spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 10 แม่นาง ข้าจะเหมาอาหารการกินของท่านไปสองเดือน
เฉินหยางใช้ชีวิตในชาติก่อนมาหลายปี ย่อมเข้าใจเรื่องราวทางโลกและมารยาทสังคมเป็นอย่างดี
ต้าหมิงในยามนี้แม้นมิใช่กลียุค ทว่าสำหรับชาวบ้านธรรมดาสามัญก็ไม่อาจเรียกได้ว่าปลอดภัยนัก
หากไปล่วงเกินผู้ที่ไม่ควรล่วงเกินเข้า สถานเบาก็คือหมดหนทางทำมาหากิน สถานหนักก็คือรักษาไว้ไม่ได้แม้กระทั่งชีวิตและทรัพย์สิน
เฉินหยางเอ่ยกับแม่นางผู้นั้น "คุณผู้หญิ... เอ๊ะ ไม่สิ แม่นาง เชิญด้านในก่อนเถิด รอให้ข้าจัดการงานตรงนี้เสร็จสิ้นก่อน"
สวีเมี่ยวอวิ๋นพยักหน้ารับ พลางลอบพินิจมองเฉินหยางอยู่หลายครา
คราก่อนได้ยินเสี่ยวชุ่ยบอกกล่าวว่าเถ้าแก่ที่ขายปิ่งต้นหอมพันชั้นนั้น ทั้งยังหนุ่มแน่นและหล่อเหลาเป็นพิเศษ
สวีเมี่ยวอวิ๋นกลับรู้สึกว่าเสี่ยวชุ่ยยังกล่าวถ่อมตัวไปเสียด้วยซ้ำ
เถ้าแก่ผู้นี้ไม่เพียงแต่หล่อเหลาองอาจ ทว่ายังมีกลิ่นอายเฉพาะตัวที่ยากจะอธิบายแผ่ซ่านออกมา
สงบนิ่งเยือกเย็น แม้ต้องเผชิญหน้ากับผู้คนมากมายปานนี้ ก็ยังคงท่าทีสง่าผ่าเผย ไร้ซึ่งความร้อนรนใดๆ
เถ้าแก่ผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
ก็สมควรแล้วล่ะ ผู้ที่สามารถรังสรรค์ปิ่งต้นหอมที่แสนอร่อยถึงเพียงนี้ได้ ย่อมไม่ใช่พ่อครัวธรรมดาสามัญเป็นแน่
สวีเมี่ยวอวิ๋นก้าวเท้าเดินเข้าไปด้านในจริงๆ
นางเลือกหาที่นั่งมุมหนึ่ง พลางกวาดสายตาสำรวจดูร้านรวงแห่งนี้
ภายในร้านกว้างขวางยิ่งนัก ไม่รู้สึกอึดอัดคับแคบเลยแม้แต่น้อย
ทว่ายามนี้สวีเมี่ยวอวิ๋นค่อนข้างหิวโหย จิตใจจึงจดจ่ออยู่แต่กับปิ่งต้นหอม
ไม่รู้ว่าเถ้าแก่ผู้นี้ยังมีเหลืออยู่อีกหรือไม่?
ชั่วจิบชาต่อมา ในที่สุดเฉินหยางก็ปลีกตัวจากงานได้และเดินตรงเข้ามา
"แม่นาง ท่านอยากจะทานปิ่งต้นหอมใช่หรือไม่?"
สวีเมี่ยวอวิ๋นพยักหน้ารับ "ยังมีเหลือหรือไม่? ข้ายินดีจ่ายให้เป็นสองเท่า"
เฉินหยางแย้มยิ้มบางๆ เดินเข้าไปในห้องด้านหลัง แล้วหยิบห่อกระดาษซับน้ำมันห่อหนึ่งออกมา
"แม่นาง ที่นี่มีปิ่งต้นหอมอยู่สามแผ่น ข้ายกให้ท่านทั้งหมดเลยก็แล้วกัน"
สวีเมี่ยวอวิ๋นพลันเผยสีหน้ายินดีปรีดา
ปิ่งต้นหอมที่นางเฝ้าคะนึงหา ในที่สุดก็หาซื้อมาได้เสียที!
