หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 32 สวีต๋า ของสิ่งนี้อร่อยกว่าห่านตุ๋นเสียอีก!

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 32 สวีต๋า ของสิ่งนี้อร่อยกว่าห่านตุ๋นเสียอีก! 

 

เห็นเพียงสวีต๋าแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างลืมตัว

ไม่สิ ไม่ใช่แค่สวีต๋าเท่านั้น

สวีเมี่ยวจิ่นและสวีเจิงโซ่วต่างก็จ้องมองจนตาละห้อยแล้ว

 

เรื่องนี้ก็โทษพวกเขาไม่ได้หรอก

เช้าวันนี้ทั้งสองคนยังไม่ได้กินข้าวเลย เอาแต่รอที่จะไปซื้อปิ่งต้นหอมและปิ่งเนื้อทอดกรอบที่ร้านหอเลิศรสมากิน ทว่าคิดไม่ถึง กลับถูกสวีต๋าจับตัวกลับมา และสั่งสอนไปชุดใหญ่

คาดไม่ถึงว่าพี่สาวอย่างสวีเมี่ยวอวิ๋นจะเร็วกว่าก้าวหนึ่ง ซื้อกลับมาเรียบร้อยแล้ว

 

ยามนี้อาหารเลิศรสวางอยู่บนโต๊ะ จะไม่ให้พวกเขาทั้งสองน้ำลายสอได้อย่างไรกัน

สวีต๋ากระแอมไอเบาๆ "ของที่พวกเจ้าอยากจะซื้อ ก็คือเจ้านี่น่ะรึ?"

สวีเมี่ยวจิ่นและสวีเจิงโซ่วรีบพยักหน้ารับ

สวีต๋ายื่นมือไปหยิบปิ่งชิ้นหนึ่งขึ้นมา พินิจดูอย่างละเอียด

 

"รูปลักษณ์ภายนอกก็ดูดีทีเดียว ทว่าหากจะบอกว่าของสิ่งนี้อร่อยล้ำเลิศเพียงใด ข้าไม่มีทางเชื่อหรอก"

สวีเมี่ยวอวิ๋นเอ่ย "ท่านพ่อ ท่านลองชิมดูสิเจ้าคะ"

สวีต๋าทนไม่ไหวตั้งนานแล้ว

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด น้ำลายถึงได้สอเต็มปาก หากช้าไปอีกนิดคงได้ไหลย้อยออกมาแน่

สวีต๋ารีบกัดเข้าไปหนึ่งคำ กินไปพลางพูดไปพลาง "ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าของสิ่งนี้มันจะอร่อยไปได้สักแค่ไหนเชียว?"

 

รอจนขบเคี้ยวไปได้สองที

สีหน้าของสวีต๋าก็พลันแปรเปลี่ยนไป

"หืม? นี่มัน..."

"รสชาติอันใดกันเนี่ย นี่มัน"

 

สวีต๋าพูดไปกินไป ถึงกับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์เลย

เพียงสองสามคำ ปิ่งต้นหอมพันชั้นชิ้นนั้นก็ถูกกลืนลงท้องไปจนหมด

สวีเมี่ยวอวิ๋นเอ่ยถาม "ท่านพ่อ เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?"

สวีต๋าเงยหน้าขึ้นมองสวีเมี่ยวอวิ๋น ไร้ซึ่งคำพูดไปชั่วขณะ ทว่ามือกลับยื่นไปหยิบมาอีกชิ้นอย่างไม่รู้ตัว

สวีต๋าเพิ่งจะส่งเข้าปาก

สวีเมี่ยวอวิ๋นก็เอ่ยขึ้นอีก "ท่านพ่อ ท่านอย่าเพิ่งเอาแต่กินสิเจ้าคะ ตกลงปิ่งต้นหอมนี่เป็นอย่างไรบ้าง?"

