หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 29 บริการส่งอาหาร มีอนาคตสดใสรออยู่

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 29 บริการส่งอาหาร มีอนาคตสดใสรออยู่

 

วันรุ่งขึ้น เฉินหยางยุ่งวุ่นวายมาตลอดทั้งช่วงเช้า

ล่วงเลยจนพ้นช่วงเที่ยงวัน ในที่สุดเขาก็พอมีเวลาว่างได้พักผ่อนเสียที

แม้ว่าจำนวนลูกค้าในวันนี้จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก ทว่ายอดขายกลับเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว

 

มิใช่เพราะเหตุอันใดอื่น

แต่เป็นเพราะการเปิดให้บริการส่งอาหารนั่นเอง

บริการส่งอาหารได้ทดลองเปิดดำเนินการมาสองวันแล้ว และผลลัพธ์ก็ออกมาดีเยี่ยมจนน่าเหลือเชื่อ

วันแรก พนักงานส่งอาหารยี่สิบกว่าคน โดยเฉลี่ยแต่ละคนได้รับคำสั่งซื้อสิบกว่ารายการ คนที่ได้มากหน่อยกระทั่งถึงยี่สิบรายการด้วยซ้ำ

 

เรื่องนี้นับว่าหาได้ยากยิ่งนัก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอย่างน้อยชาวบ้านในนครหนานจิง ก็มีระดับการยอมรับต่อบริการส่งอาหารที่สูงมาก

พนักงานส่งอาหารส่งของหนึ่งรายการ ก็จะหักเงินไว้ได้ 3 อีแปะ

พอถึงเวลาคิดบัญชีในช่วงบ่ายของวันนั้น โดยพื้นฐานแล้วทุกคนต่างก็ยิ้มจนหุบปากไม่ลง

 

ต่อให้หาเงินได้แค่สามสี่สิบอีแปะ สำหรับพวกเขาก็เทียบเท่ากับได้เงินมาฟรีๆ

สิ่งที่พวกเขาต้องเสียไปก็มีเพียงการออกแรงวิ่งส่งของและหยาดเหงื่อเท่านั้น โดยไม่ต้องลงทุนเลยแม้แต่อีแปะเดียว

หากยืมคำพูดของกัวซานหลางมาใช้ นี่มันก็คือการจับเสือมือเปล่าชัดๆ

 

แน่นอนว่า การบริหารจัดการพนักงานส่งอาหารเหล่านี้ ก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเช่นกัน

ท้ายที่สุดแล้ว ลูกค้าที่สั่งอาหารล้วนมอบเงินใส่มือพวกเขาโดยตรง

หากกล่าวตามความเป็นจริง พวกเขาย่อมมีโอกาสที่จะเชิดเงินหนี หรือก่อเรื่องยุ่งยากปวดหัวอื่นๆ ขึ้นมาได้

สิ่งนี้จึงจำเป็นต้องมีคนคอยดูแลควบคุมพวกเขา

และบทบาทนี้โดยธรรมชาติแล้วก็มีเพียงกัวซานหลางเท่านั้นที่สามารถรับหน้าที่ได้

 

ดังนั้นเฉินหยางจึงไม่ได้ให้กัวซานหลางสวมเสื้อกั๊กสีฟ้า เพื่อไปวิ่งรับส่งคำสั่งซื้อทั่วเมือง แต่ให้เขารั้งอยู่ที่ร้านหอเลิศรสเพื่อคอยบริหารจัดการพนักงานส่งอาหารเหล่านั้น

แน่นอนว่า เฉินหยางย่อมไม่ปล่อยให้กัวซานหลางต้องเสียเปรียบ

ไม่เพียงแต่จะรับรองด้วยสุราอาหารชั้นดี ทว่าในแต่ละวันยังจ่ายค่าแรงให้เขาอีก 100 อีแปะ

 

นอกจากนี้ เฉินหยางยังรับปากกับกัวซานหลางว่า หากบริการส่งอาหารดำเนินการไปได้ด้วยดี ก็จะมอบส่วนแบ่งให้เขาเพิ่มมากขึ้นไปอีก

อันที่จริงกัวซานหลางผู้นี้ค่อนข้างเป็นคนมีน้ำใจรักพวกพ้อง

เฉินหยางเคยช่วยเหลือเขาไว้ ต่อให้เฉินหยางไม่ให้เงิน กัวซานหลางก็ไม่มีทางปริปากบ่น

 

ทว่าเฉินหยางไม่อาจทำเรื่องเช่นนั้นได้

หากไม่ให้เงิน การร่วมมือย่อมไม่ยั่งยืนยาวนานอย่างแน่นอน

การจะรักษาสายสัมพันธ์ระหว่างบุคคล โดยเนื้อแท้แล้วยังคงต้องพึ่งพาผลประโยชน์

สิ่งอื่นๆ ล้วนไม่น่าเชื่อถือทั้งสิ้น

และก็เป็นดังคาด เมื่อกัวซานหลางได้รับค่าแรง เขาก็ยิ่งตั้งใจและขยันขันแข็งทำงานมากขึ้น

 

พนักงานส่งอาหารที่มาจากอดีตอันธพาลเหล่านั้น ทันทีที่มีท่าทีน่าสงสัยอันใด ก็จะถูกกัวซานหลางตวาดห้ามปรามในทันที

วันนี้คำสั่งซื้อของบริการส่งอาหารยิ่งเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย คาดคะเนว่าส่วนแบ่งที่พนักงานส่งอาหารแต่ละคนได้รับ น่าจะถึงราวๆ 50 อีแปะ คนที่วิ่งได้ดีหน่อยกระทั่งอาจหาเงินได้ถึง 70 อีแปะ

