spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 26 การจะทำบริการส่งอาหารให้ดี ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
จากนั้น เฉินหยางก็เริ่มอธิบาย
การทำบริการส่งอาหารเดลิเวอรี่ในยุคโบราณนั้น ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ท้ายที่สุดแล้ว พื้นฐานของการทำแพลตฟอร์มส่งอาหารในยุคหลัง เป็นเพราะการสื่อสารที่เจริญก้าวหน้า สามารถใช้แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือสั่งอาหารได้โดยตรง
อย่างน้อยที่สุดก็ยังสามารถโทรศัพท์สั่งอาหารกับทางร้านได้โดยตรง
ทว่าในยุคต้าหมิงโบราณเช่นนี้ อย่าว่าแต่โทรศัพท์เลย แม้แต่ไฟฟ้าก็ยังไม่มี แล้วจะสั่งอาหารได้อย่างไร?
ยุคโบราณก็ใช่ว่าจะไม่มีบริการส่งอาหาร เพียงแต่เป็นการกำหนดเวลาไว้ล่วงหน้า ซึ่งแตกต่างจากเดลิเวอรี่ในยุคหลัง
เฉินหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกว่าบริการส่งอาหารนี้ไม่จำเป็นต้องทำให้ล้ำสมัยจนเกินไป ขอเพียงสามารถดำเนินการได้ และสามารถขยายปริมาณธุรกิจได้ก็พอแล้ว
ดังนั้นเฉินหยางจึงกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมาสองสามข้อ
ขั้นตอนแรก ให้เหล่าว่าที่พนักงานส่งอาหารเหล่านี้นำใบปลิวโฆษณาไปตระเวนแปะทั่วทั้งเมืองเสียก่อน เพื่อป่าวประกาศให้กว้างไกล ให้ชาวบ้านในเมืองล้วนล่วงรู้ว่ามีบริการนี้อยู่
ขั้นตอนที่สอง ให้พนักงานส่งอาหารไปเดินเตร็ดเตร่ตามตรอกซอกซอยต่างๆ หากมีชาวบ้านพบเห็นผู้ที่สวมเสื้อกั๊กสีฟ้าเหล่านี้ ก็สามารถไปสั่งอาหารกับพวกเขาได้ จากนั้นก็จ่ายเงิน
ขั้นตอนที่สาม พนักงานส่งอาหารจดบันทึกจำนวนที่สั่ง จากนั้นก็กลับมาที่ร้านหอเลิศรส รับของแล้วนำไปส่งให้ถึงมือลูกค้า ถือเป็นการเสร็จสิ้นคำสั่งซื้อ
ฟังดูเหมือนจะง่ายดาย ทว่าในความเป็นจริงการจะนำไปปฏิบัติยังมีคงความยากลำบากอยู่
เพราะเหตุใดน่ะหรือ?
ก็เพราะพวกอันธพาลเหล่านี้แทบไม่มีใครเคยได้รับการศึกษา บางคนถึงขั้นอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ด้วยซ้ำ
การจะรับรายการสั่งซื้อได้ถูกต้องแม่นยำหรือไม่นั้น ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่รู้แน่ชัด
ทว่าจากการสังเกตในช่วงเวลาที่ผ่านมา เฉินหยางกลับรู้สึกว่าพวกเขาไม่มีปัญหาเรื่องการนับเลขพื้นฐาน ดังนั้นจึงยังคุ้มค่าที่จะลองดูสักตั้ง
เมื่อเฉินหยางอธิบายขั้นตอนจนจบ พวกอันธพาลก็ฟังเข้าใจจริงๆ และพากันพยักหน้าหงึกหงัก
กัวซานหลางตบหน้าอกตัวเองฉาดใหญ่พลางเอ่ย "น้องเฉิน เรื่องนี้ง่ายดายยิ่งนัก ปล่อยให้เป็นหน้าที่พวกเราเถอะ รับรองว่าจะทำให้กิจการของเจ้ารุ่งเรืองโชติช่วงอย่างแน่นอน"
พวกอันธพาลเองก็พากันเอ่ยรับคำ
"ใช่แล้ว เรื่องขี้ปะติ๋ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่พวกเราเถอะ!" "ข้าฝีเท้าไว! ชอบทำงานพรรค์นี้ที่สุดเลย!" "ใช่ๆๆ เถ้าแก่เฉินแค่เลี้ยงข้าวพวกเราก็พอแล้ว!"
เฉินหยางโบกมือปัด "วันข้างหน้าจะไม่เลี้ยงข้าวแล้วนะ"
ทุกคนถึงกับชะงักงัน
ไม่เลี้ยงข้าวรึ?
เช่นนั้นก็ไม่ใช่ว่าทำไปสูญเปล่าหรอกหรือ?
ทั้งจะให้ม้าวิ่ง แต่ไม่ให้ม้ากินหญ้า ทำแบบนั้นไปได้ไม่นานก็คงต้องล้มเลิก
เฉินหยางรีบอธิบาย "ที่ไม่เลี้ยงข้าว ก็เพราะพวกท่านสามารถหาเงินได้จากการส่งอาหารอย่างไรเล่า"
พวกอันธพาลต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจความหมาย
การส่งอาหารนี้ จะหาเงินได้อย่างไรกัน?
พวกเขาไม่ใช่แค่เป็นคนส่งของหรอกหรือ?
หรือว่าเถ้าแก่เฉินจะจ่ายค่าแรง?
