spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 28 ปริศนาเสื้อกั๊กสีฟ้า
วันรุ่งขึ้น ในที่สุดสวีเมี่ยวอวิ๋นก็รู้แล้วว่าจะไปตามหาคนที่สวมเสื้อกั๊กสีฟ้าได้จากที่ใด
คนผู้นั้นเดินเตร็ดเตร่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ บริเวณประตูเมืองทิศใต้ของเขตเมืองชั้นใน
เป็นเสี่ยวชุ่ยที่ค้นพบเข้า
นางรีบกลับไปรายงานให้สวีเมี่ยวอวิ๋นฟังทันที
สวีเมี่ยวอวิ๋นลังเลอยู่นาน ทว่าในที่สุดก็ต้านทานความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว จึงออกมาดูให้เห็นกับตา
และก็เป็นดังคาด มีชายผู้หนึ่งสวมเสื้อกั๊กสีฟ้ายืนอยู่ริมประตูเมืองจริงๆ
สีของเสื้อกั๊กตัวนั้นสะดุดตาเป็นพิเศษ ทว่ากลับดูดีและกลมกลืนอย่างน่าประหลาด
เสี่ยวชุ่ยกระซิบเสียงเบา "คุณหนูใหญ่เจ้าคะ นี่มันเล่นลูกไม้อันใดกัน? หรือว่าแค่พวกเราบอกเขาว่าอยากกินอะไร เขาก็จะส่งมาให้พวกเราได้งั้นหรือเจ้าคะ?"
สวีเมี่ยวอวิ๋นปรายตามองเสี่ยวชุ่ยแวบหนึ่ง "พูดจาโง่เขลา แน่นอนว่าต้องจ่ายเงินน่ะสิ"
เสี่ยวชุ่ยเผยสีหน้าฉงนสงสัย "จ่ายเงิน? มอบเงินให้เขาไปแล้ว ถ้าเขาไม่เอาของมาส่งให้จะทำอย่างไรล่ะเจ้าคะ?"
ความกังวลของเสี่ยวชุ่ยก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลเสียทีเดียว
สวีเมี่ยวอวิ๋นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า "เช่นนั้นก็ลองดูเถอะ"
"หา?"
สวีเมี่ยวอวิ๋นกล่าวว่า "เจ้าไปสั่งปิ่งต้นหอมหนึ่งแผ่น กับปิ่งเนื้อทอดกรอบสองชิ้นกับเขาดูสิ"
เสี่ยวชุ่ยดวงตาลุกวาว "เยี่ยมไปเลยเจ้าค่ะ ไม่ได้กินมาหลายวันแล้ว ข้าอยากกินจนจะแย่อยู่แล้ว!"
"เอาล่ะ เลิกพูดพร่ำทำเพลงได้แล้ว รีบไปเถอะ"
เสี่ยวชุ่ยวิ่งเหยาะๆ ไปสั่งอาหารกับชายเสื้อกั๊กสีฟ้า
สวีเมี่ยวอวิ๋นก็เดินตามไป และคอยเงี่ยหูฟังอยู่ใกล้ๆ
เมื่อเสี่ยวชุ่ยพูดกับชายเสื้อกั๊กสีฟ้าเสร็จ ก็มอบเงินให้เขาไปหลายสิบอีแปะ
ชายเสื้อกั๊กสีฟ้าผู้นั้นโบกไม้โบกมือ แล้วก็วิ่งออกไป
ดูจากทิศทางแล้ว มุ่งหน้าไปยังร้านหอเลิศรสจริงๆ ด้วย
เสี่ยวชุ่ยเดินกลับมา และรายงานสถานการณ์ให้สวีเมี่ยวอวิ๋นฟัง
ชายเสื้อกั๊กสีฟ้าผู้นั้นบอกว่า 20 อีแปะขึ้นไปถึงจะรับจัดส่ง เมื่อจ่ายเงินแล้วก็จะไปรับอาหาร ใช้เวลาไปกลับไม่เกินครึ่งชั่วยามก็จะได้อาหาร
สวีเมี่ยวอวิ๋นชะงักไปเล็กน้อย เริ่มรู้สึกว่าวิธีการทำธุรกิจเช่นนี้ช่างแปลกใหม่ดีแท้
