หน้าแรก > ราชันสามภพ
ตอนที่ 132 การระงับท่าทีนี่ช่างยากเย็นนัก

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

เห็นได้ชัดว่าความเห็นของคนในกลุ่มนี้นั้นมิได้เห็นพ้องต้องกันทั้งหมด พวกมันจึงหันมามอง ชายที่ดูมีอายุมากที่สุด ที่มีจมูกโค้งงุ้มราวกับสะพานโค้ง

เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้เป็นผู้นำของพวกมัน

"ศิษย์พี่กวง ท่านว่าอย่างไร? พวกเราควรจับตัวพวกบ้านนอกน่าสงสัยกลุ่มนี้ไว้ก่อนดีหรือไม่? "

“ศิษย์พี่กวง ศิษย์น้องผู้นี้คิดว่าป่านนี้ไอ้ตัวอุบาทว์หลอกลวงทั้งสองตัวนั่นคงหลบหนีไปไกลแล้ว ยากนักที่จะตามหาพวกมันได้พบท่ามกลางทะเลเมฆหมอกเช่นนี้”

"ถูกแล้วท่านพี่ กลุ่มคนพวกนี้พลันปรากฏขึ้นมาในจังหวะสำคัญที่พวกเรากำลังไล่ตามคนร้าย อีกทั้งพวกมันดูมิใช่คนแถวนี้อีกด้วย สัตว์ขี่ของพวกมันก็แปลกประหลาดนักซ้ำยังมาขวางทางพวกเราอีก เราถูกพวกมันดึงความสนใจไปเช่นนี้แล้วจะให้พวกเราติดตามสองคนนั้นไปอย่างไร? "

“ถูกแล้วศิษย์พี่ เหตุผลที่พวกเรามิอาจไล่ตามคนร้ายพวกนั้นไปได้ ล้วนแล้วแต่เป็นเพราะกลุ่มคนน่าสงสัยพวกนี้ที่ทำให้พวกเราเสียเวลา หากพวกมันมิได้ออกมาขัดขวางป่านนี้พวกเราถึงตัวคนร้ายแล้ว แต่ยามนี้เพราะพวกมันทำให้การติดตามคนร้ายของพวกเรายากลำบากนัก!”

พวกลิงหัวโขนอุบาทว์เหล่านี้เห็นได้ชัดว่าเบนโทสะจากความผิดพลาดและไร้สามารถของตัวในการติดตามคนร้ายของพวกมันมาลงที่เจี้ยงเฉิน

ศิษย์พี่กวงที่เป็นผู้ตัดสินใจของคนกลุ่มนี้ พลันเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาก่อนที่จะหันมามองกลุ่มของเจี้ยงเฉินราวกับขุนนางโฉดชั่วที่หาแพะรับบาปได้แล้ว

"ตกลงพวกเจ้าทั้งหมดเป็นผู้ใด? ข้าจะให้โอกาสสุดท้ายแก่พวกเจ้า หากพวกเจ้ามิตอบคำข้าอย่าได้โทษว่าพวกข้าวิหารอุดรครามสวรรค์โหดร้ายและไม่ให้โอกาสพวกเจ้า" ในที่สุดศิษย์พี่กวงก็กล่าวคำออกมา

ตัวเขานั้นต้องการกระทำการเช่นนี้นานแล้ว เพียงแต่ว่าเขาจำเป็นต้องหาเหตุผลที่เหมาะสมเสียหน่อย...

เจี้ยงเฉินเหลือบมองชายที่เรียกว่าศิษย์พี่กวงก่อนจะหันไปสบตาพวกตัวอุบาทว์เหล่านี้ ก่อนที่จะหันไปมองกลุ่มของมันพร้อมกล่าวออกมาอย่างไม่แยแส "พวกเราไปกันเถอะ"

"พวกเจ้าคิดจากไป?" ศิษย์พี่กวงรู้สึกไม่พอใจอย่างมากเมื่อถูกเมินเฉย "เจ้าอยู่ในเขตของวิหารอุดรครามสวรรค์คิดจะมาก็มาคิดจะไปก็ไป โดยละเลยคำถามของข้า พวกเจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร?"

