หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 23 ขยายปริมาณการค้า ก่อตั้งทีมส่งอาหาร

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 23 ขยายปริมาณการค้า ก่อตั้งทีมส่งอาหาร

 

กัวซานหลางเดินออกมาอย่างรวดเร็ว

"ใครกัน? ใครมาหาข้า?"

เจ้านี่คิดว่ามีคนมาหาเรื่องพังถิ่นเสียแล้ว

พอเห็นว่าเป็นเฉินหยาง กัวซานหลางก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม

 

"ลูกพี่เฉิน! ซานหลางขอคารวะ!"

เฉินหยางโบกมือปัด "ข้ามาหาเจ้าเพื่อพูดคุยธุระบางอย่าง"

กัวซานหลางมีสีหน้าฉงนสงสัย

"พูดคุยธุระ? ลูกพี่เฉิน ท่านต้องการจะไปพังร้านไหนงั้นหรือ?"

 

เฉินหยางถึงกับปวดหัว โบกมือปฏิเสธ "พูดไปถึงไหนแล้วเนี่ย? พวกเราเข้าไปคุยกันข้างในเถอะ"

กัวซานหลางขานรับคำหนึ่ง แล้วนำทางเฉินหยางเดินเข้าไปด้านใน

อย่ามองว่าเป็นเพียงวัดร้าง ทว่ากลับไม่ได้รกรุงรังเลย

ตรงกันข้าม ด้านในกลับถูกปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดสะอ้าน

หนำซ้ำยังมีโต๊ะเก้าอี้และม้านั่งอยู่ไม่น้อย แม้จะเก่าไปสักหน่อย แต่ก็ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

บริเวณริมกำแพงยังมีตู้ไม้ตั้งอยู่อีกด้วย

ไม่รู้เลยว่าข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้ พวกเขาไปหามาจากที่ใดกัน

ภายในวัดยังมีพวกอันธพาลอยู่อีกไม่น้อย พวกเขาต่างชะเง้อมองมาทางเฉินหยางด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

เฉินหยางวางห่อกระดาษซับน้ำมันและไหสุราลงบนโต๊ะ พลางเอ่ยว่า "ของกินและสุราพวกนี้ เอาไปแบ่งให้พี่น้องกินกันเถอะ ปิ่งต้องกินตอนร้อนๆ หากเย็นแล้วจะไม่อร่อย"

พอกัวซานหลางได้ยินดังนั้น ก็รีบร้องเรียกให้อันธพาลคนอื่นๆ มาแบ่งปันอาหารและสุราทันที

พวกอันธพาลต่างดีอกดีใจกันยกใหญ่

สำหรับพวกเขาแล้ว ของกินอะไรก็ไม่สำคัญเท่าใดนัก แต่สุรานี่สิคือของดีอย่างแท้จริง

 

ทว่าเมื่ออันธพาลคนหนึ่งเปิดห่อกระดาษซับน้ำมันออก กลิ่นหอมกรุ่นของปิ่งก็แผ่ซ่านอบอวลไปทั่ว ดึงดูดความสนใจของอันธพาลทุกคนให้แห่แหนกันเข้ามา

แม่เจ้าโว้ย แย่งชิงกันอุตลุดเลยทีเดียว

แม้แต่กัวซานหลางก็ยังนั่งไม่ติด ต้องชะเง้อคอชะโงกหน้ามองไปทางนั้น

 

เฉินหยางแย้มยิ้มบางๆ "กัวซานเหฺย ท่านไปกินดื่มก่อนเถิด แล้วพวกเราค่อยคุยกัน"

กัวซานหลางประสานมือคารวะเฉินหยาง ก่อนจะวิ่งไปรุมกินกับพวกพ้องทันที

เสียงอุทานชื่นชมและเสียงร้องตะโกนชอบใจดังระงมสลับกันไปมา

"ไอ๊หยา นี่มันปิ่งอะไรกันเนี่ย หอมเกินไปแล้ว!"

