spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 9 ฐานะของแม่นางผู้นี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว
สวีเมี่ยวอวิ๋นไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าตนเองจะมีวันเช่นนี้
วันที่ต้องแอบหลบหนีออกมา เพียงเพื่อจะได้ลิ้มรสของกินบางอย่าง
ใช่แล้ว สวีเมี่ยวอวิ๋นแอบหนีออกมาจริงๆ แม้แต่สาวใช้คนสนิทอย่างเสี่ยวชุ่ยก็ยังไม่ปริปากบอก
เพราะสวีเมี่ยวอวิ๋นรู้สึกว่ามันช่างน่าอับอายขายหน้ายิ่งนัก
เรื่องพรรค์นี้ คงต้องลงมือด้วยตนเองเสียแล้ว
นี่กระมังที่เรียกว่าแอบกินของอร่อยอยู่คนเดียว
เมื่อครู่สวีเมี่ยวอวิ๋นยังคงเดินตามหาแผงขายปิ่งต้นหอมพันชั้น ทว่ากลับหาไม่พบ
จังหวะที่นางกำลังรู้สึกผิดหวังอยู่นั้นเอง กลับสังเกตเห็นว่าที่หน้าร้านรวงซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไปนัก มีผู้คนมุงล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก
สวีเมี่ยวอวิ๋นจึงสั่งให้คนขับรถม้าไปสอบถามดู ก็พบว่าร้านแห่งนั้นขายปิ่งต้นหอมพันชั้นจริงๆ
ที่แท้เถ้าแก่ผู้นั้นก็เลิกตั้งแผงเร่ แล้วเปลี่ยนมาเช่าร้านรวงแทนเสียแล้ว
สวีเมี่ยวอวิ๋นรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดายิ่งนัก
ก็กิจการของเขาออกจะรุ่งเรืองปานนั้นนี่นา
เวลานี้ ผู้คนที่มุงล้อมอยู่หน้าร้านเริ่มบางตาลงแล้ว
สวีเมี่ยวอวิ๋นรู้สึกลังเล จะให้คนขับรถม้าไปซื้อให้ดีหรือไม่นะ?
สวีเมี่ยวอวิ๋นนั้นปราดเปรื่องชาญฉลาด มักมีความอยากรู้อยากเห็นต่อเรื่องราวมากมาย นางเองก็อยากจะเห็นหน้าค่าตาผู้ที่รังสรรค์ของกินรสชาติเทพเซียนอย่างปิ่งต้นหอมพันชั้นเช่นกัน
พอคิดได้เช่นนี้ สวีเมี่ยวอวิ๋นจึงหยิบหมวกปีกกลมใบหนึ่งออกมา
ขอบหมวกประดับด้วยผ้าบางเบาสำหรับคลุมหน้า
หมวกใบนี้มีไว้เพื่อปกปิดโฉมหน้าโดยเฉพาะ
ทุกคราที่สวีเมี่ยวอวิ๋นต้องการออกไปเดินเล่นตามท้องถนน นางมักจะสวมหมวกใบนี้เสมอ
ด้านหนึ่งก็เพื่อบดบังแสงแดด
ทว่าที่สำคัญยิ่งกว่า คือสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาความวุ่นวายไปได้ไม่น้อย
สวีเมี่ยวอวิ๋นสวมหมวก เอ่ยบอกคนขับรถม้าคำหนึ่ง แล้วจึงก้าวลงจากรถม้า เยื้องย่างด้วยท่วงท่าสง่างามมุ่งหน้าไปยังร้านแห่งนั้น
ในขณะเดียวกัน เฉินหยางก็ยังคงง่วนอยู่กับงาน
ปิ่งต้นหอมพันชั้นถูกขายไปจนเกือบหมดเกลี้ยงแล้ว เฉินหยางเก็บเหลือไว้เพียงไม่กี่แผ่น เตรียมเอาไว้เป็นมื้อกลางวัน
ลูกค้าที่ซื้อปิ่งต้นหอมไม่ทันต่างร้อนใจจนน้ำตาแทบเล็ด
"เถ้าแก่ ปิ่งต้นหอมหมดแล้วจริงๆ รึ? จะขายหมดไวปานนี้เชียวหรือ?"
