spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 2 สวรรค์! รสชาตินี้! ล้ำเลิศเกินบรรยาย!
เฉินหยางเอ่ยถาม "ท่านแม่ เป็นอย่างไรบ้าง พอใช้ได้หรือไม่ขอรับ?"
เฝิงซื่อถึงกับไม่สนใจจะเอื้อนเอ่ยตอบคำในทันที นางกลืนของกินในปากลงคอเสียก่อนจึงค่อยพยักหน้าตอบว่า "อร่อยเหลือเกิน! หยางเอ๋อร์ นี่มันคือสิ่งใดกันแน่? แม่ไม่เคยได้กินของที่อร่อยถึงเพียงนี้มาก่อนเลย!"
เฉินหยางแย้มยิ้มบางๆ "ท่านแม่ สิ่งนี้เรียกว่าปิ่งต้นหอมพันชั้น ท่านไม่เคยกินมาก่อนย่อมเป็นเรื่องปกติขอรับ เพราะมันยังไม่มีขายที่ใด"
เฝิงซื่อพลันกระจ่างแจ้งในบัดดล นางทอดสายตามองปิ่งต้นหอมที่เพียบพร้อมทั้งสีสัน กลิ่น และรสชาติในตะกร้าสาน แล้วลอบกลืนน้ำลายลงคออีกอึกหนึ่ง
อันที่จริงเฝิงซื่อนั้นมิได้หิวโหย ทว่าก็ยังกินปิ่งเข้าไปถึงหนึ่งชิ้น ซ้ำยังปรารถนาจะกินต่ออีก
ช่วยไม่ได้จริงๆ เจ้าสิ่งที่เรียกว่าปิ่งต้นหอมพันชั้นนี่มันช่างอร่อยล้ำเกินไปแล้ว
"หยางเอ๋อร์ เจ้าจะออกไปขายปิ่งต้น... ต้นหอมนี่งั้นรึ?"
เฉินหยางพยักหน้ารับ พลางหยิบปิ่งต้นหอมชิ้นหนึ่งขึ้นมากินอย่างสบายอารมณ์
อร่อย... อร่อยจริงๆ ด้วย
ของล้ำเลิศเช่นนี้หากขายไม่เป็นเทน้ำเทท่า ก็ถือว่าผิดผีผิดสวรรค์แล้ว!
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เฉินหยางก็ออกไปตั้งแผงริมถนนอีกครา
เซาปิ่งแป้งขาวอะไรนั่นเขาเลิกทำแล้ว เริ่มต้นขายเพียงปิ่งต้นหอมพันชั้นโดยตรง
เฉินหยางตื่นแต่เช้าตรู่ ลงมือทำปิ่งต้นหอมรวดเดียวถึงห้าสิบแผ่นอยู่ที่บ้าน แล้วนำออกมาตั้งแผงทั้งหมด
ปิ่งต้นหอมพันชั้นแต่ละแผ่นสามารถหั่นแบ่งได้สี่ชิ้น แต่ละชิ้นขายในราคาสามอีแปะ
ดังนั้น ปิ่งหนึ่งแผ่นรวมแล้วจะขายได้สิบสองอีแปะ
เมื่อเฉินหยางจัดแจงข้าวของเสร็จสิ้น ก็ยกปิ่งต้นหอมพันชั้นแผ่นหนึ่งออกมาวางโชว์
มือขยับมีดตวัดลง สับเพียงสองฉับ ก็แบ่งออกเป็นสี่ชิ้นพอดี
กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งมันเนยที่ผสมผสานกับต้นหอมซอย ช่างละมุนละไมและนุ่มลึก เพียงไม่นานก็ลอยตลบอบอวลแผ่ซ่านออกไป
ผู้ที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอเป็นคนแรกคือพ่อค้าขายสาลี่ที่อยู่แผงข้างๆ มีนามว่า 'จางหู่'
"โอ้ว เถ้าแก่เฉิน เจ้าขายสิ่งใดกัน? เหตุใดจึงหอมถึงเพียงนี้?"
