spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 35 การพบปะของเหล่าหญิงสาว ปิ่งต้นหอมโผล่มาแทรก
เหลาอาหารเหอจวินแห่งนี้ก็มีชื่อเสียงโด่งดังขจรขจาย อาหารคาวจากทั้งเหนือและใต้ล้วนทำได้ทั้งสิ้น
ลูกค้าจำนวนไม่น้อยต่างก็เอ่ยปากชื่นชมอาหารของที่นี่อย่างไม่ขาดปาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งขนมของที่นี่ ทำออกมาได้ทั้งประณีตงดงามและรสชาติดีเยี่ยม
เหล่าคุณหนูตระกูลคหบดีและขุนนางจึงโปรดปรานการมานั่งพูดคุยสังสรรค์ทานอาหารกันที่นี่เป็นพิเศษ
ทว่าสวีเมี่ยวอวิ๋นในยามนี้กลับไม่รู้สึกสนใจของกินของที่นี่เลยแม้แต่น้อย
ท้ายที่สุดแล้วนางก็ได้กินของที่อร่อยกว่ามาแล้วนี่นา
สวีเมี่ยวอวิ๋นมาถึงค่อนข้างเร็ว การได้มานั่งรับลมแม่น้ำเพียงลำพัง และชื่นชมทิวทัศน์ของแม่น้ำฉินหวยอยู่ที่นี่ก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว
ชั่วครู่ต่อมา ก็เริ่มมีคนทยอยเดินเข้ามา
มีหลี่ชิวหลาน ซึ่งก็คือบุตรีของแม่ทัพชื่อดังหลี่เหวินจง และยังเป็นน้องสาวของหลี่จิ่งหลงอีกด้วย
และยังมีหลิวอวี้เฉี่ยว บุตรีของหลิวจี
บางคนอาจจะไม่รู้ว่าหลิวจีคือผู้ใด ทว่าพอเอ่ยชื่อหลิวป๋อเวินขึ้นมาก็ย่อมเข้าใจได้ในทันที
ตามมาด้วย ฟู่เหมย บุตรีของฟู่โหย่วเต๋อ
แม้จะยังมีหญิงสาวอีกสองสามคน ทว่าสวีเมี่ยวอวิ๋นกลับพูดคุยถูกคอกับสามคนนี้มากที่สุด จนสามารถเรียกได้ว่าเป็นสหายสนิท
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลิวอวี้เฉี่ยว ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสวีเมี่ยวอวิ๋นมากที่สุด มักจะออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันอยู่เสมอ หากจะกล่าวไปแล้ว สวีต๋าคือเว่ยกั๋วกง หลี่เหวินจงคือเฉากั๋วกง ฟู่โหย่วเต๋อคืออิ่งกั๋วกง
ล้วนแต่จัดอยู่ในบรรดาศักดิ์ระดับกั๋วกงทั้งสิ้น
ส่วนหลิวจีนั้น แม้จะสร้างคุณงามความดีไว้ไม่น้อย ทว่ากลับได้รับบรรดาศักดิ์เพียงเฉิงอี้ป๋อ เท่านั้น
ซึ่งห่างจากบรรดาศักดิ์กั๋วกงถึงสองระดับเชียว
ทว่าสถานะของหลิวจีกลับสูงส่งยิ่งนัก ยามนี้ยังดำรงตำแหน่งเป็นอวี้สื่อจงเฉิง (รองอธิบดีกรมตรวจการ) ในอนาคตยังอาจได้ขึ้นเป็นอัครเสนาบดีอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นเพียงเรื่องเบื้องหน้า หลิวป๋อเวินยังเป็นถึงผู้นำของขั้วอำนาจเจ้อตงอีกด้วย
ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลนหลิวป๋อเวินเลย
เวลานี้ เหล่าหญิงสาวล้วนมาถึงกันเกือบจะครบแล้ว จึงเริ่มสั่งอาหาร