"นั่นสิ! ทำไมข้าถึงไม่เคยกินปิ่งแบบนี้มาก่อนเลย!? มีขายที่ไหนเนี่ย?"

"พวกเจ้าไม่รู้อะไรซะแล้ว นี่คือปิ่งหอมพันคน (เชียนเหรินชงเซียงปิ่ง) ของกินที่ขายดีที่สุดในย่านตลาดพลุกพล่าน!"

"ปิ่งหอมพันคนอะไรกัน นี่มันเรียกว่าปิ่งต้นหอมพันแมลง (เชียนฉงโหยวชงปิ่ง) ต่างหาก!"

"พันแมลง!? ข้างในมีแมลงงั้นรึ? ตั้งพันตัวเชียว!?"

 

เฉินหยางทนฟังต่อไปไม่ไหว แทบจะสบถด่าออกมา ในที่สุดก็อดไม่ได้ต้องร้องตะโกนเสียงดังว่า "นี่คือปิ่งต้นหอมพันชั้นของร้านหอเลิศรสต่างหากเล่า"

ทุกคนถึงเพิ่งจะกระจ่างแจ้งแก่ใจ

ครู่ต่อมา หลังจากกัวซานหลางกินดื่มจนอิ่มหนำสำราญ เขาก็รีบเดินตรงเข้ามาหา

 

"ลูกพี่เฉิน ท่านมีธุระอันใด เอ่ยมาได้เลย ขอเพียงไม่ใช่เรื่องฆ่าคนวางเพลิง ข้ากัวซานหลางรับทำให้ท่านได้หมด!"

"ไม่สิ ฆ่าคนก็ได้ ขอเพียงเป็นคนที่สมควรตาย ข้าก็ไม่ลังเล!"

พูดไปพลาง กัวซานหลางก็ตบหน้าอกตัวเองฉาดใหญ่ แสดงท่าทีพร้อมสู้ถวายหัว

 

เฉินหยางทั้งหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก โบกมือปัด "กัวซานเหฺย ท่านฟังข้าพูดก่อน"

"ได้ ลูกพี่เฉิน ท่านว่ามาเลย"

"ข้าอายุยังน้อยกว่าท่านเสียอีก อย่าเรียกข้าว่าลูกพี่เลย ฟังดูพิลึกพิลั่นนัก"

กัวซานหลางรีบเอ่ยทันควัน "ได้ เช่นนั้นข้าจะเรียกท่านว่าน้องเฉินก็แล้วกัน"

 

เฉินหยางเรียบเรียงความคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ย "กัวซานเหฺย เรื่องเป็นเช่นนี้ ข้าอยากจะร่วมมือกับพวกท่าน"

กัวซานหลางชะงักไปเล็กน้อย "ร่วมมือ? ร่วมมืออย่างไรกัน?"

เฉินหยางชี้นิ้วไปทางด้านหลัง "ก็คือการจัดส่ง... เอ๊ะ?"

เฉินหยางเบิกตากว้าง ปิ่งต้นหอมสิบกว่าแผ่นที่เขาเพิ่งนำมาบัดนี้ถูกแย่งชิงไปจนเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่เศษแป้งสักนิด

 

พลังการต่อสู้ของเจ้าพวกนี้ช่างแข็งแกร่งเกินไปแล้ว

เฉินหยางจึงได้แต่เอ่ยเสียงแห้งๆ "ข้าอยากจะจ้างให้พวกท่านคอยเป็นคนจัดส่งของให้ร้านข้าน่ะ"

กัวซานหลางฟังจนงุนงง "จัด... จัดส่งอะไรกัน?"