หากจะกล่าวตามตรง มิใช่ว่านางสวีเมี่ยวอวิ๋นผู้นี้ไม่ได้เรื่องหรอกนะ แต่ประเด็นคือปิ่งต้นหอมมันอร่อยล้ำเลิศเกินไปต่างหาก
สวีเมี่ยวอวิ๋นล้วงหยิบตั๋วเงินใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วยื่นส่งให้เฉินหยาง
"ข้ายกให้เจ้าทั้งหมดเลยก็แล้วกัน"
เฉินหยางปรายตามอง ถึงกับเป็นตั๋วเงินมูลค่าห้าตำลึงเชียวรึ
"มากเกินไปแล้ว ข้าไม่มีเงินทอนหรอกนะ"
สวีเมี่ยวอวิ๋นส่ายหน้า "ไม่เป็นไร เจ้ารับไว้เถิด"
ให้ตายเถอะ ช่างใจกว้างเสียจริง
แม่นางผู้นี้ต้องเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ผู้มั่งคั่งอย่างแน่นอน
เฉินหยางขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยขึ้น "เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน ด้วยเงินห้าตำลึงนี้ ข้าจะรับเหมาดูแลอาหารการกินให้ท่านเป็นเวลาสองเดือน"
สวีเมี่ยวอวิ๋นถึงกับชะงักงัน
"เอ๋? ว่ากระไรนะ?"
เฉินหยางอธิบาย "ระยะเวลาสองเดือน หากท่านแวะมาแล้วอยากจะทานสิ่งใด ข้าก็จะทำให้ท่านกิน"
สวีเมี่ยวอวิ๋นปรายตามองเฉินหยางแวบหนึ่ง "เถ้าแก่ เจ้าไม่กลัวข้ากินจนเจ้าย่อยยับขาดทุนหรอกรึ?"
เฉินหยางหัวเราะร่วน รีบเอ่ยตอบว่าไม่กลัวหรอก
ไม่เห็นมีสิ่งใดต้องกลัว
ดรุณีน้อยเพียงคนเดียว จะกินล้างกินผลาญได้สักเท่าใดเชียว?
เฉินหยางกล่าวเสริม "ทว่าข้ามีข้อแม้อยู่ข้อหนึ่ง"
"ข้อแม้อันใด?"
"ท่านต้องมาด้วยตนเองเท่านั้น หากเป็นผู้อื่น ข้าไม่รับรองหรอกนะ"
สวีเมี่ยวอวิ๋นคาดไม่ถึงว่าเถ้าแก่ผู้นี้จะมีอุปนิสัยเฉพาะตัวเช่นนี้
ทว่านางก็ยังคงพยักหน้ารับ
การได้แอบกินของอร่อยอยู่ผู้เดียวเช่นนี้ รสชาติย่อมต้องล้ำเลิศนัก
อีกทั้งเถ้าแก่ผู้นี้ก็ให้ความรู้สึกที่ไม่เลว ไม่ดูเหมือนพวกบุรุษเจ้าชู้มักมากในกามเลยแม้แต่น้อย
ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นพวกเสเพลจริงๆ ขอเพียงสวีเมี่ยวอวิ๋นเผยฐานะที่แท้จริงออกมา ก็ย่อมต้องทำให้เขาตกใจกลัวจนปัสสาวะราดรดกางเกง ไม่กล้ากำเริบเสิบสานเป็นแน่
เฉินหยางยื่นห่อกระดาษซับน้ำมันมาให้อีกห่อหนึ่ง
สวีเมี่ยวอวิ๋นเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "นี่คือสิ่งใดรึ?"
"นี่คือสินค้าใหม่ของร้านเรา ปิ่งเนื้อทอดกรอบ ท่านลองชิมดูสิ"
สวีเมี่ยวอวิ๋นชะงักไปเล็กน้อย
"สินค้าใหม่รึ?"