 

สวีต๋าถึงได้สติกลับคืนมา

"ของสิ่งนี้เรียกว่าปิ่งต้นหอมงั้นรึ? ช่างแปลกประหลาดนัก เมื่อก่อนข้าไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ"

ฮูหยินเซี่ยก็เอ่ยสมทบ "ข้าเองก็ไม่เคยเห็นเช่นกัน"

สวีเมี่ยวอวิ๋นพยักหน้ารับ "ข้าเคยถามพ่อครัวเกาแล้ว เขาทำปิ่งต้นหอมแบบนี้ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ"

พูดไปพลาง สวีเมี่ยวอวิ๋นก็เปิดห่อกระดาษซับน้ำมันห่อที่สองออก เผยให้เห็นปิ่งเนื้อทอดกรอบที่เหลืองอร่ามตายิ่งกว่าเดิม

 

สวีต๋าได้กลิ่นหอมของเนื้ออันเข้มข้น น้ำลายก็ช่างให้ความร่วมมือไหลย้อยลงมาอีกครา

สวีต๋ายื่นมือไปหยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้น เอ่ยถาม "ปิ่งเนื้อรึ?"

สวีเมี่ยวอวิ๋นพยักหน้ารับ

สวีต๋าพินิจดูอย่างละเอียด ท้องก็ส่งเสียงร้องโครกครากขึ้นมา ก่อนจะกัดเข้าไปอีกหนึ่งคำ

กลิ่นหอมของเนื้อ ต้นหอมซอย และแป้งมันเนยทอดกรอบที่ผสมผสานกัน พลันระเบิดซ่านอยู่ภายในปากของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

 

ลูกตาของสวีต๋าแทบจะถลนออกมา

หากมีผู้อื่นมาเห็นเข้า คงนึกว่าเขาถูกยาพิษไปแล้วเป็นแน่

"พรึบ" เสียงหนึ่งดังขึ้น สวีต๋าหยัดกายลุกขึ้นยืน

ฮูหยินเซี่ยตกใจจนสะดุ้งสุดตัว

"เป็นอะไรไป? ไม่เป็นไรใช่ไหม?"

 

สวีต๋าเคี้ยวของในปากไปพลาง เอ่ยไปพลาง "อร่อย! อร่อยจริงๆ!"

สวีเมี่ยวจิ่นอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "อร่อยกว่าห่านตุ๋นอีกหรือเจ้าคะ?"

สวีต๋าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเหลือเชื่อ

ฮูหยินเซี่ยรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง

ห่านตุ๋นสำหรับสวีต๋าแล้ว นั่นคืออาหารเลิศรสแห่งแดนมนุษย์ที่ไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้

 

ตอนนี้กลับดีนัก ถึงกับเอ่ยปากว่าปิ่งเนื้อนี้อร่อยกว่าห่านตุ๋นเสียอีก นี่มันพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกชัดๆ

เพียงสองสามคำ ปิ่งเนื้อทอดกรอบหนึ่งชิ้นก็ตกไปอยู่ในท้องของสวีต๋าอีกครั้ง

สวีเจิงโซ่วและสวีเมี่ยวจิ่นที่อยู่ด้านข้างมองดูจนแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว

แม่เจ้าโว้ย พวกเขาหิวมาค่อนวันแล้ว กระทั่งต้นหอมในปิ่งสักชิ้นก็ยังไม่ได้กินเลย

 

ยามที่ทอดมองสวีต๋ากินอย่างเอร็ดอร่อยถึงเพียงนี้ พวกเขาที่ทนดูอยู่ด้านข้างช่างทรมานใจเหลือเกิน

สวีต๋ากลับยังรู้สึกไม่หนำใจ ยื่นมือหมายจะไปหยิบปิ่งเนื้อทอดกรอบอีกชิ้น

สวีเมี่ยวอวิ๋นชิงเอ่ยตัดหน้า "ท่านพ่อ ไม่ได้เจ้าค่ะ นี่ก็นับว่าเป็นของมันของคาว ควรกินให้น้อยลงหน่อยจะดีกว่านะเจ้าคะ"

 

สวีต๋าขานรับ "อ้อ" คำหนึ่ง ชี้นิ้วไปที่ห่อกระดาษซับน้ำมันห่อที่สาม พลางเอ่ยถาม "นี่คือสิ่งใด? อร่อยแบบนี้เหมือนกันหรือไม่?"