ร่างของเจี้ยงเฉินพลันหยุดลง ก่อนที่จะหันกลับมามองมันด้วยสายตาเย็นชาก่อนที่กล่าวถามว่า "แล้วเจ้าเป็นตัวอะไร? เจ้าเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยเขี้ยวมังกรหรือไม่? หรือเจ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญส่วนตัวของราชา? พวกเจ้ามีสิทธิ์สอบปากคำข้าด้วยเช่นนั้นหรือ? "

"โอ้ ไอ้หนูเจ้าอวดดีมิเบาเลยนี่?"

"ศิษย์พี่กวง อย่าได้ต่อปากต่อคำกับไอเด็กโอหังนี่อีกเลย จับตัวพวกมันกันก่อนเถิด มิมีผู้ใดกล้ากระทำการสามหาวเช่นนี้ในเขตวิหารอุดรครามสวรรค์มานานแล้ว"

"ถูกแล้ว พวกมันหาที่ตายเพราะความจองหองของพวกมันเอง!"

ศิษย์พี่กวงที่ได้รับการสนับสนุนจากเหล่าศิษย์น้องเริ่มมีขวัญกำลังใจฮึกเหิมมากขึ้น "เอาล่ะพี่น้องทั้งหลาย พวกเจ้าลงมือจับกุมกลุ่มคนร้ายเหล่านี้ได้ พวกมันน่าจะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับโจรอุบาทว์สองตัวก่อนหน้านี้! "

คนกลุ่มนี้แต่ละคนนั้นอยู่ในอาณาจักรปราณแท้จริง ถึงแม้พวกมันจะไม่ได้นับว่าโดดเด่นหรือเก่งกาจอันใดหากเทียบกับเหล่าศิษย์จากวิหารอุดรครามสวรรค์ แต่พวกมันก็ยังมีอำนาจอยู่ในมือเพียงพอที่จะหาเรื่องอวดเบ่งผู้คนที่อยู่ในเขตวิหารอุดรครามสวรรค์

นอกจากนี้วิหารอุดรครามสวรรค์นั้นยังให้ท้ายคนของตัวเองอย่างยิ่ง

เจี้ยงเฉินนั้นมิคิดให้ทุกคนนั้นต้องมาต่อสู้ในดินแดนของผู้อื่นเช่นนี้มันจึง หันไปส่งเสียงทางลมปราณบอกกับโจวหยู่ว่า  "เจ้ากับท่านพ่อนำผู้คนของเราเดินทางไปก่อน ข้าจะจัดการกลุ่มตัวอุบาทว์พวกนี้แล้วเร่งติดตามไปทีหลัง"

โจวหยู่กวาดสายตาไปยังกลุ่มตัวอุบาทว์ก่อนที่จะหันมายิ้มให้กับเจี้ยงเฉิน ถึงแม้จะมิมีเจี้ยงเฉินแต่ลำพังพวกสวะเหล่านี้ก็หาได้ทำให้โจวหยู่หวาดกลัวไม่

เมื่อเจี้ยงเฉินคิดจะจัดการกับมันนั่นก็นับว่าเป็นทางออกที่ดี

แต่สุดท้ายแล้วจะอย่างไรพวกเขาก็ยังอยู่ในเขตแดนของผู้อื่น โจวหยู่เข้าใจเรื่องนี้ดีจึงหันไปโบกมือให้สัญญาณกับเจี้ยงเฟิงเป็นการบอกกล่าว เจี้ยงเฟิงเองก็เข้าใจความนัยนั้นก่อนทีจะพาทั้งกลุ่มบินจากไปด้วยความเร็ว

“หืม? พวกเจ้าคิดจากไปเช่นนี้จริง ๆ? "

"หยุด อย่าได้ขยับ!"

