หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 5 ทำปิ่งสอดไส้เนื้อในราชวงศ์หมิง ก็สามารถพลิกแพลงลูกเล่นได้

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 5 ทำปิ่งสอดไส้เนื้อในราชวงศ์หมิง ก็สามารถพลิกแพลงลูกเล่นได้

 

และก็เป็นดังคาด พอถึงวันที่สอง เฉินหยางก็ขายปิ่งต้นหอมพันชั้นออกไปได้อีกร้อยกว่าแผ่น

ทะลวงผ่านยอดห้าพันแต้มค่าความมั่งคั่งได้ในรวดเดียว

ในวันนั้น เมื่อเฉินหยางเก็บแผงกลับมาถึงที่พัก ก็เปิดระบบขึ้นมาเพื่อตรวจสอบค่าความมั่งคั่ง

 

ค่าความมั่งคั่ง: 6180

ค่าความมั่งคั่งบรรลุถึง 5000 ได้รับโอกาสแลกเปลี่ยนเมนูอาหารใหม่

เมนู: ปิ่งเนื้อทอดกรอบ (เซียงซูโร่วปิ่ง)

ต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่?

 

ปิ่งเนื้อทอดกรอบงั้นรึ?

ฟังดูธรรมดาสามัญยิ่งนัก

ทว่าเมนูอาหารของระบบแม้นจะฟังดูธรรมดา ทว่ารสชาติเมื่อทำออกมาแล้วย่อมต้องน่าตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน

 

เฉินหยางใจเต้นตึกตัก

ในยุคต้นราชวงศ์หมิง ปิ่งเนื้อย่อมมีอยู่แล้ว ทว่าไม่น่าจะมีของกินอย่าง 'ปิ่งเนื้อทอดกรอบ' ชนิดนี้

หากนำปิ่งเนื้อทอดกรอบออกสู่ตลาด ก็น่าจะสามารถเปิดตลาดทำยอดขายได้รวดเร็วเช่นเดียวกับปิ่งต้นหอมพันชั้นเป็นแน่

ตกลงแลกเปลี่ยน

ตอนนี้ เดี๋ยวนี้เลย!

ระบบตอบสนองในทันที

 

หักล้างค่าความมั่งคั่ง 5000 แต้มเรียบร้อย

แลกเปลี่ยนเมนูใหม่ 'ปิ่งเนื้อทอดกรอบ' สำเร็จ

 

พริบตานั้น ข้อมูลจำนวนมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่ห้วงคำนึงของเฉินหยาง

นี่คือวิธีการทำปิ่งเนื้อทอดกรอบ

แน่นอนว่าเฉินหยางในชาติก่อนย่อมเคยทานปิ่งเนื้อทอดกรอบมาก่อน ทว่าตัวเขาเองกลับทำไม่เป็น

มายามนี้เฉินหยางได้ย่อยสลายดูดซับวิธีการทำไปจนหมดสิ้นแล้ว จึงเกิดอาการคันไม้คันมืออยากจะลองวิชาขึ้นมา

 

ค่าความมั่งคั่ง 5000 แต้มนี้ ช่างจ่ายไปได้อย่างคุ้มค่ายิ่งนัก

จู่ๆ เฉินหยางก็ฉุกคิดสิ่งใดขึ้นมาได้ รีบวิ่งกลับเข้าห้องไปค้นกล่องเก็บเงิน

สวรรค์! เงินหายไป 5000 อีแปะจริงๆ ด้วย!

 

ยามที่ระบบหักล้างค่าความมั่งคั่ง ในขณะเดียวกันก็จะหักเอาเงินสดออกไปด้วย

เฉินหยางปวดใจยิ่งนัก ทว่าเขาก็ได้เตรียมใจไว้แต่แรกแล้ว

ไม่ควรค่าแก่การมานั่งคิดเล็กคิดน้อย

 

เมื่อมีระบบอยู่ ย่อมหาเงินกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็วเป็นแน่

เฉินหยางรีบผลักประตูเดินออกไป

เฝิงซื่อเงยหน้าขึ้นเอ่ยถาม "หยางเอ๋อร์ เจ้าจะไปที่ใดรึ?"