 

สำหรับคนที่มีพื้นเพมาจากอันธพาลเหล่านี้ นี่ไม่ใช่เศษเงินเล็กๆ น้อยๆ เลย

ในที่สุดพวกเขาก็ได้ตระหนักว่า การเป็นพนักงานส่งอาหารนั้นสามารถเลี้ยงชีพประทังชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

ตอนนี้พนักงานส่งอาหารทั้งยี่สิบกว่าคนต่างทำงานกันอย่างตั้งใจยิ่งนัก

พวกเขารู้ดีว่า หากเกิดความผิดพลาดขึ้นแม้แต่เพียงนิดเดียว ก็มีโอกาสสูงมากที่จะถูกกวาดล้างไล่ออกจากทีม

หากเป็นเช่นนั้นก็คงได้ไม่คุ้มเสียแล้ว

 

เฉินหยางพึงพอใจกับทัศนคติของพวกเขาเป็นอย่างมาก และยิ่งมีความมั่นใจในบริการส่งอาหารเพิ่มมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้

มีพนักงานส่งอาหารแวะเวียนกลับมาหาอ้ายเยว่หลานเพื่อลงคำสั่งซื้ออยู่เป็นระยะ

 

เบื้องหน้าของเฉินหยาง มีตัวอักษรของระบบลอยวนเวียนอยู่

ได้รับค่าความมั่งคั่ง 26

ได้รับค่าความมั่งคั่ง 24

ได้รับค่าความมั่งคั่ง 30

ได้รับค่าความมั่งคั่ง 28 ......

 

ค่าความมั่งคั่งของเฉินหยาง กำลังเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้กำลังจะทะลุ 90,000 แต้มแล้ว

เวลานี้ พอเฉินหยางว่างลง ก็เริ่มขบคิดถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบ

เฉินหยางรู้สึกแปลกใจมาโดยตลอด

ทำไมยามนี้เมนูอาหารที่ระบบมอบให้ ล้วนเป็นประเภท "อาหารว่าง" ทั้งสิ้น

 

ปิ่งต้นหอมพันชั้น ปิ่งเนื้อทอดกรอบ และก็ยังมีเค้กทองคำ อร่อยล้ำเลิศจริงๆ นั่นแหละไม่ผิด ทว่าก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นอาหารมื้อหลัก

หรือจะกล่าวว่า เป็นเพราะระดับของระบบยังไม่เพียงพอ?

 

เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นไปได้มากทีเดียว

ระดับของเขาในปัจจุบันคือ "กุ๊กฝึกหัด"

หลังจากอัปเลเวลแล้ว บางทีอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ เฉินหยางยังคิดกระจ่างในอีกเรื่องหนึ่ง

 

ทุกครั้งที่ค้นพบวัตถุดิบใหม่ ก็มีโอกาสที่จะค้นพบเมนูอาหารใหม่เช่นกัน

ยกตัวอย่างเช่นตอนที่เห็นท่านป้าหูนำนมวัวมามอบให้กัวซานหลาง เขาก็ได้ตระหนักรู้จนได้เค้กทองคำมา

ตอนที่เห็นเนื้อสัตว์ ก็ได้ตระหนักรู้จนได้ปิ่งเนื้อทอดกรอบมา

เฉินหยางลองไตร่ตรองดู หรือว่าควรจะลองไปซื้อวัตถุดิบมาดูบ้าง ไม่แน่อาจจะค้นพบอาหารเมนูใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิมก็เป็นได้

 

ในจังหวะนั้นเอง ก็มีเด็กสาวนางหนึ่งเดินเข้ามา

เฉินหยางเงยหน้าขึ้นมอง ก็คือสวีเมี่ยวอวิ๋นนั่นเอง

นับตั้งแต่ครั้งก่อนที่คาดเดาถึงตัวตนของสวีเมี่ยวอวิ๋นได้จากสวีเมี่ยวจิ่นและสวีเจิงโซ่ว วันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่นางปรากฏตัว

 

สิ่งนี้ทำให้เฉินหยางรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง

นี่คือบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากในหน้าประวัติศาสตร์เชียวนะ

ในขณะเดียวกัน นี่ก็คือฮองเฮาในอนาคตอีกด้วย

 

เมื่อสวีเมี่ยวอวิ๋นมาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าแบบตัวเป็นๆ เช่นนี้ จะไม่ให้เฉินหยางเหม่อลอยไปชั่วขณะได้อย่างไร

"เถ้าแก่เฉิน เถ้าแก่เฉิน?"

เฉินหยางได้สติกลับคืนมา รีบเดินเข้าไปทักทาย "แม่นาง ท่านห่างหายไปหลายวันเลยนะ"

 

สวีเมี่ยวอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ "ก็แค่ห้าหกวันไม่ใช่หรือ"

"ใช่แล้ว อาจจะห้าหกวันนั่นแหละ"

สวีเมี่ยวอวิ๋นหันไปมองพนักงานส่งอาหารที่ปรากฏตัวขึ้นเป็นระยะ พลางเอ่ย "เพียงแค่ห้าหกวันนี้ ร้านของเจ้าก็มีความเปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว"

"ด้วยบารมีของท่าน กิจการจึงดีขึ้นเรื่อยๆ"

สวีเมี่ยวอวิ๋นเอ่ย "เถ้าแก่เฉิน ขอบใจสำหรับของเมื่อวานนะ... เอ๊ะ ของสิ่งนั้นเรียกว่าอันใดนะ?"

เฉินหยางแย้มยิ้มบางๆ "เค้กทองคำ"

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.