เฉินหยางแย้มยิ้มพลางเริ่มเสนอขาย "ปิ่งต้นหอมพันชั้นน่ะ สนใจจะลิ้มลองสักหน่อยหรือไม่เล่า?"
"ราคาเท่าใด?"
"ชิ้นละสามอีแปะ"
"เหอะ ไม่ถูกเลยนะนั่น"
เฉินหยางยิ้มบางๆ "พี่จาง รับรองว่าคุ้มค่าเกินราคาอย่างแน่นอน"
จางหู่รู้สึกว่าแพงไปจริงๆ นั่นแหละ
ต้องรู้ก่อนว่าเซาปิ่งแป้งขาวชิ้นหนึ่งราคาเพียงสองอีแปะเท่านั้น
แต่ปิ่งชิ้นนี้ดูค่อนข้างบางนัก ไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าใด กินแล้วคงไม่อยู่ท้อง
ทว่าปิ่งนั่นกลับส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายเหลือเกิน
จางหู่เองก็ยังไม่ได้กินมื้อเช้า ท้องจึงถูกกระตุ้นจนส่งเสียงร้องโครกคราก
ผนวกกับของกินที่เฉินหยางนำมาขายนั้นช่างแปลกตายิ่งนัก
จางหู่ไม่เคยพานพบมาก่อน จึงเกิดความอยากรู้อยากเห็นว่ารสชาติที่แท้จริงของมันจะเป็นเช่นไร
"ตกลง! พี่จางคนนี้จะช่วยอุดหนุนกิจการของเจ้าสักหน่อยก็แล้วกัน! เอามาหนึ่งชิ้น!"
จางหู่ล้วงหาเงินสามอีแปะจากกล่องเก็บเงินของตน โยนให้เฉินหยาง จากนั้นก็คว้าปิ่งต้นหอมขึ้นมาหนึ่งชิ้น
"ซี๊ด ร้อน! ร้อนจังโว้ย!"
ว่าแล้ว ปากกว้างๆ ของจางหู่ก็งับลงไปหนึ่งคำ
สีหน้าของจางหู่พลันเปลี่ยนแปลงไปมาอย่างหลากหลายจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เริ่มแรกคือฉงนสงสัย จากนั้นกลายเป็นตกตะลึง และพริบตาต่อมาดวงตาก็เบิกโพลงราวกับกระดิ่งทองแดงใบใหญ่ จางหู่ขบเคี้ยวเพียงสองสามคำก็สวาปามปิ่งต้นหอมทั้งชิ้นลงท้องไปจนหมดสิ้น
"อื้อหือ! สวรรค์! อร่อย! อร่อยจริงๆ!"
รอจนจางหู่กลืนของในปากลงคอจนหมด จึงเอ่ยขึ้นมาอีกว่า
"เถ้าแก่เฉิน นี่คือปิ่งอะไรกัน? เหตุใดก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยเห็นเจ้าทำขายมาก่อนเลย?"
เฉินหยางแย้มยิ้ม "นี่คือสิ่งที่ข้าเพิ่งคิดค้นขึ้นมาใหม่ ปิ่งต้นหอมพันชั้น... พี่จาง ข้ากล้าพูดเลยว่าในนครหนานจิงแห่งนี้ มีร้านขายปิ่งชนิดนี้เพียงร้านเดียว ไม่มีสาขาอื่นใดอีกแล้ว"
จางหู่เบิกตากว้าง ร้องตะโกนเสียงดัง "เอามาอีกชิ้น! ไม่สิ! สองชิ้น!"
พูดจบ จางหู่ก็โยนเงินให้เฉินหยางอีกหกอีแปะ แล้วหยิบปิ่งไปสองชิ้น
พอทางนี้เริ่มส่งเสียงเอะอะมะเทิ่ง ความสนใจของพ่อค้าแม่ขายแผงใกล้เคียงก็ถูกดึงดูดเข้ามาทันที
"จางหู่ เจ้ากินสิ่งใดอยู่หรือ? หอมถึงเพียงนั้นเชียวรึ?"