เฉินหยางเอ่ยตอบ "ท่านแม่ ข้าจะไปซื้อเนื้อสักหน่อยขอรับ"

 

"ซื้อเนื้อรึ?"

เฉินหยางหัวเราะ "ท่านแม่ วันนี้พวกเรามากินของดีๆ กันเถอะขอรับ"

พูดจบ เฉินหยางก็วิ่งฉิวออกไป

เฝิงซื่อก็มิได้ห้ามปราม ในใจกลับรู้สึกว่าบุตรชายผู้นี้นับวันยิ่งได้ดิบได้ดีมีอนาคต

ตอนนี้หาเงินได้มากขึ้นเรื่อยๆ เฝิงซื่อเองก็เบิกบานใจนัก ยามพูดคุยเจรจากับเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง น้ำเสียงก็ดังฟังชัดขึ้นไม่น้อย

 

เฉินหยางอยากกินเนื้อ ก็ปล่อยเขาไปเถิด ประจวบเหมาะจะได้บำรุงร่างกายเสียหน่อย

เฉินหยางออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปย่านตลาดพลุกพล่าน จนมาถึงแผงขายเนื้อสัตว์

ยามนี้เนื้อที่ขายอยู่ในร้านโดยพื้นฐานมีเพียงสองชนิด คือเนื้อหมูกับเนื้อไก่ ไม่เห็นแม้แต่เงาของเนื้อวัว

คนโบราณจำเป็นต้องใช้วัวควายในการไถนา ตามกฎหมายแล้วน่าจะมีการสั่งห้ามฆ่าวัวเพื่อกินเนื้ออย่างชัดเจน

 

ทว่าในทางลับการลักลอบกินเนื้อวัวก็มีอยู่ไม่น้อย หากกระซิบถามเถ้าแก่แผงเนื้อ ก็สามารถหาเนื้อวัวมาได้เช่นกัน กินไปก็ไม่มีผู้ใดมาใส่ใจหรอก

เฉินหยางกวาดตามองปราดเดียว คุณภาพของเนื้อก็ปรากฏชัดเจนในใจ

เถ้าแก่ร้านเนื้อยิ้มแฉ่งพลางเอ่ย "เอาชิ้นนี้ไปเถิด สดใหม่ เพิ่งแล่มาเลยนะ"

 

เนื้อสันคอหมูส่วนหน้า ระดับความสดใหม่: ต่ำ

เฉินหยางส่ายหน้า

เถ้าแก่ร้านเนื้อผู้นี้ช่างไม่จริงใจเอาเสียเลย วันหลังคงต้องเปลี่ยนร้านเสียแล้ว

เฉินหยางชี้นิ้วสุ่ม สั่งเอาเนื้อสันคอหมูส่วนหลังที่สดใหม่มาหลายชั่ง

เนื้อสันคอหมูส่วนหลังนี้มีมันแทรกเนื้อแดงแบบครึ่งต่อครึ่ง เหมาะเจาะแก่การนำมาทำปิ่งเนื้อพอดี

เฉินหยางกลับมาถึงบ้าน ก็ตรงเข้าไปในครัวและเริ่มง่วนทำงานทันที

 

ก้อนแป้ง ไส้เนื้อหมูสับ เกลือ ต้นหอมซอย...

วัตถุดิบทั้งหมดถูกเตรียมไว้พร้อมสรรพ

เฉินหยางปาดเหงื่อบนใบหน้า หยุดพักครู่หนึ่ง แล้วก็เริ่มลงมืออีกครา

หากมีบุคคลภายนอกมายืนมองอยู่ด้านข้าง ย่อมต้องเผยสีหน้าตกตะลึงเป็นแน่

จะเห็นเพียงสองมือของเฉินหยางร่ายรำไปมาบนเขียงแป้งอย่างต่อเนื่อง ลื่นไหลไร้ที่ติ แทบจะไม่มีจังหวะหยุดพักเลย

 

รวดเร็วยิ่งนัก

ไม่มีพ่อครัวคนใดจะอาจหาญมาเทียบเคียงได้

ไม่เพียงรวดเร็ว ทว่ายังงดงามหมดจด

สำหรับเฉินหยางในยามนี้ การทำอาหารไม่ใช่เรื่องยากลำบากเหน็ดเหนื่อย และไม่ใช่หน้าที่การงานที่ผ่อนคลาย

 

แต่มันคล้ายกับการกำลังดื่มด่ำกับชีวิตเสียมากกว่า

เพียงชั่วครู่ ปิ่งเนื้อทอดกรอบหลายชิ้นก็ถูกตักขึ้นจากกระทะ

กลิ่นหอมของเนื้อ กลิ่นต้นหอม กลิ่นแป้งมันเนย...

