spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 4 สวีเมี่ยวอวิ๋นได้ลิ้มรส ถึงกับลืมเอื้อนเอ่ยถ้อยคำ
สาวใช้ 'เสี่ยวชุ่ย' ชะโงกหน้าไปมองที่หน้าต่างรถม้าบ้าง ก็เห็นว่าริมถนนมีผู้คนมุงดูอยู่ไม่น้อยจริงๆ
เสี่ยวชุ่ยมาที่นี่หลายครา คุ้นเคยกับสถานที่แถบนี้ดี จึงเอ่ยตอบว่า "คุณหนู พวกเขาน่าจะกำลังซื้อสิ่งใดกันอยู่เจ้าค่ะ"
สวีเมี่ยวอวิ๋นชะงักไปเล็กน้อย "ซื้อสิ่งใดรึ? ของกินงั้นหรือ?"
"น่าจะใช่เจ้าค่ะ"
สิ่งนี้กลับจุดประกายความอยากรู้อยากเห็นของสวีเมี่ยวอวิ๋นขึ้นมา "ของสิ่งใดกัน? เหตุใดคนจึงรุมซื้อมากมายถึงเพียงนี้?"
เสี่ยวชุ่ยส่ายหน้า ทว่าจู่ๆ ก็เอ่ยขึ้น "จริงสิเจ้าคะคุณหนู วันนี้พวกเราออกมาแต่เช้าตรู่ ท่านยังไม่ได้ทานสิ่งใดเลย พอดีเลย ข้าจะไปซื้อมาให้ท่านลองชิมดูนะเจ้าคะ"
สวีเมี่ยวอวิ๋นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้เสี่ยวชุ่ยไป
นางรู้สึกหิวขึ้นมานิดหน่อยแล้วจริงๆ
อีกทั้งก็ไม่ได้เร่งรีบอันใด ทานของรองท้องสักหน่อยก็เหมาะควร
ว่าแต่เหตุใดจึงมีผู้คนไปมุงล้อมซื้อมากมายถึงเพียงนั้น?
ช่างน่าแปลกใจยิ่งนัก
สวีเมี่ยวอวิ๋นได้กลิ่นหอมพิเศษบางอย่างโชยมาจางๆ
หอมเหลือเกิน...
กลิ่นนี้แผ่ซ่านมาจากสิ่งใดกันแน่?
สวีเมี่ยวอวิ๋นรู้สึกว่าตนเองยิ่งหิวโหยมากขึ้นไปอีก แทบจะได้ยินเสียงท้องร้องโครกครากอย่างไม่รักดี
ครู่ต่อมา เสี่ยวชุ่ยก็วิ่งกลับมา ในมือประคองห่อกระดาษซับน้ำมันห่อหนึ่ง
ทันทีที่เสี่ยวชุ่ยเข้ามา กลิ่นหอมกรุ่นนั้นก็พลันตลบอบอวลเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมหลายสิบเท่า
สวีเมี่ยวอวิ๋นแทบจะลุ่มหลงมึนเมา
"กลิ่นอันใดกัน? เหตุใดจึงหอมถึงเพียงนี้?"
