หน้าแรก > ยอดเชฟแห่งต้าหมิง: เปิดฉากมาก็พิชิตแม่นางสวีเมี่ยวอวิ๋น
บทที่ 1 ข้ามเวลาสู่ต้าหมิงเพื่อทำปิ่งต้นหอม (ชงโหยวปิ่ง)

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 1 ข้ามเวลาสู่ต้าหมิงเพื่อทำปิ่งต้นหอม (ชงโหยวปิ่ง)

 

รัชศกหงอู่ตอนต้น ร้อยอาชีพรอการฟื้นฟู

ณ ย่านตลาดพลุกพล่านเขตนอกเมือง นครหนานจิง เมืองหลวงอิ้งเทียนฝู่

'เฉินหยาง' ยืนอยู่ริมถนน ใบหน้าฉายแววสับสนมึนงง

 

เดิมทีเขาเป็นเพียงคนธรรมดาจากโลกอนาคต ทว่าไม่ทราบด้วยเหตุอันใด ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครากลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ทั้งยังเข้ามาสิงอยู่ในร่างของชาวต้าหมิงผู้หนึ่ง

ประจวบเหมาะนักที่ชายหนุ่มชาวต้าหมิงผู้นี้ก็มีนามว่า 'เฉินหยาง' เช่นเดียวกัน ความทรงจำของเฉินหยางทั้งสองจึงหลอมรวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว

 

ยามนี้ราชวงศ์หมิงเพิ่งสถาปนาได้เพียงไม่กี่ปี ทว่าบ้านเมืองกลับปรากฏภาพความเจริญรุ่งเรืองให้เห็นแล้ว ถึงกระนั้น เฉินหยางก็ยังคงมืดแปดด้าน มิรู้ว่าควรจะทำเช่นไรต่อไปดี

โชคดีที่เจ้าของร่างเดิมผู้นี้ก็เป็นพ่อค้ามาก่อน เขามีแผงขายเซาปิ่ง (ขนมเปี๊ยะย่าง) อยู่ที่เขตนอกเมืองหนานจิง ประทังชีวิตด้วยการขายเซาปิ่งไปวันๆ

 

เฉินหยางยังมีมารดาอยู่อีกหนึ่งคน นามว่า 'เฝิงซื่อ' สองแม่ลูกถือได้ว่าใช้ชีวิตพึ่งพาอาศัยกันและกันในนครหนานจิงแห่งนี้

หลังจากปรับตัวอยู่สองวัน ในที่สุดเฉินหยางก็จำต้องออกไปตั้งแผงขายเซาปิ่ง อย่างหมดหนทางเลือก ก็เพื่อปากท้องและการยังชีพนี่นะ

 

เช้าตรู่วันนี้ เมื่อจัดแจงตั้งแผงเสร็จสิ้น เฉินหยางก็เริ่มง่วนกับการทำงาน

เซาปิ่งในยุคต้นราชวงศ์หมิงนั้น ไม่ได้แตกต่างจากยุคหลังมากนัก ยกตัวอย่างเช่นเซาปิ่งที่เฉินหยางขาย เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีลักษณะคล้ายคลึงกับแป้งย่างไส้เนื้อลาในยุคหลัง ด้านบนโรยด้วยงา เมื่อนำไปอบในเตาไฟร้อนจัด กลิ่นก็หอมกรุ่นไม่เบา

 

ทว่าปัญหาคือ ตอนนี้มีพ่อค้าแม่ขายที่ทำเซาปิ่งแป้งขาวแบบนี้เยอะเกินไป เอาแค่ถนนสายนี้ มองกวาดสายตาไปก็เห็นอย่างน้อยเจ็ดแปดรายแล้วที่เปิดแผงขายอยู่

เฉินหยางเป็นเพียงพ่อค้าแผงลอยเล็กจ้อย ขายเซาปิ่งแค่ชนิดเดียว อย่างมากก็แค่แบ่งรสชาติออกเป็นรสเค็มกับรสจืด ส่วนพ่อค้ารายอื่นนั้น มีสินค้าให้เลือกหลากหลายชนิดกว่ามาก

 

ดังนั้น กิจการของเฉินหยางจึงไม่สู้ดีนัก นานๆ จะขายได้สักชิ้นสองชิ้น ได้กำไรเพียงไม่กี่อีแปะ รายได้วันละหลายสิบอีแปะ หรือมากสุดก็แค่หลักร้อยอีแปะ ทำได้เพียงประทังปากท้องไปวันๆ อย่างยากลำบาก

ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงประหลาดดังก้องขึ้นในห้วงคำนึง

 

บรรลุเงื่อนไข ระบบยอดกุ๊กมหาเศรษฐีเปิดใช้งานสำเร็จ

ระดับปัจจุบัน: กุ๊กฝึกหัด

ได้รับเมนูใหม่: ปิ่งต้นหอมพันชั้น

 

เฉินหยางตั้งสติได้ในทันที

ให้ตายเถอะ! ตำนานนั่นเป็นเรื่องจริง ข้ามเวลาทะลุมิติมา ย่อมต้องมีระบบตกจากสวรรค์มาประทานให้!