ในช่วงเย็นพวกนางก็กินอะไรไม่ได้มากนัก ที่สั่งมาส่วนใหญ่ล้วนเป็นขนมของว่าง
แน่นอนว่า สุราเล็กๆ น้อยๆ ย่อมขาดไปไม่ได้เช่นกัน
หญิงสาวอย่างพวกนางเมื่ออยู่เป็นการส่วนตัวก็สามารถดื่มสุราได้ เพียงแต่เวลาที่มีบุรุษอยู่ด้วย โดยทั่วไปแล้วจะไม่ดื่ม
เพราะจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์
พวกนางสั่งขนมมาสองสามอย่างตามใจชอบ จากนั้นก็เริ่มพูดคุยกัน
ดื่มสุราแกล้มไปพลาง ระหว่างนั้นแน่นอนว่าย่อมขาดการต่อบทกวีเล็กๆ น้อยๆ ไปไม่ได้
ซึ่งในบรรดาพวกนาง ผู้ที่มีพรสวรรค์มากที่สุด ย่อมต้องเป็นสวีเมี่ยวอวิ๋นโดยธรรมชาติ
สวีเมี่ยวอวิ๋นอ่านตำรามามาก ไม่เพียงแต่อ่านบทความมาเยอะ และมีความรู้กว้างขวาง ทว่ายังเชี่ยวชาญการแต่งบทกวีเป็นอย่างมากอีกด้วย
จังหวะนั้นเอง หลิวอวี้เฉี่ยวก็สังเกตเห็นว่าสวีเมี่ยวอวิ๋นไม่ค่อยได้กินสิ่งใดเลย
"เมี่ยวอวิ๋น ไม่ถูกปากหรือ?"
สวีเมี่ยวอวิ๋นส่ายหน้า "ก็แค่ไม่ค่อยหิวน่ะ"
หลี่ชิวหลานหัวเราะร่วน "เมี่ยวอวิ๋น นี่ไม่สมกับเป็นเจ้าเลยนะ เมื่อก่อนเจ้าชอบกินขนมถั่วเขียวที่สุดเลยไม่ใช่รึ ข้าอุตส่าห์ตั้งใจสั่งมาให้เจ้าเชียวนะ"
ฟู่เหมยเอ่ย "บางทีเมี่ยวอวิ๋นอาจจะกินจนเบื่อแล้วก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นของสิ่งใด หากกินอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ต้องเบื่อเป็นธรรมดา"
หลิวอวี้เฉี่ยวพอได้ฟัง ก็รู้สึกว่ามีเหตุผล จึงร้องเรียกเสี่ยวเอ้อของเหลาอาหารเข้ามา
"ที่นี่พวกเจ้าคงไม่ได้มีขนมวนไปวนมาแค่ไม่กี่อย่างนี้หรอกนะ? มีของกินอันใดที่แปลกใหม่บ้างหรือไม่?"
"ของกินแปลกใหม่หรือขอรับ? ไม่น่าจะ..."
จู่ๆ ดวงตาของเสี่ยวเอ้อก็ลุกวาวขึ้นมา "จริงสิ วันนี้เพิ่งจะสั่งของอร่อยๆ มาจากร้านเปิดใหม่ร้านหนึ่ง ไม่สู้ข้าลองยกมาให้ทุกท่านชิมดูดีหรือไม่ขอรับ?"
หลี่ชิวหลานเอ่ยถาม "ของอร่อยอันใดกัน?"
เสี่ยวเอ้อยิ้มรับพลางเอ่ยตอบ "เรื่องนั้นข้าเองก็ไม่ทราบขอรับ ได้ยินมาว่าเสียงตอบรับค่อนข้างดีทีเดียว ทุกท่านย่อมทราบดี ว่าเหลาอาหารของเราให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมาเป็นอันดับหนึ่ง หากไม่ใช่ของที่อร่อยจริงๆ ย่อมไม่มีทางนำมาเสิร์ฟอย่างเด็ดขาดขอรับ"
หลิวอวี้เฉี่ยวเอ่ย "ได้ เช่นนั้นก็ยกมาให้พวกเราลองชิมดูเถิด"
เสี่ยวเอ้อเดินจากไป
เดิมทีสวีเมี่ยวอวิ๋นไม่อยากให้พวกนางต้องวุ่นวาย ทว่าก็ไม่อยากจะขัดจังหวะความสนุกของเหล่าพี่น้อง จึงปล่อยตามใจพวกนางไป
เวลานี้ เหล่าพี่น้องก็เริ่มหยอกล้อกันอีกครั้ง
"พวกเจ้าว่า ของที่จะยกมาคือสิ่งใดกัน?"