เสี่ยวชุ่ยเอ่ยตอบ "คุณหนู เป็นกลิ่นหอมของปิ่งนี่เจ้าค่ะ"
ว่าพลาง เสี่ยวชุ่ยก็เปิดห่อกระดาษซับน้ำมันออก เผยให้เห็นปิ่งแผ่นหนึ่งดังคาด
ปิ่งถูกหั่นแบ่งออกเป็นสี่ส่วน
ผิวหน้าเป็นสีเหลืองทองอร่าม แทรกสลับด้วยจุดสีเขียวเล็กๆ นั่นคือต้นหอมซอย ช่างดูน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก
สวีเมี่ยวอวิ๋นเอ่ยถาม "นี่คือปิ่งอันใดกัน? เมื่อก่อนไม่เคยเห็นมาก่อนเลย"
เสี่ยวชุ่ยตอบว่า "เรียกว่า... พันชั้น... อ้อ ใช่แล้ว เรียกว่าปิ่งต้นหอมพันชั้นเจ้าค่ะ"
สวีเมี่ยวอวิ๋นเผยสีหน้าฉงนสงสัย
ปิ่งต้นหอมพันชั้นงั้นหรือ? ก็ยังไม่เคยได้ยินอยู่ดี
"คุณหนู ข้าจะบอกท่านให้นะเจ้าคะ นี่คือปิ่งแผ่นสุดท้ายแล้ว หากช้าไปเพียงก้าวเดียวก็คงแย่งชิงมาไม่ทัน"
"อร่อยถึงเพียงนั้นเชียวรึ?"
"คุณหนู ท่านรีบชิมเถิดเจ้าค่ะ เถ้าแก่ที่ขายปิ่งบอกว่าต้องทานตอนร้อนๆ หากเย็นชืดแล้วจะไม่อร่อย"
สวีเมี่ยวอวิ๋นมิได้คิดมากความ นางใช้กระดาษซับน้ำมันอีกแผ่นห่อจับมุมหนึ่งของปิ่งต้นหอม
ค่อนข้างลวกมืออยู่บ้างจริงๆ
แต่สวีเมี่ยวอวิ๋นก็ยังคงกัดลงไปเบาๆ หนึ่งคำ
เพียงคำนี้ตกถึงท้องก็เป็นเรื่องแล้ว!
กลิ่นหอมของแป้งมันเนยและต้นหอมซอย พวยพุ่งอบอวลไปทั่วทั้งโพรงปาก
รสสัมผัสที่กรอบนอกนุ่มในนั้น ทำให้สวีเมี่ยวอวิ๋นถึงกับเบิกตากว้างขึ้นมาในทันที
เสี่ยวชุ่ยเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "คุณหนู เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ? อร่อยหรือไม่?"
สวีเมี่ยวอวิ๋นถึงกับไม่สนใจจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำตอบ กัดกินต่อเนื่องไปอีกหลายคำ
ปิ่งหนึ่งชิ้นแทบจะถูกกินจนหมดเกลี้ยงแล้ว
เสี่ยวชุ่ยเบิกตากว้าง
ให้ตายเถอะ อาการเช่นนี้ไม่ต้องตอบก็รู้แล้ว
ต้องอร่อยอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นคุณหนูคงไม่สวาปามถึงเพียงนี้
สวีเมี่ยวอวิ๋นเป็นถึงบุตรีสายนอกของกั๋วกงเชียวนะ สัตว์บกที่วิ่งบนดิน สัตว์น้ำที่ว่ายในน้ำ สัตว์ปีกที่บินบนฟ้า ของป่าที่เติบโตบนเขา มีอาหารเลิศรสล้ำค่าใดบ้างที่นางไม่เคยลิ้มลอง?
ทว่ากลับไม่เคยเห็นสวีเมี่ยวอวิ๋นมีอาการเช่นนี้มาก่อนเลย
ปิ่งชิ้นหนึ่งถูกสวีเมี่ยวอวิ๋นกวาดลงท้องไปอย่างรวดเร็ว ทว่านางกลับยังคงจ้องมองปิ่งต้นหอมที่เหลืออยู่
เห็นได้ชัดว่าสวีเมี่ยวอวิ๋นยังอยากกินอีก
แต่เพราะมีเสี่ยวชุ่ยอยู่ด้วย สวีเมี่ยวอวิ๋นจึงต้องระวังรักษากิริยามารยาทความเป็นคุณหนูอยู่บ้าง
หอมเหลือเกิน!
อร่อยเกินไปแล้ว!
เหตุใดจึงอร่อยถึงเพียงนี้?