สวีเมี่ยวอวิ๋นรีบเอ่ย "ท่านพ่อ ของสิ่งนี้ไม่เหมาะกับท่านหรอกเจ้าค่ะ"

พูดไปพลาง สวีเมี่ยวอวิ๋นก็คว้าห่อกระดาษซับน้ำมันทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เหลือห่อนั้นมากอดไว้แนบอก

แม่เจ้าโว้ย ท่าทางแบบนี้คือไม่ยอมให้ใครกินทั้งนั้น

สวีเมี่ยวจิ่นและสวีเจิงโซ่วสบตากัน เห็นได้ชัดว่ารู้สึกน่าสงสัยยิ่งนัก

ของที่อยู่ด้านในนั้นคือสิ่งใดกันแน่?

 

เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ปิ่งต้นหอมพันชั้น และก็ไม่ใช่ปิ่งเนื้อทอดกรอบด้วย

พวกเขาตัดสินใจว่าวันหลังจะต้องไปสืบดูให้รู้แน่ชัด

ยามนี้ สวีต๋าก็ไม่อยากจะอบรมสั่งสอนผู้ใดอีกแล้ว ตนเองกินไปเสียตั้งมากมาย หากยังจะด่าทอผู้อื่นอีกคงได้กระอักกระอ่วนใจยิ่งกว่าเดิม

 

สวีเมี่ยวจิ่นเอ่ย "ท่านพ่อ คราวนี้เชื่อพวกเราแล้วหรือยังเจ้าคะ?"

สวีต๋ากระแอมไอเบาๆ "ของกินพวกนี้ ไปซื้อมาจากที่ใดกัน?"

"ร้านหอเลิศรสอย่างไรเล่าเจ้าคะ"

สวีต๋าเผยสีหน้างุนงง

"ร้านหอเลิศรส? ร้านหอเลิศรสที่ใดกัน? ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยแฮะ"

สวีเมี่ยวจิ่นเอ่ย "ก็อยู่เขตเมืองชั้นนอกน่ะสิเจ้าคะ ท่านพ่อ ท่านคงไม่ได้จะไปซื้อด้วยหรอกนะ?"

 

สวีต๋าหยัดกายลุกขึ้นยืน หนวดเคราแทบจะกระตุกด้วยความโมโห "พูดจาเหลวไหลอันใดกัน? พ่อของเจ้ามีสิ่งใดที่ไม่เคยกินบ้าง? ข้าจะบอกพวกเจ้าให้นะ ของที่ฝ่าบาทเสวย ล้วนต้องแบ่งให้พ่อของเจ้าครึ่งชามทั้งนั้นแหละ!"

พูดจบ สวีต๋าก็เดินมุ่งหน้าเข้าไปในเรือนด้านใน

เดินไปได้สองก้าว ก็นึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง จึงเดินกลับมาหยิบปิ่งเนื้อทอดกรอบชิ้นนั้นติดมือไปด้วย

สวีเมี่ยวอวิ๋นอยากจะห้ามแต่ก็ห้ามไม่ทันเสียแล้ว

 

แม่เจ้าโว้ย นี่มันคนป่วยที่ใดกัน ร่างกายแข็งแรงเสียยิ่งกว่านักวิ่งเสียอีก

สวีเมี่ยวอวิ๋นเองก็จนปัญญา อย่างไรเสียก็แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ปล่อยเขาไปเถอะ

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.