สวีเมี่ยวอวิ๋นและเสี่ยวชุ่ยเดินทางกลับมาที่เรือน
สวีเมี่ยวอวิ๋นอ่านหนังสือต่อไป ส่วนเสี่ยวชุ่ยก็คอยจัดกวาดห้องหนังสือ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ก็มีคนเดินเข้ามาบอกว่า "คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ด้านนอกมีคนนำของมาส่ง บอกว่าให้นำมามอบให้ท่านเจ้าค่ะ"
เสี่ยวชุ่ยรีบเดินตามออกไปทันที
ชั่วครู่ต่อมา เสี่ยวชุ่ยก็กลับมา ในมือหิ้วห่อกระดาษซับน้ำมันมาสามห่อ
สวีเมี่ยวอวิ๋นวางหนังสือในมือลง
พูดกันตามตรง ไม่ได้กินปิ่งต้นหอมมาสองวันแล้ว สวีเมี่ยวอวิ๋นก็รู้สึกอยากกินขึ้นมาจริงๆ
เสี่ยวชุ่ยนำห่อกระดาษซับน้ำมันวางลงบนโต๊ะ แล้วเปิดออกทีละห่อ
ห่อกระดาษซับน้ำมันห่อแรก คือปิ่งต้นหอมพันชั้นหนึ่งแผ่น
ภายในห่อกระดาษซับน้ำมันห่อที่สอง คือปิ่งเนื้อทอดกรอบสองชิ้น
หลังจากเปิดออก ภายในห้องหนังสือก็ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของปิ่งที่เข้มข้น
สิ่งนี้กระตุ้นความอยากอาหารของสวีเมี่ยวอวิ๋นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ
เสี่ยวชุ่ยกล่าวว่า "แปลกจัง พวกเราสั่งแค่ปิ่งต้นหอมพันชั้นหนึ่งแผ่นกับปิ่งเนื้อทอดกรอบสองชิ้นนี่นา ทำไมถึงมีห่อกระดาษซับน้ำมันห่อที่สามโผล่มาได้ล่ะเจ้าคะ?"
ห่อกระดาษซับน้ำมันห่อนั้นมีลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อย ไม่รู้ว่าด้านในห่อสิ่งใดเอาไว้
สวีเมี่ยวอวิ๋นเองก็อยากรู้เช่นกัน "เปิดดูสิ"
เสี่ยวชุ่ยจึงลงมือเปิดห่อกระดาษซับน้ำมันห่อที่สามออก
ด้านในก็เป็นของกินเช่นกัน รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสอย่างแท้จริง ดูคล้ายกับขนมหวานชนิดหนึ่ง
ทว่าเมื่อพินิจดูให้ดี กลับเป็นขนมที่ทั้งสองไม่เคยพานพบมาก่อนอีกเช่นกัน
เสี่ยวชุ่ยเอ่ยถาม "นี่คือขนมถ้วยฟูหรือเจ้าคะ? ไม่เคยเห็นรูปลักษณ์เช่นนี้มาก่อนเลย"
สวีเมี่ยวอวิ๋นส่ายหน้า ยื่นมือไปบิออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ ด้านในของขนมเป็นสีเหลืองทองอร่าม ดูงดงามยิ่งนัก
นางส่งมันเข้าปากไป
สวีเมี่ยวอวิ๋นถึงกับเบิกตากว้างขึ้นมาเล็กน้อย
ยังไม่ทันได้ขบเคี้ยว ก็รู้สึกราวกับมันละลายไปแล้ว
รสสัมผัสที่นุ่มฟูถึงเพียงนี้ ย่อมไม่ใช่ขนมถ้วยฟูทั่วไปอย่างแน่นอน
นี่คือของกินอันใดกัน?
หอมเหลือเกิน
กลิ่นหอมของสิ่งใดกัน?