เจี้ยงเฉินเดินออกมาขวางทางพวกมันไว้พร้อมกับหยิบเกาทัณฑ์ต้าหยู่ออกมา เขาไม่ได้ใช้ลูกศรเฉพาะของเกาทัณฑ์ต้าหยู่ เขาเพียงหยิบลูกศรธรรมดาออกมา 3 ดอก

“พวกเจ้าจะรีบไปที่ใดกัน? ข้าก็ยังอยู่มิได้ไปไหน ในเมื่อพวกเจ้าต้องการเล่นกับข้า ข้าก็อยู่เล่นกับเจ้าแล้วนี่ไง” กล่าวจบกลิ่นอายของเจี้ยงเฉินก็แผ่ซ่านออกมาปกคลุมบริเวณรอบ ๆ โดยพลัน กลิ่นอายของผู้ฝึกตนอาณาจักปราณแท้จริงขั้นสูงสุดนั้นกดดันพวกมันหนักหน่วงราวกับภูเขาอีกทั้งยังเยือกเย็นราวกับพวกมันจมอยู่ในธารน้ำแข็ง กลิ่นอายของเจี้ยงเฉินนั้นสูงส่งและน่าพรั่นพรึงอย่างมาก มันเป็นกลิ่นอายของตัวตนที่เกิดมาเพื่อเหยียบย่ำผู้อื่นโดยแท้จริง ราวกับว่าอาศัยเพียงเขาหนึ่งคนสามารถต้านทานคนได้นับหมื่น

เกาทัณฑ์นั้นก็หาได้ง่ายดายไม่ เพียงเจี้ยงเฉินหยิบมันออกมา เหล่าศิษย์ของวิหารอุดรครามสวรรค์ที่ต้องการไล่ตามกลุ่มของเจี้ยงเฉินไป ถึงกับหยุดชะงักลงทันที

พวกเขาหาใช่คนโง่เขลาเบาปัญญา จะอย่างไรพวกเขาก็ล้วนเป็นผู้ฝึกตนอาณาจักรปราณแท้จริง และได้ผ่านการต่อสู้มามากมาย

เพียงแค่การเคลื่อนไหวหนึ่งครั้งพวกเขาย่อมรู้ดี ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือไม่

ในขณะที่เจี้ยงเฉินหยิบมันออกมากลิ่นอายของเขาก็แผ่ซ่านออกมากดดันพวกมันอย่างหนักหน่วงราวกับจะกลืนนภากลบปฐพี แรงกดดันนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ มันเป็นกลิ่นอายของผู้ที่ผ่านการต่อสู้เป็นตายและเส้นทางโลหิตมามากมาย

เป็นกลิ่นอายของผู้ที่คร่าสังหารชีวิตผู้คนมาแล้ว

หามีผู้ใดสงสัยสักนิด พวกมันรู้ว่าหากฝืนเร่งรีบทำอะไรวู่วามออกไป พวกมันต้องตกตายภายใต้ลูกศรผู้อื่นแน่นอน!

ศิษย์พี่กวงนั้นจ้องไปยังเจี้ยงเฉินด้วยสายตาเย็นชา เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าในกลุ่มของเจี้ยงเฉินกลับมีผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงสุดของอาณาจักรปราณแท้จริงอยู่เช่นนี้

“คิดไม่ถึงจริงๆว่าเจ้ากลับเป็นผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรปราณแท้จริง!” เสียงของศิษย์พี่กวงนั้นจริงจังขึ้นมาเล็กน้อยมันแฝงเจตนาไว้อย่างชัดแจ้ง "แต่เจ้ากลับกล้าหยิบอาวุธขึ้นมาในเขตแดนของวิหารอุดรครามสวรรค์ นับว่าเป็นความกล้าบ้าบิ่นมากไอหนู นี่เป็นเจ้าที่รนหาที่ตายเอง! "

"หากข้าจำมิผิดวิหารอุดรครามสวรรค์ของพวกเจ้านั้น นับว่าเป็นเพียงสถานที่ส่วนหนึ่งที่มีไว้ประกอบพิธีกรรมของนิกายพฤกษาสวรรค์ที่อยู่ในอาณาจักรนภาจันทร์แห่งนี้ แล้วเหตุใดดูเหมือนกฎของพวกเจ้าจะมากมายกว่ากฎของนิกายพฤกษาสวรรค์เช่นนี้เล่า? "

เจี้ยงเฉินยิ้มอย่างเย็นชามีหรือที่เขาจะไม่รู้สันดานของพวกตัวอุบาทว์ไร้ค่าอย่างเช่นศิษย์พี่กวง?

