุยโตได้แล้ว รีบกลับเข้าเรือนไปพักผ่อนเถิด"
สวีต๋าพยักหน้ารับ
ตอนที่สวีเมี่ยวอวิ๋นกำลังจะเดินออกไป จู่ๆ ก็ถูกสวีต๋าร้องเรียกเอาไว้
"ท่านพ่อ ยังมีเรื่องอันใดอีกหรือเจ้าคะ?"
สวีต๋ามีสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับมีเรื่องสำคัญอันใดจะกล่าว
"ลูกสาวเอ๋ย คราวก่อนไอ้ปิ่งเนื้อทอดอะไรสักอย่างนั่น มันอยู่ที่ใด..."
สวีเมี่ยวอวิ๋นรีบเอ่ยขัดจังหวะสวีต๋าทันควัน "ท่านพ่อ ของสิ่งนั้นก็ค่อนข้างมันนะเจ้าคะ ท่านกินเยอะไม่ได้หรอก!"
สวีต๋าจึงจำใจเอ่ย "ข้าไม่ได้กินเยอะเสียหน่อย ข้าไม่ได้กินมาหลายวันแล้วนะ"
สวีเมี่ยวอวิ๋นขมวดคิ้วมุ่น สวีต๋าจึงรีบหันหลังวิ่งกลับเข้าเรือนไปทันที
สวีต๋าในจวนเว่ยกั๋วกงแห่งนี้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด มีเพียงสวีเมี่ยวอวิ๋นเท่านั้นที่เขาไม่กล้าส่งเสียงดังใส่
ยกตัวอย่างเรื่องกิน ห่านตุ๋นนั้นเรียกได้ว่าเป็นแก้วตาดวงใจของสวีต๋า กินทุกวันก็ไม่เคยเบื่อ
ต่อมาเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็มักจะมีปัญหาอยู่เสมอ ท่านหมอสั่งเด็ดขาดว่าให้สวีต๋าพยายามงดของมันของคาวให้มากที่สุด
ห่านตุ๋นนั้นมันเยิ้มที่สุด ย่อมไม่อาจปล่อยให้สวีต๋ากินตามอำเภอใจได้อีกต่อไป
ทว่าคนอื่นพูดแล้วจะได้ผลหรือ?
สวีต๋าไม่ยอมรับฟังเลยแม้แต่น้อย ไม่กี่วันก็ต้องขอกินห่านตุ๋นสักมื้อให้ได้
ต่อมายังคงเป็นลูกสาวคนโตอย่างสวีเมี่ยวอวิ๋นที่ออกโรงมาสยบสวีต๋าจนอยู่หมัด
แม้สวีต๋าจะแอบกินห่านตุ๋นอยู่บ้างเป็นบางครั้ง ทว่าก็ดีกว่าเมื่อก่อนมากนัก เดือนหนึ่งยังไม่แน่ว่าจะได้กินสักครั้งเลย ดังนั้นสวีเมี่ยวอวิ๋นจึงดูเหมือนจะเป็นผู้มีอำนาจชี้ขาดในบ้าน หลายๆ เรื่องแม้แต่สวีต๋ายังไม่กล้าเอ่ยปากคัดค้านเลย
ทว่าหลายคนกลับคาดไม่ถึงเลยว่า ยามนี้สวีเมี่ยวอวิ๋นยังเป็นเพียงเด็กสาววัยสิบกว่าปีเท่านั้น
สมญานามหนี่จูเซิง ยอดเยี่ยมร้ายกาจอย่างแท้จริง
เวลานี้ สวีเมี่ยวอวิ๋นและเสี่ยวชุ่ยขึ้นไปบนรถม้า มุ่งหน้าตรงไปยังเขตนอกเมือง
ในขณะเดียวกันนั้น เฉินหยางได้เดินสำรวจตั้งแต่หัวถนนฝั่งเหนือไปจนถึงท้ายถนนฝั่งใต้ในย่านตลาดพลุกพล่านของเขตนอกเมือง
ทว่ากลับไม่มีที่ใดเหมาะสมเลย
บนถนนสายตลาดพลุกพล่านทั้งสาย มีร้านที่กำลังประกาศให้เช่าอยู่สองแห่ง
ทว่าเฉินหยางกลับไม่ถูกใจ
ประการแรกคือพื้นที่ไม่ได้ใหญ่โตอันใด
ถนนสายนี้จัดอยู่ในย่านชุมชนแออัด บ้านเรือนที่ปลูกสร้างโดยทั่วไปจะมีขนาดค่อนข้างเล็ก และความสูงก็ไม่เพียงพอ ร้านค้าริมถนนเองก็มีสภาพไม่ต่างกันเท่าใดนัก