 

กลิ่นหอมนานาชนิดผสมผสานคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน ทำเอาเฉินหยางถึงกับลุ่มหลงมึนเมา

ให้ตายเถอะ หอมเหลือเกิน ช่างยั่วน้ำลายให้เจริญอาหารยิ่งนัก

เฉินหยางหยิบปิ่งเนื้อทอดกรอบขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วกัดลงไปหนึ่งคำ

 

กรอบนอกนุ่มใน เคี้ยวเพลินเจริญอาหาร กลิ่นหอมกรุ่นอบอวลรัญจวนติดริมฝีปากและไรฟัน

แตกต่างกันลิบลับ กับปิ่งเนื้อทอดกรอบที่เฉินหยางเคยกินในชาติก่อนมันช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

รสสัมผัสนั้นดีกว่าเป็นเท่าตัว รสชาติยิ่งล้ำเลิศจนต้องปรบมือร้องอุทานชื่นชม

แม้ว่าเฉินหยางจะไม่หิว ทว่าก็สวาปามปิ่งเนื้อทอดกรอบชิ้นนั้นลงท้องไปอย่างรวดเร็ว

ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ!

 

เป็นครั้งแรกที่เฉินหยางได้ลิ้มรสปิ่งเนื้อที่อร่อยถึงเพียงนี้

ซ้ำนี่คือฝีมือของเขาเองเสียด้วย

เฉินหยางประคองจานปิ่งเนื้อที่เหลือเดินออกไป

เฝิงซื่อเพียงแค่ได้กลิ่น ดวงตาก็เบิกกว้าง

ยิ่งพอได้ลิ้มลอง ก็ยิ่งไม่อาจหยุดมือ

 

เฝิงซื่อกินปิ่งเนื้อทอดกรอบเข้าไปรวดเดียวถึงสองชิ้น ไม่สนใจจะเอื้อนเอ่ยสิ่งใด เมื่อกินเสร็จ ก็ยิ่งเอ่ยปากชมไม่ขาดปาก

เฉินหยางย่อมรู้สึกอิ่มเอมใจ

ดูท่าปิ่งเนื้อทอดกรอบนี้ จะสามารถนำขึ้นแผงขายได้แล้ว

ปิ่งต้นหอมพันชั้น ผนวกกับปิ่งเนื้อทอดกรอบ...

 

เฉินหยางเชื่อมั่นว่ากิจการจะต้องรุ่งโรจน์โชติช่วงยิ่งขึ้นไปอีกเป็นแน่

เฉินหยางลอบขบคิด คงต้องเก็บหอมรอมริบเงินให้ได้มากกว่านี้อีกสักหน่อย ถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำการค้าเสียใหม่

เขาเคยผ่านชีวิตในชาติก่อน ใช้ชีวิตอยู่ในโลกอนาคตมาเนิ่นนานหลายปี รูปแบบธุรกิจนานาชนิดล้วนฝังแน่นอยู่ในหัวจนจำขึ้นใจ

 

ขอเพียงลงมืออย่างสุดกำลัง ย่อมเป็นการโจมตีจากมิติที่สูงกว่าบดขยี้ลงมาอย่างแน่นอน

ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่ยังคงคะนึงหาปิ่งต้นหอมพันชั้นไม่ลืมเลือน

และในบรรดาคนเหล่านั้น ก็รวมถึงคุณหนูใหญ่แห่งจวนเว่ยกั๋วกง ดรุณีน้อยผู้ได้รับสมญานามว่าหนี่จูเซิง... 'สวีเมี่ยวอวิ๋น' นั่นเอง

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.