"ข้าคิดว่าอาจจะเป็นขนมชนิดใดชนิดหนึ่ง อย่างเช่น ขนมกั่วจื่อ (ผลไม้กวน/ขนมแป้งทอด) ของร้านปี้เซิ่งจวี"
"ไม่มีทาง นั่นจะนับว่าเป็นของกินแปลกใหม่ได้อย่างไร ใครๆ ก็รู้ว่าขนมกั่วจื่อของที่นั่นอร่อย สามารถหาซื้อได้ตลอดเวลานั่นแหละ"
"เช่นนั้นจะเป็นสิ่งใดได้ล่ะ?"
อันที่จริงสวีเมี่ยวอวิ๋นเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะยกสิ่งใดมาให้
ทว่าไม่ว่าจะเป็นของกินอันใด ส่วนใหญ่ก็คงไม่อร่อยไปกว่าของร้านหอเลิศรสหรอกกระมัง
ชั่วครู่ต่อมา เสี่ยวเอ้อก็เดินกลับเข้ามาอีกครั้ง ในมือยกถาดไม้ใบใหญ่มาด้วย ด้านบนมีตะกร้าไม้ไผ่ครอบเอาไว้
เสี่ยวเอ้อเอ่ยขึ้น "มาแล้วขอรับ! นี่คือปิ่งต้นหอมพันชั้นของร้านหอเลิศรส"
เหล่าหญิงสาวพอได้ยิน ก็ถึงกับชะงักงันไป
"ปิ่งต้นหอม? ล้อกันเล่นหรือเปล่า!"
"นั่นสิ ไม่ว่าจะเป็นปิ่งอะไร จะอร่อยไปได้สักแค่ไหนกันเชียว"
"นี่เจ้ากำลังเล่นสนุกกับพวกเราอยู่ใช่หรือไม่?"
ยกเว้นสวีเมี่ยวอวิ๋นแล้ว คนอื่นๆ ล้วนไม่ยอมรับทั้งสิ้น
สวีเมี่ยวอวิ๋นเองก็ชะงักงันไปเช่นกัน ทว่าเหตุผลกลับแตกต่างไปจากพวกนาง
เสี่ยวเอ้อของเหลาอาหารรีบอธิบาย "ทุกท่าน ข้าไม่ได้พูดเล่นจริงๆ นะขอรับ ปิ่งต้นหอมพันชั้นของร้านหอเลิศรสนี้ช่วงนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก หลายๆ คนกินทุกวันก็ยังไม่พอเลยนะขอรับ"
ทุกคนย่อมไม่เชื่ออยู่แล้ว
ทว่าสวีเมี่ยวอวิ๋นกลับไล่เสี่ยวเอ้อให้ถอยออกไปเสีย
"พวกเจ้าลองชิมดูก่อนเถิด บางทีที่เขาพูดอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้นะ"
หลี่ชิวหลานเบิกตากว้าง "เมี่ยวอวิ๋น เจ้าคงไม่ได้คิดว่านี่คือของอร่อยจริงๆ หรอกนะ?"
สวีเมี่ยวอวิ๋นเปิดตะกร้าไม้ไผ่ออก และก็เป็นดังคาด ปิ่งต้นหอมพันชั้นสีเหลืองทองอร่ามที่ถูกตัดเป็นชิ้นๆ ก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็น
ในขณะเดียวกัน กลิ่นหอมกรุ่นอันเข้มข้นของปิ่งก็แผ่ซ่านอบอวลไปทั่วทั้งห้องส่วนตัว