เฉินหยางจึงเริ่มอธิบายอย่างละเอียดถี่ถ้วน

 

อันที่จริง เฉินหยางขบคิดเรื่องนี้มาเนิ่นนานแล้ว

กิจการของร้านหอเลิศรสในยามนี้นับว่าดีเยี่ยมจริงๆ แต่ทว่าก็ยังไม่เพียงพอ

โดยพื้นฐานแล้วก็แค่ยุ่งวุ่นวายในช่วงเช้าประมาณหนึ่งชั่วยามกว่าๆ และก็กลับมายุ่งอีกครั้งในช่วงก่อนมื้ออาหารเย็นอีกหนึ่งชั่วยามกว่าๆ

ในช่วงเวลาอื่นก็พอมีลูกค้าบ้าง แต่ก็ถือว่าน้อยกว่ามาก

 

ลูกค้าส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเถ้าแก่หรือลูกจ้างของร้านรวงในย่านตลาดพลุกพล่าน และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง

แน่นอนว่าลูกค้าจากต่างถิ่นก็มีบ้างเช่นกัน ทว่าพวกเขาก็ไม่อาจเดินทางมาได้ทุกวัน

ท้ายที่สุดแล้ว ชาวบ้านธรรมดาในยุคนี้ล้วนต้องสัญจรด้วยการเดินเท้า ไม่มีรถม้าให้นั่ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงรถจักรยานอะไรพวกนั้น มีแต่ต้องใช้สองขาก้าวเดินมาเท่านั้น

 

ยกตัวอย่างเช่นเขตเมืองชั้นนอกนั้นมีพื้นที่กว้างขวางยิ่งนัก หากต้องเดินเท้ามาก็คงเหนื่อยหอบน่าดู

ดังนั้น การจะขยายปริมาณธุรกิจให้เติบโตในยุคโบราณเช่นนี้ อันที่จริงแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เว้นเสียแต่ว่าจะมีใครสักคนนำของไปส่งให้ลูกค้าถึงหน้าประตูบ้าน

ประจวบเหมาะกับที่กลุ่มอันธพาลกลุ่มนี้ ได้จุดประกายแรงบันดาลใจให้กับเฉินหยางพอดี

 

เฉินหยางเอ่ยกับกัวซานหลางด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พวกท่านช่วยข้านำของกินไปส่งให้ลูกค้าถึงที่บ้าน แล้วข้าจะแบ่งเปอร์เซ็นต์เป็นค่าตอบแทนให้พวกท่าน สิ่งนี้เรียกว่าบริการจัดส่งนอกสถานที่ "

กัวซานหลางฟังจนตกตะลึงโง่งม

 

"บะ... บริการจัดส่งนอกสถานที่? ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องพรรค์นี้มาก่อนเลย"

"ท่านไม่ต้องเคยได้ยินหรอก ขอแค่รู้ว่าทำแบบนี้แล้วหาเงินได้ก็พอ"

กัวซานหลางดวงตาลุกวาว

หาเงินได้ นี่มันประเสริฐแท้ๆ!

กัวซานหลางตบหน้าอกตัวเองฉาดใหญ่ "ลูกพี่ฉะ... น้องเฉิน ต่อให้ไม่มีเงินข้าก็ทำ ท่านว่ามาเลยว่าต้องทำอย่างไร ข้าจะทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง!"

 

เฉินหยางเอ่ยถาม "ที่นี่ของท่านมีคนอยู่เท่าใด?"

กัวซานหลางตอบ "ตอนนี้คนที่คอยติดตามข้า มีอยู่ราวๆ ยี่สิบสามคน"

เฉินหยางพยักหน้ารับ "ตกลง พรุ่งนี้ท่านพาคนเหล่านี้ไปหาข้าที่ร้าน ข้าจะสอนงานพวกท่านเอง"

"ไม่มีปัญหา! ข้าไปแน่!"

 

เฉินหยางพึงพอใจกับท่าทีของกัวซานหลางเป็นอย่างยิ่ง

คนพรรค์นี้นี่แหละ ที่กลับกลายเป็นที่พึ่งพาอาศัยได้มากที่สุด

ใช่แล้ว เฉินหยางต้องการจะก่อตั้งทีมส่งอาหาร เพื่อขยายปริมาณการค้าของร้านหอเลิศรสให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด!

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.