"อื้ม ของกินชนิดใหม่น่ะ"
สวีเมี่ยวอวิ๋นหาได้โปรดปรานการทานเนื้อสัตว์มากนัก ทว่าด้วยความใคร่รู้ จึงลองเปิดห่อกระดาษซับน้ำมันออก ปิ่งแผ่นกลมสีเหลืองทองอร่ามปรากฏแก่สายตา
กลิ่นหอมของเนื้อ ผสมผสานกับกลิ่นของต้นหอมซอย ช่างชวนให้หลงใหลมึนเมา
ปิ่งเนื้อทอดกรอบ
บางทีอาจเป็นเพราะสวีเมี่ยวอวิ๋นกำลังหิวโหย
นางผู้ซึ่งไม่ค่อยชอบกินเนื้อสัตว์ จู่ๆ ก็พลันรู้สึกหิวจนไส้กิ่วขึ้นมาในฉับพลัน
สวีเมี่ยวอวิ๋นกัดลงไปหนึ่งคำราวกับต้องมนต์สะกด
กรอบกรุบ นุ่มฟู ละมุนละไม...
สวีเมี่ยวอวิ๋นขบเคี้ยวอย่างลืมตัว
แป้งมันเนย ต้นหอมซอย และเนื้อสันคอหมูชั้นเลิศ ผสมผสานหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อเกิดเป็นรสชาติล้ำเลิศที่ชวนให้ตบโต๊ะร้องอุทานด้วยความชื่นชม
"เป็นอย่างไรบ้าง? รสชาติพอใช้ได้หรือไม่?"
สวีเมี่ยวอวิ๋นเงยหน้าขึ้นมองเฉินหยางแวบหนึ่ง "อร่อย... อร่อยมากจริงๆ..."
"เช่นนั้นก็ดีแล้ว ท่านก็ค่อยๆ ทานเถิด ไม่ต้องรีบร้อนกลับหรอก"
สวีเมี่ยวอวิ๋นพยักหน้ารับ
เฉินหยางจึงผละตัวกลับไปยุ่งกับงานของตนต่อ
สวีเมี่ยวอวิ๋นทอดสายตามองเฉินหยาง ก่อนจะดึงความสนใจทั้งหมดกลับมาจดจ่อที่ปิ่งเนื้อทอดกรอบ
ช่างน่าประหลาดใจนัก
นางสวีเมี่ยวอวิ๋นผู้นี้หาได้ชอบกินเนื้อสัตว์ไม่ ยามปกติต่อให้เป็นเกี๊ยวไส้เนื้อก็ยังแทบไม่แตะต้อง ทว่าเหตุใดพอกินปิ่งเนื้อชิ้นนี้ กลับรู้สึกว่ามันช่างหอมหวลปานนี้?
อีกทั้งปิ่งเนื้อทอดกรอบชนิดนี้ สวีเมี่ยวอวิ๋นก็ไม่เคยพานพบที่ใดมาก่อนเลย
ทำได้อย่างไรกัน ถึงได้กรอบนอกนุ่มในถึงเพียงนี้? รสชาติเค็มจืดก็พอเหมาะพอเจาะ
รสสัมผัสของเนื้อก็ไม่หยาบกระด้างและไม่เลี่ยนจนเกินไป คล้ายกับจะละลายในปาก รสสัมผัสช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก เถ้าแก่ผู้นี้คิดค้นมันขึ้นมาได้อย่างไรกัน?
หรือจะกล่าวว่า นี่คือของกินจากต่างแดน?
ทว่าดูจากรูปลักษณ์ของเถ้าแก่แล้ว ก็ไม่น่าจะใช่ชาวต่างแคว้นนี่นา
ช่างเถิด ไม่สนใจแล้ว อย่างไรเสียของอร่อยอยู่ตรงหน้า กินให้อิ่มก็พอ
สวีเมี่ยวอวิ๋นก้มหน้าก้มตากินปิ่งเนื้อต่อไป
เพียงไม่นาน ปิ่งเนื้อทั้งชิ้นก็ถูกนางกวาดลงท้องไปจนหมดเกลี้ยง