เฉินหยางพอเดินเข้าไปก็รู้สึกอึดอัดยิ่งนัก
ประการที่สอง ค่าเช่าก็ไม่ใช่ว่าจะถูกๆ เดือนหนึ่งตั้งห้าก้วนเชียว
ค่าเช่าระดับนี้เฉินหยางย่อมจ่ายไหว ทว่าพอคิดถึงร้านที่เช่าอยู่ก่อนหน้านี้ซึ่งราคาไม่ถึงสองก้วนด้วยซ้ำ ภายในใจเขาก็รู้สึกไม่ค่อยสมดุลเท่าใดนัก
พื้นที่ก็ไม่ได้ใหญ่กว่ากันสักเท่าใดเลย
หากนำมาเปรียบเทียบกัน ร้านที่เฉินหยางเช่าอยู่นั้น ถือว่าเป็นร้านที่มีคุณภาพไม่เลว และคุ้มค่าคุ้มราคามากทีเดียว
เฉินหยางส่ายหน้า ดูทรงแล้วร้านค้าย่านตลาดพลุกพล่านนี้คงไม่มีที่ใดเหมาะสม
เฉินหยางเดินเลี้ยวตรงหัวมุมถนน มาถึงถนนริมแม่น้ำสายหนึ่ง
สถานที่แห่งนี้ก็นับว่าอยู่ริมฝั่งแม่น้ำฉินหวยเช่นกัน เพียงแต่แม่น้ำช่วงนี้ไม่ค่อยกว้างนัก และไม่ใช่ช่วงที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดก็เท่านั้น
ทว่าทำเลแถวนี้ก็ถือว่าไม่เลว
ได้ความสงบท่ามกลางความวุ่นวาย ปริมาณผู้คนสัญจรไปมาก็ไม่ได้น้อย ทั้งยังไม่พลุกพล่านอึกทึกจนเกินไป
นานๆ ครั้งยังสามารถเห็นคุณชายคุณหนูบางคนเดินผ่านแถวนี้ได้ด้วย
เส้นทางแม่น้ำก็สะอาดสะอ้าน แผ่ซ่านกลิ่นอายอันเงียบสงบออกมา
ก็ไม่รู้ว่าค่าเช่าร้านแถวนี้จะแพงหรือไม่
ประจวบเหมาะกับที่เห็นว่าด้านหน้ามีร้านแห่งหนึ่งกำลังประกาศให้เช่าอยู่พอดี เฉินหยางจึงเดินตรงเข้าไป
ร้านนี้ไม่เลวเลย ด้านหน้ากว้างขวางมาก ด้านในก็สว่างไสว ทั้งยังเป็นอาคารสองชั้นอีกด้วย
เฉินหยางชะโงกหน้าเข้าไปดู ชั้นล่างสามารถวางโต๊ะได้สิบกว่าตัวโดยไม่รู้สึกแออัดเลยแม้แต่น้อย
หากชั้นสองมีพื้นที่กว้างขวางเช่นนี้ด้วย ก็คงจะยอดเยี่ยมตรงจามที่ต้องการเลยทีเดียว
ประจวบเหมาะกับที่เจ้าของบ้านเดินมาพอดี เฉินหยางจึงเริ่มพูดคุยสนทนากับเขา
เจ้าของบ้านแซ่หวัง นามว่าหวังสื่อผิง
หวังสื่อผิงปรายตามองสำรวจเฉินหยางสองสามที แล้วเอ่ย "เดือนละเจ็ดก้วน ลดให้ไม่ได้แล้ว"
เจ็ดก้วน แม้จะกล่าวว่าแพงกว่าย่านตลาดพลุกพล่านอยู่สักหน่อย ทว่าคุณภาพของร้านก็ดีเยี่ยม สภาพแวดล้อมและทำเลที่ตั้งก็ไม่เลวเลย
เฉินหยางมาจากโลกยุคหลัง ย่อมรู้ดีว่าการเปิดร้านทำธุรกิจ ทำเลที่ตั้งถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก
ยิ่งไปกว่านั้น เขาเฉินหยางก็ไม่ใช่ว่าจะเช่าไม่ไหวเสียหน่อย
เช่าร้านนี้แหละ เหมาะสมที่สุดแล้ว
เฉินหยางจึงเอ่ย "เถ้าแก่ ข้าขอเช่าร้านนี้"
หวังสื่อผิงชะงักไปเล็กน้อย ราวกับคาดไม่ถึงว่าเฉินหยางจะตกลงง่ายดายถึงเพียงนี้
"เรื่องนี้คือว่า..."
เฉินหยางถึงกับอึ้งไป
เป็นกระไรไป หรือว่าเจ้าของบ้านผู้นี้มีความลับที่ยากจะเอ่ยปากอันใดอีก?