หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 8 อยากลิ้มรสปิ่งต้นหอมสักคำช่างยากเย็นแสนเข็ญ

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 8 อยากลิ้มรสปิ่งต้นหอมสักคำช่างยากเย็นแสนเข็ญ

 

เฉินหยางเห็นทั้งสองยืนทื่อเป็นไม้จำศีล จึงเอ่ยขึ้นว่า "ยังมัวยืนเหม่ออันใดอยู่อีก? มาช่วยกันสิ!"

อ้ายคุนได้สติก่อนใครเพื่อน จึงรีบวิ่งเข้ามาหมายจะลงมือช่วย

เฉินหยางรีบยกมือห้ามญาติผู้น้อง "ไปล้างมือเสียก่อน ทำตัวให้สะอาดสะอ้านสักหน่อย"

 

อ้ายคุนขานรับคำหนึ่ง แล้วจึงพากันไปล้างมือกับอ้ายเยว่หลานจนสะอาดสะอ้าน ก่อนจะกลับมาช่วยงาน

แม้สองพี่น้องจะเป็นมือใหม่ ทว่าเมื่อก่อนก็เคยหยิบจับงานในครัวมาบ้าง ผนวกกับทั้งสองล้วนหัวไวและมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เมื่อเฉินหยางคอยชี้นิ้วสั่งการ ไม่นานก็สามารถช่วยงานได้อย่างคล่องแคล่ว

ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม ปิ่งต้นหอมพันชั้นจำนวนหนึ่งร้อยห้าสิบแผ่น และปิ่งเนื้อทอดกรอบอีกห้าสิบชิ้น ก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมสรรพ

 

อ้ายคุนและอ้ายเยว่หลานมองหน้ากันไปมา เผยสีหน้าเหลือเชื่อ

อ้ายเยว่หลานอดรนทนไม่ไหวเอ่ยถามขึ้น "ญาติผู้พี่ พวกเราทำมากมายถึงเพียงนี้ จะขายหมดงั้นหรือเจ้าคะ?"

เฉินหยางหัวเราะร่วน "วางใจเถิด ไม่มีทางสูญเปล่าแน่นอน จริงสิ พวกเจ้าคงหิวกันแล้วกระมัง พวกเรามากินข้าวกันก่อนเถิด อีกประเดี๋ยวจะต้องยุ่งจนหัวหมุนเป็นแน่"

 

เฉินหยางคัดเอาปิ่งต้นหอมพันชั้นออกมาหนึ่งแผ่น และปิ่งเนื้อทอดกรอบอีกสามชิ้น

อ้ายคุนกับอ้ายเยว่หลานรีบโบกไม้โบกมือเป็นพัลวัน

"ท่านพี่ ของมากมายปานนี้ พวกข้ากินไม่หมดหรอกขอรับ"

"ใช่แล้วเจ้าค่ะ เยอะแยะถึงเพียงนี้ จะกินลงไปได้อย่างไร"

 

เฉินหยางเอ่ย "ไม่เป็นไร กินไม่หมดก็เหลือทิ้งไว้ มากินกันก่อนเถิด"

อ้ายคุนและอ้ายเยว่หลานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยื่นมือไปหยิบของกินใกล้มือขึ้นมา

อ้ายคุนหยิบปิ่งต้นหอม ส่วนอ้ายเยว่หลานหยิบปิ่งเนื้อทอดกรอบ

ทั้งสองดอมดมกลิ่นหอมกรุ่นที่ชวนให้ลุ่มหลงมึนเมา ก็มิอาจหักห้ามใจได้ ต่างคนต่างกัดกินเข้าไปหนึ่งคำ

พริบตาต่อมา สีหน้าของทั้งสองก็พลันแปรเปลี่ยนไป

 

ทั้งสองอยากจะเอื้อนเอ่ยสิ่งใด ทว่ากลับไม่รู้จะเริ่มเอ่ยจากที่ใด ไม่สิ พวกเขาไม่สนใจจะเอื้อนเอ่ยคำใดแล้ว สัญชาตญาณสั่งการให้งับคำที่สองเข้าปากในทันที

คำที่สาม คำที่สี่ คำที่ห้า...

 

แผ่นแป้งที่กรอบนอกนุ่มใน ต้นหอมซอย แป้งมันเนย และไส้เนื้อ ผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อเกิดเป็นปฏิกิริยาที่แตกต่าง

ปฏิกิริยาเหล่านี้ ล้วนบ่งชี้ไปที่คำเพียงคำเดียว... ล้ำเลิศ ล้ำเลิศอย่างสมบูรณ์แบบ

ชั่วจิบชาต่อมา มื้อเช้าก็สิ้นสุดลง

 

อ้ายคุนกับอ้ายเยว่หลานที่เมื่อครู่ยังปากแข็งบอกว่ากินไม่หมด ทว่ายามนี้บนโต๊ะกลับว่างเปล่าไม่เหลือสิ่งใดเลย ทั้งสามคนสวาปามของกินทั้งหมดลงท้องไปจนหมดเกลี้ยง แม้แต่เศษต้นหอมซอยสักนิดก็ยังหาไม่เจอ

ถึงยามนี้ ทั้งสองถึงเพิ่งจะมีเวลาเปล่งเสียงอุทานชื่นชมออกมา

"ท่านพี่ นี่มันคือของกินอันใดกันขอรับ? อร่อยเกินไปแล้ว!"

"นั่นสิเจ้าคะ ข้าเองก็ไม่เคยลิ้มรสมาก่อน เมื่อก่อนไม่เคยเห็นมีขายที่ใดเลย!"