คลับคล้ายคลับคลาคุ้นเคยยิ่งนัก
สวีเมี่ยวอวิ๋นคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก
ไม่เพียงแต่จะหอม ทว่ายังหวาน แต่กลับไม่ได้หวานเลี่ยนเหมือนกับขนมทั่วไป
เป็นเพียงความหวานบางเบา ทว่ากลับเป็นความหวานที่ไม่อาจละเลยได้
พอเหมาะพอเจาะ ช่างพอเหมาะพอเจาะจริงๆ
ของสิ่งนี้มันอร่อยเกินไปแล้ว!
เดิมทีสวีเมี่ยวอวิ๋นคิดว่าปิ่งต้นหอมพันชั้นและปิ่งเนื้อทอดกรอบ ก็นับว่าเป็นอาหารเลิศรสในแดนมนุษย์แล้ว
ทว่ายามนี้หลังจากได้กินขนมหายากนี้เข้าไป กลับรู้สึกว่ารสสัมผัสนั้นยังเหนือล้ำไปอีกขั้น
แน่นอนว่า นี่คือขนม ย่อมแตกต่างไปจากปิ่งต้นหอมและปิ่งเนื้อ
สวีเมี่ยวอวิ๋นเผลอกินเข้าไปชิ้นเบ้อเริ่มอย่างไม่รู้ตัว ทำเอาเสี่ยวชุ่ยถึงกับมองจนตาค้าง
สวีเมี่ยวอวิ๋นกระแอมไอมองเบาๆ "เจ้าก็ลองชิมดูสิ"
เสี่ยวชุ่ยรีบชิมเข้าไปหนึ่งคำ
และก็เป็นดังคาด สีหน้าของนางดูเกินจริงไปมาก ถึงกับกลั้นเสียงร้องกรี๊ดเอาไว้ไม่อยู่
"ว้าว! นี่มันอะไรกันเจ้าคะ! รสหวาน! อร่อยเกินไปแล้ว!"
"คุณหนูใหญ่ ไม่ธรรมดาเลยเจ้าค่ะ! ตกลงนี่มันของกินอะไรกันแน่!?"
สวีเมี่ยวอวิ๋นโบกมือปัด ให้เสี่ยวชุ่ยใจเย็นๆ สงบสติอารมณ์ลงบ้าง
ช่างเสียกิริยาจริงๆ
ทว่าสวีเมี่ยวอวิ๋นก็อดจะยอมรับไม่ได้ ว่าของสิ่งนี้มันอร่อยมากจริงๆ
อร่อยล้ำไม่ธรรมดาเลย
เสี่ยวชุ่ยอยากจะกินอีกสักชิ้น ทันทีที่ยื่นมือออกไป กลับถูกสวีเมี่ยวอวิ๋นถลึงตาใส่จนต้องหดมือกลับ
"เจ้ากินปิ่งไปเถอะ!"
เสี่ยวชุ่ยหัวเราะแหะๆ ซื่อๆ ถึงเพิ่งจะหยิบปิ่งต้นหอมชิ้นหนึ่งขึ้นมากิน
นางกินไปพลาง เอ่ยไปพลาง
"คุณหนูใหญ่ ท่านว่าของสิ่งนี้เถ้าแก่เฉินเป็นคนแถมมาให้หรือเจ้าคะ?"
"ท่านว่าเขาจะแถมให้ชิ้นหนึ่งแบบนี้ทุกคำสั่งซื้อไหมเจ้าคะ?"
"ถ้าเกิดว่าแถมให้ทุกครั้ง งั้นพรุ่งนี้พวกเราสั่งอีกดีหรือไม่เจ้าคะ"
"ขนมนั่นอร่อยจริงๆ ชวนให้น้ำลายสอเหลือเกิน"
ส่วนสวีเมี่ยวอวิ๋นนั้นตกอยู่ในห้วงความคิด
หรือว่านี่จะเป็นของกินชนิดใหม่ของร้านหอเลิศรส?
เถ้าแก่เฉินช่างรู้จักซื้อใจคนจริงๆ
เมื่อสวีเมี่ยวอวิ๋นได้สติกลับคืนมา ก็พบว่าขนมชิ้นนั้นถูกตนเองกินจนหมดเกลี้ยงไปเสียแล้ว