"หือ? ปิ่งนั่นน่ะหรือ? ดูแปลกตาดีแท้"
"ขายอย่างไรเล่า? กลิ่นหอมดียิ่งนัก ข้าจะลองชิมดูบ้าง"
ด้วยเหตุนี้ ปิ่งต้นหอมพันชั้นก็ถูกขายออกไปอีกเจ็ดแปดชิ้นในพริบตา
ปิ่งสามแผ่นถูกขายจนหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว
ตามติดมาด้วยเสียงร้องอุทาน เสียงกล่าวชื่นชม และเสียงตกตะลึง ดังระงมสลับกันไปมา
"สวรรค์! รสชาตินี้! ล้ำเลิศเกินบรรยาย!"
"เถ้าแก่! นี่คือปิ่งอะไรกัน? เหตุใดเมื่อก่อนข้าจึงไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน?"
"กรอบนอกนุ่มใน รสชาตินี้ช่างไร้ที่ติจริงๆ!"
ในขณะเดียวกัน เบื้องหน้าของเฉินหยางก็ปรากฏตัวอักษรโปร่งแสงของระบบขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
【ได้รับค่าความมั่งคั่ง 3】 【ได้รับค่าความมั่งคั่ง 3】 【ได้รับค่าความมั่งคั่ง 6】 ......
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ 1 อีแปะสามารถแลกเปลี่ยนเป็นค่าความมั่งคั่งได้ 1 แต้ม
ทว่าค่าความมั่งคั่งมีประโยชน์อันใดกันเล่า?
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นข้างหูเฉินหยางอีกครา
【เมื่อค่าความมั่งคั่งบรรลุถึง 5,000 แต้ม จะสามารถซื้อเมนูอาหารใหม่ได้】
เฉินหยางกระจ่างแจ้งในทันที
เมนูอาหารล้วนต้องใช้เงินซื้อหามาจากในระบบนี่เอง
สำหรับคนเป็นพ่อครัวแล้ว ยิ่งเชี่ยวชาญเมนูอาหารมากเท่าใด ย่อมหมายถึงความแข็งแกร่งที่มากขึ้นเท่านั้น
ค่าความมั่งคั่ง 5,000 แต้ม นั่นก็คือเงิน 5,000 อีแปะ
คำนวณดูแล้วก็ใช้ปิ่งต้นหอมเพียงสี่ร้อยกว่าแผ่นเท่านั้นเอง
ขอเพียงเปิดตลาดปิ่งต้นหอมพันชั้นได้สำเร็จ ก็น่าจะบรรลุเป้าหมายได้ในเวลาไม่นานนัก
อันที่จริง ปิ่งต้นหอมห้าสิบแผ่นที่นำมาขายในวันแรก ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามก็ถูกกวาดเรียบจนหมดสิ้น
นอกจากพ่อค้าแม่ขายในละแวกใกล้เคียงที่ช่วยไว้หน้าอุดหนุนแล้ว ยังมีผู้คนที่สัญจรไปมาซึ่งโปรดปรานการลิ้มลองของแปลกใหม่แวะเวียนมาซื้ออีกด้วย
ขอเพียงพวกเขาได้ลิ้มรสไปหนึ่งคำ ย่อมต้องถวิลหาจนสุดระงับใจ มิอาจหยุดกินได้อย่างแน่นอน
เฉินหยางลอบขบคิด ดูจากสถานการณ์เช่นนี้แล้ว ตัวเขาน่าจะสามารถแก้ปัญหาปากท้อง และก้าวเข้าสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ในเร็ววันเป็นแน่
หากมีเงินทุนเป็นกอบเป็นกำเมื่อใด เขาย่อมสามารถเช่าร้านรวงเป็นหลักเป็นแหล่งบนถนนสายนี้ได้อย่างแน่นอน
เช่นนั้นก็จะสามารถประกอบกิจการได้สะดวกสบายยิ่งขึ้นไปอีกขั้น