 

เฉินหยางอธิบายให้ทั้งสองฟังอย่างใจเย็น ทำเอาทั้งสองฟังจนเคลิบเคลิ้มหลงใหล

ครู่ต่อมา ก็ได้เวลาออกจากเรือน

อ้ายคุนขันอาสาหาบไม้คานด้วยตนเอง ท่าทางขยันขันแข็งยิ่งนัก ส่วนอ้ายเยว่หลานก็รู้ความ แย่งถือข้าวของที่ไม่หนักมากนักไปช่วยถือ

 

เฉินหยางพึงพอใจกับท่าทีของทั้งสองคนยิ่งนัก

เมื่อมาถึงย่านตลาดพลุกพล่าน ท้องฟ้าก็เริ่มสางแล้ว

อ้ายคุนอดรนทนไม่ไหวเอ่ยถาม "ท่านพี่ แผงของพวกเราอยู่ตรงที่ใดหรือขอรับ?"

เฉินหยางเอ่ย "แผงเร่รึ? พวกเราไม่มีแผงเร่แล้วล่ะ"

"......หา?"

 

ทั้งสองสีหน้าแปรเปลี่ยนไป ไม่เข้าใจความหมายของเฉินหยางไปชั่วขณะ

เฉินหยางพยักพเยิดหน้าให้ทั้งสองเดินตาม ครู่ต่อมา ก็มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าร้านรวงแห่งหนึ่ง

อ้ายคุนกับอ้ายเยว่หลานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก มาที่นี่ทำไมกัน? หรือว่า...

 

เฉินหยางล้วงหยิบกุญแจดอกหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ เดินไปที่ประตูด้านข้างของร้าน แล้วไขเปิดประตูออก

อ้ายคุนและอ้ายเยว่หลานตกตะลึงลาน หรือว่าร้านแห่งนี้จะเป็นของญาติผู้พี่!?

เฉินหยางกวักมือเรียกทั้งสองที่กำลังยืนอึ้ง แล้วเดินก้าวเข้าไป ทั้งสองได้สติก็รีบเดินตามไปทันที

ภายในร้านสะอาดสะอ้าน ไม่จำเป็นต้องปัดกวาดเช็ดถูอีกแล้ว

 

เฉินหยางสั่งการให้อ้ายคุนและอ้ายเยว่หลานนำปิ่งต้นหอมพันชั้นและปิ่งเนื้อทอดกรอบ ไปวางจัดเตรียมไว้บนโต๊ะหน้าร้าน จากนั้นก็เปิดประตูร้านออกกว้าง ข้อดีที่สุดของทำเลร้านแห่งนี้ ก็คือตั้งอยู่ใกล้กับแผงเร่เดิมของเฉินหยางมาก ทันทีที่เฉินหยางออกมายืนหน้าร้าน ไม่นานก็มีคนสังเกตเห็นเขา

 

"ไอ๊หยา! นั่นเถ้าแก่เฉินนี่! ที่แท้ก็อยู่นั่นเอง!"

"ใช่คนที่ขายปิ่งต้นหอมหรือไม่?"

"ใช่ๆ เขาเอง!"

"ที่แท้ก็มีร้านเป็นของตัวเองแล้วนี่เอง!"

 

"ไม่แปลกหรอก กิจการรุ่งเรืองถึงเพียงนั้น ย่อมต้องเช่าร้านเป็นธรรมดา!"

ท่ามกลางเสียงจอแจ ผู้คนไม่น้อยต่างมามุงล้อม ไม่สิ ต้องบอกว่าแห่แหนกันเข้ามาต่างหาก

ด้านหน้าร้านมีผู้คนยืนมุงล้อมอยู่เนืองแน่น ล้วนแล้วแต่ต้องการซื้อปิ่งต้นหอมพันชั้นทั้งสิ้น

"เถ้าแก่ ข้าเอาสองชิ้น!"

"เอามาให้ข้าก่อนแผ่นหนึ่ง!"

"ข้าเอาสองแผ่น! สองแผ่น! เมื่อวานข้าบอกเจ้าไว้แล้วนะ!"

 

เฉินหยางชี้นิ้วไปด้านหลัง "อย่าเพิ่งใจร้อน มีครบทุกคน มีให้ทุกคน"

ให้ตายเถอะ สถานการณ์ตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวายไปชั่วขณะ

สองพี่น้องอ้ายคุนกับอ้ายเยว่หลานถึงกับดูจนตาค้าง พวกเขาเคยพานพบฉากยิ่งใหญ่เช่นนี้ที่ใดกัน

 

ทว่าเฉินหยางนั้นคุ้นชินเสียแล้ว จึงรีบเรียกให้ทั้งสองใช้กระดาษซับน้ำมันห่อปิ่ง และคอยรับเงิน

ทว่า เฉินหยางหารู้ไม่ว่า ที่มุมถนนไม่ไกลออกไปนัก มีรถม้าคันหนึ่งจอดเทียบอยู่

ดรุณีน้อยผู้โฉมงามหยดย้อยกำลังเลิกม่านหน้าต่าง ชะเง้อมองมาทางนี้

ดรุณีน้อยนางนั้นมิใช่ใครอื่น แต่คือ 'สวีเมี่ยวอวิ๋น' นั่นเอง

 

วันนี้สวีเมี่ยวอวิ๋นลอบออกมาด้วยตนเอง นอกจากคนขับรถม้าแล้ว แม้แต่เสี่ยวชุ่ยก็ไม่ได้พามาด้วย

เฮ้อ ช่วยไม่ได้นี่นา การอยากลิ้มรสปิ่งต้นหอมพันชั้นสักคำมันช่างยากเย็นแสนเข็ญนัก หากไม่พึ่งพาลำแข้งตนเองก็คงไม่ได้การเสียแล้ว

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.