ดูเหมือนจะล้ำเลิศยิ่งกว่าอาหารเหลาจากยอดพ่อครัวเสียอีก ปิ่งต้นหอมพันชั้นนี่แท้จริงแล้วเป็นของกินจากที่ใดกัน?
ยามนี้ เสี่ยวชุ่ยก็เอ่ยขึ้นอีกว่า "จริงสิเจ้าคะ เถ้าแก่ที่ขายปิ่งนั่นยังหนุ่มแน่นอยู่เลย รูปร่างหน้าตาก็หล่อเหลาเอาการนัก"
สวีเมี่ยวอวิ๋นขานรับ "อ้อ" คำหนึ่ง ในใจกลับรู้สึกใคร่รู้
ปิ่งต้นหอมพันชั้นที่เลิศรสถึงเพียงนี้ หรือว่าจะมาจากฝีมือของเถ้าแก่หนุ่มผู้นั้น?
สวีเมี่ยวอวิ๋นคิดไปพลาง มือเล็กๆ ก็อดไม่ได้ที่จะคว้าปิ่งต้นหอมขึ้นมาอีกหนึ่งชิ้น
กินไปพลาง หลับตาพริ้มไปพลาง ราวกับกำลังดื่มด่ำกับอาหารทิพย์และชาสวรรค์ก็มิปาน
เสี่ยวชุ่ยตกตะลึงอีกครา
เมื่อก่อนต่อให้คุณหนูจะหิวโหยเพียงใด ก็ไม่เคยแสดงกิริยาเช่นนี้ออกมาเลย!
ในขณะเดียวกัน เฉินหยางก็ขายปิ่งต้นหอมจนหมด และเริ่มเก็บแผง
กิจการในวันนี้ดีเยี่ยมเป็นพิเศษ ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามก็ขายปิ่งต้นหอมร้อยยี่สิบแผ่นจนหมดเกลี้ยง
เงินร่วมหนึ่งพันห้าร้อยอีแปะตกเข้ากระเป๋า เฉินหยางย่อมต้องเบิกบานใจเป็นธรรมดา
สิ่งที่ทำให้เขายินดีปรีดายิ่งกว่า ก็คือยามนี้น่าจะสะสมค่าความมั่งคั่งได้ถึงห้าพันแต้ม สามารถแลกรับเมนูอาหารใหม่ได้แล้ว
หากมีเมนูใหม่ ความสามารถในการหาเงินของเฉินหยางย่อมต้องยกระดับขึ้นไปอีกขั้นเป็นแน่
เฉินหยางเก็บแผงกลับมาถึงที่พัก บอกกล่าวเฝิงซื่อคำหนึ่ง แล้วก็เดินเข้าห้องของตนเอง ปิดประตูลงกลอน
เฉินหยางเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมา เพื่อตรวจสอบค่าความมั่งคั่งในปัจจุบัน
【ค่าความมั่งคั่ง: 4670】
เฉินหยางชะงักงันไป
นี่มันไม่ถูกสิ ตามหลักแล้ว ค่าความมั่งคั่งควรจะถึง 5,000 กว่าแต้มแล้วไม่ใช่รึ
ทันใดนั้น เฉินหยางก็พลันนึกขึ้นได้
เป็นเพราะก่อนหน้านี้เขาไปสั่งตัดเสื้อผ้าหลายชุดที่ร้านช่างตัดเสื้อหวัง ค่าความมั่งคั่งจึงลดทอนลงไปหลายร้อยแต้ม
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ จำนวนเงินสดที่เฉินหยางมีครอบครองอยู่ ก็คือตัวเลขของค่าความมั่งคั่งนั่นเอง
1 อีแปะ เท่ากับ 1 ค่าความมั่งคั่ง
เฉินหยางก็หาได้ใส่ใจไม่ อย่างมากก็แค่ทำการค้าขายอีกสักวัน ก็สามารถบรรลุเงื่อนไขได้อีกครั้งแล้ว