"ไม่ยุติธรรมเลย! ข้าแย่งซื้อปิ่งต้นหอมไม่ทันมาสองวันติดแล้วนะ!"
"โชคร้ายเกินไปแล้ว! เถ้าแก่ พรุ่งนี้เจ้าช่วยเก็บไว้ให้ข้าสักแผ่น... ไม่สิ สองแผ่นได้หรือไม่!"
เฉินหยางปรายตามองไปในตะกร้าสาน ยังคงเหลือปิ่งเนื้อทอดกรอบอยู่อีกไม่น้อย
เหล่าลูกค้าล้วนแปลกตากับของกินชนิดนี้ ผนวกกับราคาที่ตั้งไว้ค่อนข้างสูงถึงชิ้นละแปดอีแปะ ดังนั้นลูกค้าส่วนใหญ่จึงยังไม่กล้าลิ้มลอง
เฉินหยางเอ่ยเสียงดัง "ทุกท่าน นี่คือของกินที่ข้าเพิ่งคิดค้นขึ้นมาใหม่ เรียกว่า ปิ่งเนื้อทอดกรอบ ราคาอาจจะแพงไปสักหน่อย ทว่ารับประกันความอร่อยล้ำเลิศ! ทุกท่านสามารถซื้อไปลองชิมดูก่อนสักชิ้นได้นะขอรับ"
ฝูงชนจึงเบนความสนใจไปยังปิ่งเนื้อทอดกรอบ
ผิวหน้าของปิ่งเนื้อมีสีเหลืองทองอร่ามเช่นเดียวกัน ซ้ำยังเป็นแป้งกรอบที่ดูมีชั้นเชิงงดงามยิ่งนัก เพียงปรายตามองก็ชวนให้เจริญอาหารแล้ว
มีคนเอ่ยถาม "มันอร่อยเท่าปิ่งต้นหอมพันชั้นหรือไม่?"
พลันมีคนสวนขึ้นมาทันที "เป็นไปไม่ได้หรอก ไม่มีทางอร่อยไปกว่าปิ่งต้นหอมหรอกน่า"
อีกคนก็เอ่ยสมทบ "ใช่ๆๆ ข้าไม่เคยลิ้มรสสิ่งใดที่อร่อยไปกว่าปิ่งต้นหอมมาก่อนเลยในชีวิต!"
เฉินหยางยิ้มอธิบาย "ทุกท่านฟังข้านะขอรับ ข้ามิได้โอ้อวดเกินจริงแต่อย่างใด ปิ่งเนื้อทอดกรอบนี้รับรองว่าเป็นปิ่งเนื้อที่อร่อยที่สุดเท่าที่พวกท่านเคยลิ้มรสมา รสชาติรับรองว่าไม่ด้อยไปกว่าปิ่งต้นหอมอย่างแน่นอน หากไม่เชื่อก็ลองชิมดูได้!"
พลันมีคนผู้หนึ่งก้าวเดินออกมา
คนผู้นั้นก็คือ 'จางหู่' นั่นเอง
เจ้าหมอนี่ถึงกับทิ้งแผงไม่ยอมเฝ้า เพื่อวิ่งมาซื้อปิ่งที่นี่
ใครจะคาดคิดว่ามาสายไปก้าวหนึ่ง จึงซื้อไม่ทันเสียแล้ว
ยามนี้พอได้ยินว่าปิ่งเนื้อทอดกรอบอร่อยยิ่งกว่า จึงรีบล้วงเงินออกมาจ่ายทันที
จางหู่ร้องตะโกน "เอามาให้ข้าชิมชิ้นหนึ่ง!"