คนจำพวกนี้นั้นมักวางก้ามซะเขื่องโข โดยที่พวกมันหาได้เป็นผู้ที่โดดเด่นในนิกายแต่อย่างไร พวกมันนั้นชอบอวดเบ่งวางก้ามทำกร่างหาเรื่องราวกับชาวบ้านร้านถิ่นและทำนิสัยอันธพาลไปทั่วโดยอาศัยอิทธิพลและชื่อเสียงของนิกายเท่านั้น หาได้มีฝีมือใด ๆ ให้น่าสรรเสริญไม่

เจี้ยงเฉินนั้นดูแคลนสวะจำพวกนี้มากที่สุด ในตอนแรกพวกมันกำลังติดตามศัตรู 2 คนอยู่ แต่เมื่อพวกมันเห็นผู้คนและสัตว์ขี่ที่ไม่รู้จักข้างทาง พวกมันกลับเลือกที่จะละทิ้งภารกิจ แล้วมาหาเรื่องปล้นชิงข่มขู่ผู้อื่นซะอย่างนั้น

พวกสวะเหล่านี้นับเป็นปลาเน่าของนิกายโดยแท้จริง อีกทั้งพวกมันยังเป็นแค่พวกอันธพาลและตัวอุบาทว์ชาติชั่ว แม้ว่าท่านจะตอบคำถามทุกข้อของพวกมันโดยดีมิได้ปิดบังอันใด แต่สุดท้ายพวกมันก็ยังคงหาเรื่องเอาผิดกับพวกท่านได้อยู่ดี

เจี้ยงเฉินไม่คิดที่จะลดตัวลงไปยินยอมให้พวกสวะเหล่านี้ทำตามใจชอบ เขาหยิบเกาทัณฑ์ต้าหยู่ออกมา เขาจะยิงสังหารใครก็ตามที่สะเออะก้าวออกมาข้างหน้า

ถึงแม้ว่าในเขตแดนวิหารอุดรครามสวรรค์ เจี้ยงเฉินไม่อาจทำเรื่องวุ่นวายอะไรให้มันใหญ่โต แต่เขาเป็นคนที่ไม่สามารถยินยอมรับการหมิ่นประสาทหรือดูแคลนโดยผู้อื่นได้ อีกทั้งเขายังไม่สามารถให้ตัวเองนั้นตกอยู่ภายใต้การจูงจมูกของผู้อื่นได้ จะให้ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ของบุตรราชันย์สวรรค์ลดท่าทีกับพวกอุบาทว์พรรค์นี้ได้อย่างไร...

เนื่องจากพวกมันบังเกิดจิตอำมหิตคิดเข่นฆ่าพวกเขาขึ้นมา นี่อาจจะเป็นเพราะพวกมันถูกโจร 2 คนนั้นหลอกลวงหรืออะไรก็ตาม แต่จะอย่างไรการฆ่าและการปล้นชิงมักเชื่อมโยงกันอยู่เสมอ สำหรับพวกมันยามนี้ที่คิดฆ่าพวกเขาคงมิพ้นต้องการปล้นชิงนกหงส์ทอง...

ถึงมันจะเพียงปล้นชิงไม่คิดฆ่าฟัน แต่เจี้ยงเฉินก็ไม่ได้คิดว่าพวกจากวิหารอุดรครามสวรรค์เป็นตัวดีอันใด

"ผู้ใดขยับมาข้างหน้าอีกนิด ตาย!" รอยยิ้มยะเยือกถูกเผยออกมาจากริมฝีปากเจี้ยงเฉิน

นี่ไม่ใช่เรื่องอวดอ้างเกินเลยสักนิด ในกลุ่มตัวอุบาทว์นี้นับว่าศิษย์พี่กวงอะไรนั่นแข็งแกร่งที่สุด แต่มันก็เพียงแข็งแกร่งกว่าหลงหยินเย่ เล็กน้อย ยังนับว่าอ่อนด้อยกว่าหลงยี่อยู่มาก

แต่ทว่าก่อนหน้านี้เจี้ยงเฉินยังสามารถสังหารหลงยี่ได้โดยง่ายดาย ไม่ได้ลำบากอะไรสักนิด...