ชายหนุ่มปลาบปลื้มยินดีเป็นล้นพ้น นี่หมายความว่าเขาสามารถเอาชีวิตรอดในราชวงศ์หมิงแห่งนี้ได้แล้ว ซ้ำยังน่าจะอยู่ดีกินดีเสียด้วย

 

ทว่าสิ่งที่เรียกว่าระบบยอดกุ๊กมหาเศรษฐีนี้ ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับการทำอาหาร มันคือระบบของพ่อครัวนั่นเอง

ขอเพียงหาเงินได้ก็พอแล้ว ไม่ต้องถึงขั้นร่ำรวยเทียบเท่า 'เสิ่นว่านซาน' หรอก ขอแค่ได้เป็นเศรษฐีผู้มั่งคั่ง เฉินหยางก็พอใจนักหนาแล้ว

 

เมนูที่เฉินหยางได้รับมาคือ 'ปิ่งต้นหอมพันชั้น'

เฉินหยางพลันฉุกคิดขึ้นมาได้ ปิ่งต้นหอมพันชั้นนั้นดูธรรมดาสามัญยิ่งนัก ในยุคหลังพบเห็นได้ทั่วไป มีขายอยู่ทุกหัวระแหง แต่ทว่านี่คือยุคต้นราชวงศ์หมิง ของกินอย่างปิ่งต้นหอมอาจจะมีอยู่บ้าง ทว่าคงเป็นเพียงอาหารพื้นบ้านเฉพาะถิ่น ยังไม่แพร่หลายไปทั่วทั้งแผ่นดินต้าหมิง

 

ยิ่งไปกว่านั้น ปิ่งต้นหอมแบบ 'พันชั้น' อาจจะยังไม่ถือกำเนิดขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ

เฉินหยางเดินเตร็ดเตร่สำรวจในนครหนานจิงมาสองวันแล้ว และไม่เคยเห็นใครขายปิ่งต้นหอมเลยจริงๆ อีกทั้งปิ่งต้นหอมพันชั้นที่ระบบมอบให้ ย่อมต้องมีความโดดเด่นเหนือชั้นกว่าใครเป็นแน่

พอคิดได้เช่นนี้ เฉินหยางก็ไม่มีกะจิตกะใจจะตั้งแผงขายของอีกต่อไป เขารีบเก็บแผงแล้วมุ่งหน้ากลับไปยังที่พักทันที

 

เฝิงซื่อผู้เป็นมารดากำลังจัดกวาดเรือน พอเห็นเฉินหยางกลับมาก็อดชะงักไม่ได้

"เหตุใดเจ้าจึงกลับมาแล้วเล่า? ขายหมดเกลี้ยงแล้วรึ?"

เฉินหยางส่ายหน้า "มิใช่ขอรับท่านแม่ ข้าจะมาวิจัย... เอ้ย ข้าจะมาขบคิดทำอะไรสักหน่อยน่ะขอรับ"

"ขบคิดทำสิ่งใดกัน?"

 

เฉินหยางยิ้มรับพร้อมเอ่ยตอบ "ท่านแม่ อีกประเดี๋ยวท่านก็ทราบแล้วขอรับ"

กล่าวจบ เขาก็เดินตรงเข้าไปในห้องครัว เฝิงซื่อได้แต่ส่ายหน้า แล้วปล่อยให้บุตรชายทำตามอำเภอใจ

เวลานี้ ในหัวของเฉินหยางปรากฏข้อมูลต่างๆ ขึ้นมามากมาย วิธีการทำปิ่งต้นหอมพันชั้นซึมซับเข้าใจอย่างถ่องแท้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

เฉินหยางปรายตามองวัตถุดิบที่วางอยู่บนเขียงแป้ง มีทั้งแป้งสาลี ต้นหอม และน้ำมันเมล็ดผักกาด ข้างหูคล้ายมีเสียงแจ้งเตือนบางอย่างดังขึ้น

แป้งสาลี ระดับความสดใหม่: สูง

ต้นหอม ระดับความสดใหม่: ปานกลาง

น้ำมันเมล็ดผักกาด ระดับความสดใหม่: ปานกลาง

 

เฉินหยางลอบคิดในใจ การเป็นโฮสต์ของระบบนี่ช่างดีงามเสียจริง ความสามารถที่มองปราดเดียวก็รู้ถึงความสดใหม่ของวัตถุดิบได้เช่นนี้ สำหรับคนเป็นพ่อครัวแล้ว ช่างเป็นสกิลที่โกงฝืนลิขิตฟ้าเกินไปแล้ว!