อ้ายเยว่หลานหัวไว รีบใช้กระดาษห่อปิ่งเนื้อให้จางหู่หนึ่งชิ้น แล้วยื่นส่งให้
【ได้รับค่าความมั่งคั่ง 8】
ค่าความมั่งคั่ง 8 แต้มตกถึงมือ
เมื่อจางหู่รับปิ่งเนื้อทอดกรอบมา เขาก็สูดดมกลิ่นก่อนเป็นอันดับแรก พลางเผยสีหน้าเคลิบเคลิ้มหลงใหล
หอมเหลือเกิน
มันคือกลิ่นของต้นหอมที่แฝงกลิ่นเนื้อ ผสมผสานกับกลิ่นแป้งมันเนย ช่างเย้ายวนใจเป็นที่สุด
จางหู่กัดลงไปหนึ่งคำ ขบเคี้ยวเพียงสองสามที ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นมาทันใด
"สวรรค์! อร่อย! ช่างอร่อยล้ำเลิศเกินบรรยาย!"
ผู้คนไม่น้อยต่างคอยจับตาดูปฏิกิริยาของจางหู่
พอเห็นอาการเช่นนี้ ก็ไม่อาจสะกดกลั้นความอยากไว้ได้ ต่างพากันล้วงเงินออกมาจ่ายกันถ้วนหน้า
ปิ่งเนื้อทอดกรอบถูกยื่นส่งออกไปชิ้นแล้วชิ้นเล่า เพียงพริบตาก็ขายออกไปจนเกือบหมด
เบื้องหน้าของเฉินหยางปรากฏเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
【ได้รับค่าความมั่งคั่ง 8】
【ได้รับค่าความมั่งคั่ง 8】
【ได้รับค่าความมั่งคั่ง 8】
【ได้รับค่าความมั่งคั่ง 8】
......
ความเร็วในการได้รับค่าความมั่งคั่งนี้ ช่างรวดเร็วทันใจเสียจริง!
ตามติดมาด้วยเสียงร้องอุทานชื่นชมดังระงมสลับกันไปมา
"ไอ๊หยา! เถ้าแก่ไม่ได้หลอกลวง! อร่อยจริงๆ ด้วย!"
"ปิ่งเนื้อนี่มันอาหารของเทพเซียนชัดๆ!"
"คุ้มค่าเกินราคา! ไม่สิ! ล้ำค่าเกินราคาต่างหาก!"
"ปะ... เป็นไปได้อย่างไร!? จะมีของที่อร่อยไปกว่าปิ่งต้นหอมได้อย่างไรกัน?"
เฉินหยางพึงพอใจกับอาการของเหล่าลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง
เขาเชื่อมั่นว่าชื่อเสียงของปิ่งเนื้อทอดกรอบ จะต้องขจรขจายออกไปในเร็ววันอย่างแน่นอน
จังหวะเวลานั้นเอง ก็มีร่างหนึ่งเบียดเสียดฝ่าฝูงชนเข้ามา แล้วเอ่ยถามเฉินหยางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "เถ้าแก่ มิทราบว่ายังมีปิ่งต้นหอมพันชั้นเหลืออยู่หรือไม่? ข้าอยากจะขอซื้อสักสองสามแผ่น"
เฉินหยางชะงักไปชั่วครู่
น้ำเสียงนี้ช่างไพเราะเสนาะหูยิ่งนัก
เมื่อพินิจดูเจ้าของน้ำเสียง
แม้จะมีผ้าบางเบาปกปิดใบหน้า ทว่าก็ยากจะบดบังความงดงามเอาไว้ได้
แม้จะมองไม่เห็นโฉมหน้า ทว่ารูปร่างทรวดทรงนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่ธรรมดาเลย
ทั้งสูงโปร่งและอวบอิ่มสมส่วน นับเป็นยอดหญิงงามหนึ่งในหมื่นอย่างแท้จริง
อีกทั้งอาภรณ์ที่แม่นางผู้นี้สวมใส่ ล้วนเป็นผ้าไหมเนื้อดีชั้นเลิศ
ฐานะของแม่นางผู้นี้ ก็คงจะไม่ธรรมดาเช่นกัน