แล้วตอนนี้...เขามีระดับบ่มเพาะมากกว่าตอนนั้นถึง 2 ขั้น! ยามนี้เขากลายเป็นผู้ฝึกตนอาณาจักรปราณแท้จริงขั้นสูงสุดหรือทะลวงจุดลมปราณแท้จริงทั้ง 11 จุดจนหมดสิ้นแล้ว อีกทั้งยังมีเกาทัณฑ์ต้าหยู่ที่สามารถเพิ่มพลังทำลายได้อีก การที่เจี้ยงเฉินจะฆ่าผู้ฝึกตนระดับอาณาจักรปราณแท้จริงขั้นสูงสุดเช่นเดียวกับเขานั้น มันช่างง่ายดายยิ่งกว่าการฆ่าไก่เสียอีก

ศิษย์พี่กวงนั้นได้แต่จับจ้องไปยังเจี้ยงเฉินด้วยสายตาหมาป่าหิวโหยแต่ทำอะไรไม่ได้ เขาหาได้สงสัยในคำกล่าวของเจี้ยงเฉินไม่ เขายังสัมผัสได้ถึงอันตรายจากเจี้ยงเฉินอีกด้วย

ถึงแม้ศิษย์พี่กวงผู้นี้จะกระทำการชั่วช้าเข่นฆ่าปล้นชิงผู้คนมามาก แต่วันนี้มันหาได้กล้าขยับตัวโดยวู่วามแม้แต่น้อย ราวกับเป็นผู้รู้ขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น

หากเขาเสี่ยงลงมือโดยไม่คิดให้ละเอียดถี่ถ้วนวันนี้ ราคาที่เขาต้องจ่ายอาจเป็นการลิ้มรสลูกศรที่น่าพรั่นพรึงนั่น

ศิษย์พี่กวงนั้นได้เคยปะทะกับผู้ฝึกตนระดับอาณาจักรปราณแท้จริงขั้นสูงสุดมามากมาย มีทั้งแพ้บ้างชนะบ้างสลับกันไป กล่าวได้ว่าเขานั้นค่อนข้างมีประสบการณ์ต่อสู้โชกโชนอยู่ไม่น้อยในหลายปีที่ผ่านมานี้

แต่เขาไม่เคยพบคู่ต่อสู้ที่ทำให้เขาหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะขยับมาก่อน

ด้วยสัญชาตญาณที่แหลมคมราวกับหมาป่าของเขา เขารับรู้ได้ทันทีหากเขาก้าวผ่านเส้นนั้นไปเขาคงไม่พ้นตกตาย!

ศิษย์พี่กวงหันไปมองเหล่าศิษย์น้องเขาของ ตอนนี้เหล่าศิษย์น้องของเขาไม่คิดจะสนใจคำเตือน พวกมันคิดที่จะอาศัยจังหวะนี้หลบหนีออกไปเรียกกำลังเสริม 

"ขยับอีกก้าว เจ้าตาย!"

เจี้ยงเฉินน้าวคันศรพร้อมทั้งเล็งไปยังศิษย์คนนั้นทันที

ศิษย์พี่กวงกล่าวออกมาอย่างดื้อรั้นว่า "ไอ้เด็กโอหัง เจ้าคิดทำร้ายศิษย์ของวิหารอุดรครามสวรรค์หรือไร"

"ข้าหาได้สนใจไม่! หยุดอยู่ตรงนั้นแล้วอย่าได้ขยับแม้แต่ก้าวเดียว ข้าขอกล่าวอีกครั้งผู้ใดขยับ ตาย!" อย่างเจี้ยงเฉินมีเหรอจะไม่ล่วงรู้ถึงแผนการตื้น ๆ ของพวกมัน?