เฉินหยางเริ่มอธิบายต่อ
"ความจริงแล้วง่ายมาก คำสั่งซื้อแต่ละรายการเริ่มต้นที่ 20 อีแปะ พวกท่านจะได้รับส่วนแบ่ง 3 อีแปะจากในนั้น"
ทุกคนพากันซุบซิบหารือกันอีกระลอก
กัวซานหลางดวงตาลุกวาว เห็นได้ชัดว่าเขาเข้าใจกระจ่างแจ้งแล้ว
"หนึ่งคำสั่งซื้อสามารถรับส่วนแบ่งได้ 3 อีแปะ ถ้างั้นสองรายการก็คือ 6 อีแปะ สามรายการก็ 9 อีแปะ สี่รายการก็คือ..."
เฉินหยางกระซิบเตือน "12 อีแปะ"
"ใช่ๆๆ 12 อีแปะ ถ้างั้น..."
ทันใดนั้นก็มีอันธพาลคนหนึ่งคิดตามได้ทัน
"เถ้าแก่เฉิน ถ้าอย่างนั้น สิบรายการก็คือ 30 อีแปะ ยี่สิบรายการก็คือ 60 อีแปะแล้วน่ะสิ!?"
เฉินหยางพยักหน้ารับ
ให้ตายเถอะ ถึงกับคูณเลขเป็นด้วย ช่างประเมินพวกอันธพาลกลุ่มนี้ต่ำไปเสียแล้ว
พวกอันธพาลพากันตื่นเต้นยกใหญ่
"ไอ๊หยา แล้วถ้าร้อยรายการล่ะจะเท่าไหร่? 100 อีแปะงั้นรึ?"
"เจ้าผายลมแล้ว 200 อีแปะต่างหาก!"
"แม่เจ้าโว้ย เจ้าคิดเลขเป็นหรือไม่เนี่ย? หนึ่งร้อยรายการนั่นมัน 300 อีแปะต่างหากเล่า!"
"ไม่ธรรมดาแล้ว! วันหนึ่งจะวิ่งได้สักร้อยรายการหรือไม่นะ?"
"ไร้สาระน่า ขอเพียงวิ่งให้เร็ว อย่าว่าแต่ร้อยรายการเลย สองร้อยรายการก็ยังวิ่งไหว!"
เฉินหยางถึงกับปวดหัวอยู่บ้าง
เจ้าพวกนี้จะพึ่งพาได้จริงๆ หรือเนี่ย
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าวันหนึ่งจะมีถึงหนึ่งร้อยรายการหรือไม่ ต่อให้มี ก็คงต้องวิ่งกันจนขาลากเป็นแน่
พวกเขาก็ไม่ได้มีรถจักรยานยนต์เสียหน่อย
ความจริงแล้วรายได้ระดับนี้นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว
พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยทั่วไป วันหนึ่งหากำไรสุทธิได้ก็แค่ราวๆ แปดสิบถึงร้อยอีแปะเท่านั้น
ทว่าพนักงานส่งอาหารนั้นไม่ต้องลงทุน เพียงแค่อาศัยการวิ่งส่งของ วันหนึ่งขอแค่ทำได้สักยี่สิบสามสิบรายการ ก็ดีใจตายแล้ว
รายการละ 3 อีแปะ นั่นก็เท่ากับราคาของปิ่งต้นหอมหนึ่งชิ้นพอดี
เรื่องนี้สำหรับพวกอันธพาลแล้ว ย่อมถือเป็นเรื่องที่หอมหวานเย้ายวนใจเป็นที่สุด
หลังจากกัวซานหลางเข้าใจกระจ่างแจ้งอย่างถ่องแท้ เขาก็กุมมือเฉินหยางพลางเอ่ย "เถ้าแก่เฉิน นี่มันเรื่องดีชัดๆ หากเป็นเช่นนี้ พวกเราก็จะได้มีข้าวกินอิ่มท้องกันถ้วนหน้าแล้ว"
เฉินหยางหัวเราะร่วน "วางใจเถิด ขอเพียงพวกท่านตั้งใจทำงานให้ดี ไม่เพียงแต่จะมีข้าวกินอิ่มท้อง ทว่ายังสามารถก้าวสู่ความมั่งคั่งระดับเสี่ยวคังได้ด้วยนะ"
"หา? เสี่ยวคัง? ใครคือเสี่ยวคังงั้นรึ?"
"มะ... ไม่มีอะไรหรอก พวกเรามาปรึกษาหารือรายละเอียดกันต่อเถอะ"
หลังจากเฉินหยางอธิบายขั้นตอนกับกัวซานหลางจนเป็นที่เข้าใจแล้ว เขาก็หยิบกระดาษปึกหนึ่งออกมา
นี่คือใบปลิวโฆษณาที่เฉินหยางอดหลับอดนอนเขียนขึ้นมาตลอดทั้งคืน
มีอยู่ประมาณหนึ่งร้อยแผ่น
เขามอบมันให้กับกัวซานหลางทั้งหมด เพื่อให้นำไปแจกจ่ายแก่พวกอันธพาล นำไปตระเวนแปะให้ทั่วเมือง
แน่นอนว่า ของพรรณนี้จะแปะซี้ซั้วไม่ได้
ต้องไปแปะในสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน อย่างเช่น หน้าประตูเมือง ย่านการค้า หรือลานกว้างอะไรทำนองนั้น
ในยุคนี้ยังไม่มีแนวคิดเรื่องขยะป้ายโฆษณาตามกำแพงเมือง ดังนั้นจะแปะตรงไหนก็ตามสบายเถอะ อย่างไรเสียก็ไม่มีใครมาคอยจับผิดอยู่แล้ว