มือของเฉินหยางเริ่มขยับขับเคลื่อน ผสมน้ำนวดแป้ง จนจับตัวเป็นก้อน ก้อนแป้งต้องไม่แข็งจนเกินไป ต้องนวดให้พยายามนุ่มที่สุด

 

สองมือของเฉินหยางพลิกพริ้วไปมาบนเขียงแป้ง ลื่นไหลไร้ที่ติราวกับกำลังร่ายรำ

เมื่อนวดแป้งได้ที่ ก็วางพักทิ้งไว้ด้านข้าง นำน้ำมัน เกลือ และแป้งสาลีมาผสมคนให้เข้ากัน ทำเป็นแป้งมันเนย ตัดแบ่งก้อนแป้ง แล้วคลึงแผ่จนบางเฉียบ ทาแป้งมันเนย โรยต้นหอมซอย

ลงกระทะ...

 

เพียงชั่วครู่ กลิ่นหอมก็โชยเตะจมูก

สวรรค์! แม้แต่เฉินหยางเองยังต้องตกตะลึง เขาเคยกินปิ่งต้นหอมมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าปิ่งต้นหอมที่หอมฟุ้งถึงเพียงนี้ เพิ่งเคยพบเจอเป็นครั้งแรก!

 

ท่านแม่เฝิงซื่อที่แต่เดิมกำลังเย็บผ้าอยู่ในลานบ้าน ย่อมต้องได้กลิ่นหอมหวนที่ลอยกรุ่นออกมาจากห้องครัวเช่นกัน ไอ๊หยา กลิ่นนี้เล่นเอาแทบจะมึนเมาลุ่มหลง

เฝิงซื่ออดไม่ได้ที่จะร้องถามเสียงดัง "หยางเอ๋อร์ เจ้ากำลังทำสิ่งใดกัน? เหตุใดจึงหอมถึงเพียงนี้?"

 

สิ้นเสียงเอ่ยถาม ประตูห้องครัวก็เปิดออก เฉินหยางประคองจานใบหนึ่งเดินออกมา ภายในจานใบนั้น บรรจุไว้ด้วยปิ่งต้นหอมพันชั้นที่ถูกหั่นแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำ

"ท่านแม่ นี่คือของกินที่ข้าเพิ่งคิดค้นขึ้นมาใหม่ ท่านลองชิมดูสิขอรับ"

"แต่แม่ยังไม่หิวนี่นา"

 

"ท่านแม่ ท่านก็ช่วยชิมให้ข้าหน่อยเถิดขอรับ ว่าอร่อยหรือไม่"

ว่าพลาง เฉินหยางก็ยื่นกระดาษซับน้ำมันให้มารดาหนึ่งแผ่น ปิ่งต้นหอมสีเหลืองทองอร่ามในตะกร้าสาน ช่างดูน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก

เฝิงซื่อใช้กระดาษรองซับน้ำมันห่อจับมุมหนึ่งของปิ่งต้นหอม แล้วกัดกร้วมเข้าไปหนึ่งคำ

 

"โอ๊ย ร้อน ร้อน... เอ๊ะ?"

เมื่อเฝิงซื่อได้ลิ้มรสชาติ ดวงตาก็เบิกกว้าง จากนั้นก็เคี้ยวตุ้ยๆ โดยไม่สนใจปิ่งต้นหอมที่ยังคงร้อนลวกปากเลยแม้แต่น้อย รสชาติของแป้งทอดกรอบผสมผสานกับกลิ่นหอมของต้นหอม ช่างทั้งเข้มข้นและกลมกล่อมละมุนลิ้น สัมผัสยามขบเคี้ยวยิ่งล้ำเลิศเกินบรรยาย

 

กรอบนอกนุ่มใน เคี้ยวเพลินเจริญอาหาร อีกทั้งยังมีสัมผัสซ้อนทับกันหลายชั้น มอบความสุขทวีคูณ ขอเพียงได้ลิ้มลองสักหนึ่งคำ ก็ทำให้ผู้คนไม่อาจหยุดกินได้อีกต่อไป

 

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.