พวกมันไม่สามารถเอาชนะเขาได้ในตอนนี้ และนั่นทำให้พวกมันไม่อาจปล้นชิงสิ่งของเขาได้ และหากเอาชนะเขาไม่ได้พวกมันก็ตามไปปล้นชิงกลุ่มของเขาไม่ได้เช่นกัน พวกมันจึงคิดที่จะส่งคนออกไปเรียกกำลังเสริม

ถึงแม้กลุ่มของพวกมันจะล้วนเป็นตัวอุบาทว์ ...แต่ตัวอุบาทว์พวกนี้มักรู้ดีกว่าชาวบ้านเสมอเมื่อเกิดอันตรายถึงชีวิตของพวกมัน  ตอนนี้พวกมันทั้งหมดยืนนิ่งราวกับถูกแช่แข็งเพราะพวกมันกลัวถูกเจี้ยงเฉินยิงจนตกตาย

สถานการณ์น่าอึดอัดนี้ดำเนินไปอีกราว ๆ 1 เค่อ ก่อนที่เจี้ยงเฉินจะหัวเราะออกมา เวลาเพียงเท่านี้เพียงพอให้กลุ่มของโจวหยู่บินหลบหนีไปไกลมากพอ เกินกว่าที่พวกมันจะติดตามไปได้แล้ว

พวกอุบาทว์เหล่านี้ไม่สามารถติดตามไปจับกลุ่มของเขาได้แม้ว่าพวกมันจะพยายามสักเท่าไรก็ตาม

เจี้ยงเฉินมองไปยังศิษย์พี่กวงก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างเย้ยหยันว่า "ดี เจ้าเองก็เชื่อฟังและปฏิบัติตามได้ไม่เลว ข้าเองก็มิอยากเข่นฆ่าใคร พวกเจ้าเองก็ไม่ได้อยากตกตายโดยไร้ค่าเช่นนี้ใช่หรือไม่? "

เจี้ยงเฉินให้สัญญาณนกหงส์ทองทันทีเมื่อเขากล่าวจบ นกหงส์ทองนำเขาพุ่งออกไปยังทิศทางที่โจวหยู่ล่วงหน้าไปอย่างรวดเร็วราวกับเส้นแสงสีทอง

ศิษย์พี่กวงและเหล่าศิษย์น้องทั้ง 8 คนได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ท่าทางของศิษย์พี่กวงนั้นมืดมนเต็มไปด้วยความอำมหิตและดูคับแค้นใจอย่างมาก "น้องห้า ไปแจ้งศิษย์พี่อี้ ส่วนพวกเจ้าที่เหลือติดตามข้าสะกดรอยตามพวกมันไป! "

"ขอรับ ศิษย์พี่!" ศิษย์น้องคนหนึ่งบินต่ำลงไปก่อนที่จะพุ่งตัวแหวกเมฆออกไปเพื่อขอกำลังเสริม

ศิษย์พี่กวงกัดฟันเล็กน้อย "ไม่ว่าไอ้เด็กโอหังนั่นเป็นใคร แต่ความอัปยศวันนี้มันต้องชดใช้ให้ข้าอย่างสาสม"

"ใช่แล้ว มันไม่อาจหาเรื่องพวกเราแล้วจากไปได้โดยง่ายเช่นนั้น"

"สัตว์พาหนะของมันนับว่ามีประสิทธิภาพสูงล้ำกว่ามังกรไวเวิร์นของเรา ฮึ่ม อีกทั้งขนของมันนั้นช่างเปล่งประกายเป็นสีทองสวยงามนัก "

"ซ้ำยังมีจำนวนมากมายอีกด้วย หากพวกเราสามารถยึดสัตว์วิญญาณฝูงนี้มาได้ รับรองว่าราคาค่างวดของมันย่อมสูงล้ำนัก อาณาจักรนภาจันทร์ของพวกเราหามีสัตว์วิญญาณตัวนี้ปรากฏมาก่อนไม่ ราคาของมันต้องประเมินค่ามิได้! "

"ฮึ่ม เลิกพล่ามได้แล้ว รีบตามข้ามา!" ศิษย์พี่กวงดูจะหงุดหงิดอย่างมาก มันกัดฟันกรอด ๆ ก่อนที่จะขยับบังเหียนไวเวิร์น เตรียมที่จะพุ่งตามเจี้ยงเฉิน ๆ ไปทันที

"ฮ่าฮ่า ดูเหมือนพวกเจ้ายังไม่คิดจะเลิกรา!"

เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังลงมาจากก้อนเมฆ

ทันใดนั้นเสียงแหวกอากาศที่น่าพรั่นพรึงและสยดสยองจนผู้ที่ได้ฟังถึงกับต้องขนพองสยองเกล้าพลันดังขึ้นมา ก่อนที่จะเห็นวัตถุหนึ่งวาดผ่านทะลุเมฆาเป็นเส้นโค้งพุ่งตรงมายังส่วนหัวของศิษย์พี่กวงด้วยความเร็วประดุจเส้นแสงอัสนีบาต

ลูกศรนี้น่ากลัวและอัศจรรย์เกินไป

ศิษย์พี่กวงนั้นหาได้มีเวลาตอบสนองสิ่งใดได้ทันไม่

สวยย!

ลูกศรนั้นพุ่งปะทะไปยังบริเวณศีรษะของเขา!

"อ๊าคค!" ศิษย์พี่กวงถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความหวาดผวา แต่เขาก็สัมผัสได้ในพริบตาว่าศีรษะของเขานั้นไม่ได้ถูกกระทบ สิ่งที่ถูกลูกศรนั้นพุ่งทะลุกลับเป็นยอดหมวกของเขา

"ศรดอกนี้เป็นเพียงคำเตือนครั้งสุดท้ายของข้าเท่านั้น หากมีผู้ใดคิดติดตามมาอีก ตาย!!" เจี้ยงเฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

หากไม่ได้เป็นเพราะว่าเขาพึ่งมาเยือนอาณาจักรนภาจันทร์เป็นครั้งแรก และหาได้อยากสังหารผู้คนโดยไม่คิดถี่ถ้วนแล้วละก็ ด้วยการกระทำอุบาทว์ของพวกศิษย์พี่กวงอะไรนั่น เขาคงสังหารพวกมันจนตกตายไร้ที่ฝังไปอย่างน้อย 3-4 รอบเป็นอย่างต่ำ!

ศิษย์พี่กวงนั้นถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง ตอนนี้มันหวาดกลัวอย่างมาก หัวใจมันแทบจะกระดอนออกมานอกอก เมื่อมันตรวจสอบอีกครั้งว่าศีรษะของมันยังอยู่ดีมีสุข มันก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนที่เหงื่อกาฬของมันจะหลั่งออกมาขนหัวของมันลุกตั้งชันอย่างพรั่นพรึง

ศรดอกนี้รวดเร็วและรุนแรง หาใช่สิ่งที่เขาจะสามารถป้องกันได้

หากอีกฝ่ายไม่คิดยั้งมือเล็งต่ำลงมาอีกเพียงครึ่งคืบเห็นได้ชัดว่าป่านนี้บนศีรษะของเขาคงมีรูระบายอากาศ มิต่างอันใดกับผลไม้ถูกหนอนไชทะลุแล้วเป็นแน่แท้ แล้วชีวิตน้อย ๆ ของมันจะยังเหลืออยู่อีกหรือ?

"ศะ..ศิษย์พี่กวง พ..พวกเรายังจะตามมันไปหรือไม่?"

ศิษย์พี่กวงนั้นได้แต่มองหมวกใบนั้นด้วยความโกรธแค้นเสียงกัดฟันดังขึ้นมากรอด ๆ เมื่อความกลัวเริ่มจางหายไปความโกรธและความเคียดแค้นเริ่มเข้ามาแทนที่ มันกัดฟันก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า "พวกเราเพียงเฝ้ารออยู่ก่อน รอศิษย์พี่อี้มาแล้วพวกเราค่อยติดตามมันไปด้วยกัน! ถ้าพวกเราไม่ได้ฆ่ามัน ข้าคงไม่อาจกล้ำกลืนความอัปยศเหยียดหยามครานี้ไปได้! "

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.